พายุโหมกระหน่ำซ้ำเติม
SET View
- แนวโน้ม เราคาด SET จะปรับตัวลดลงวันนี้ มีแนวรับบริเวณ 1350 จุด เนื่องจาก Sentiment ตลาดหุ้นยุโรปและสหรัฐฯยังคงย่ำแย่ต่อเนื่อง ด้วยการปรับตัวลดลงแรงถึง 3% เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
ความปั่นป่วนกระจายไปทั่วตลาดทุนโลก สะท้อนจากการเทขายหุ้นทั่วโลก, ค่าเงินดอลล่าร์พลิกกลับมาอ่อนค่า เหลือ 94.8 จาก 96.8 เมื่อสัปดาห์ก่อน ดันยูโรให้แข็งค่าสุดในรอบ 3 เดือนที่ 1.14 เหรียญฯ/ยูโร, ดัชนี VIX ซึ่งวัดความกลัวหรือความผันผวนในตลาดหุ้น S&P500 พุ่งแตะระดับ 28 สูงสุดในปีนี้ สำหรับ SET ในเชิงเทคนิค สัปดาห์ที่ผ่านมา ถือเป็นสัปดาห์แรกในรอบ 5 ปี ที่กราฟรายสัปดาห์ (Weekly chart) ของ SET ที่อยู่ต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย 200 สัปดาห์ สะท้อนโมเมนตัมขาขึ้นรอบใหญ่ของดัชนีหุ้นไทย ตั้งแต่หลังวิกฤติซับไพรม์ปี 2551 กำลังอ่อนแรงลง ทำให้เรามองว่า การปรับฐานของ SET ยังไม่สิ้นสุด ควรต้องมีความระมัดระวังอย่างสูง
ข่าว/ดัชนีเศรษฐกิจ
• IMF ให้ความเห็นว่า ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่า จีนกำลังเผชิญวิกฤติเศรษฐกิจ และมองว่า การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนและการปรับฐานแรงของตลาดหุ้นจีน เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้
• อิหร่านออกโรงสนับสนุนให้มีการประชุม OPEC ฉุกเฉินก่อนการประชุมอย่างเป็นทางการ 4 ธ.ค.นี้ เพราะมองว่า จะช่วยพยุงราคาน้ำมันได้ ขณะที่หลายประเทศในกลุ่ม OPEC ยังไม่สนับสนุนแนวความคิดนี้
• การเจรจาระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ยังไม่ได้ข้อสรุป ทำให้สถานการณ์ยังมีความไม่แน่นอนสูง
• หุ้น INTUCH ขึ้นเครื่องหมาย XD วันนี้ จ่ายเงินปันผล 2.40 บาท (yield 3%) นักเก็งกำไรอาจขายทำกำไรออกไปก่อน เพราะคาดราคาหุ้นจะซึมตัวราว 1-2 สัปดาห์
- กลยุทธ์การลงทุน : Wait and see หรือรอซื้อบริเวณ 1350 จุด เพื่อเก็งกำไรระยะสั้นเท่านั้น
Top Daily Pick : EGCO (มูลค่าเหมาะสม 175 บาท) หุ้นปันผลสูง เตรียมขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 1 ก.ย.นี้ 3 บาท (yield 1.95%) และ KCE (มูลค่าเหมาะสม 53.50 บาท) ได้รับประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่า ล่าสุด เงินบาทแตะ 35.7 บาท/เหรียญฯ, คาดกำไรขึ้นสู่จุดสูงสุดของปีไตรมาส 3 จากปัจจัยฤดูกาล
Technical Pick : CEN UBIS KIAT SALEE KTB (โปรดอ่านบทวิเคราะห์ Technical เพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน)
Theme Plays : หุ้นปันผลเด่น (INTUCH, EGCO) / หุ้นได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่า (KCE, SVI, SAPPE)
Strategy Talk
- นักลงทุนต่างชาติ ยังขายหุ้นไทยได้อีกมากหรือไม่?
นักลงทุนต่างชาติเทขายหุ้นไทยตั้งแต่ต้นปีแล้วกว่า 7.13 หมื่นล้านบาท ต่อเนื่องจากปี 2557 ที่ขายสุทธิ 3.66 หมื่นล้านบาท หมายความว่า หุ้นไทยถูกเทขายไปแล้วกว่า 1 แสนล้านบาทในช่วง 2 ปีหลังสุด แต่แรงขายของต่างชาติไม่มีทีท่าจะผ่อนลงแต่อย่างใด
จากการคำนวณของเรา โดยใช้ข้อมูลการซื้อขายสุทธิของนักลงทุนต่างชาติรายวันแล้วปรับมูลค่าตามราคาตลาด (Mark to market) นับตั้งแต่ปี 2548พบว่า ยอดถือครองของต่างชาติ ล่าสุด เหลือเพียง 9.89 หมื่นล้านบาท ต่ำสุดในรอบ 5 ปี นับตั้งแต่ มิ.ย.53 (ตามกราฟด้านล่าง) แต่เนื่องจากปัจจัยลบทั้งในและนอกประเทศที่เข้ามา ทำให้เรามองความเสี่ยง ในกรณีเลวร้ายต่างชาติอาจขายหุ้นไทยจนเหลือ 2.7 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดที่เคยเกิดขึ้นในช่วงวิกฤติซับไพรม์ปี 2551-2552 หรือขายได้อีกราว 7.2 หมื่นล้านบาท
ในอีกแง่มุมหนึ่ง หากพิจารณาจากข้อมูลของ SET ต่างชาติถือเป็นกลุ่มนักลงทุนที่มีความสำคัญของตลาดหุ้นไทย เพราะมีการถือครองหุ้นไทยผ่านกระดานต่างประเทศ (Foreign shares) มีมูลค่ารวม 3.42 ล้านล้านบาท และผ่าน NVDR รวม 8 แสนล้านบาท รวมกันเป็น 4.2 ล้านล้านบาท หรือกว่า 1 ใน 3 ของ Market cap. ของ SET
โดยเป็นการถือแบบพันธมิตรทางธุรกิจ (Strategic shareholder) ที่เป็นต่างชาติ เช่น Singtel ของ ADVANC, Bank of Tokyo-Mitsubishi UFJ ของ BAY, China Mobile ของ TRUE เป็นต้น ซึ่งเรามองว่า ไม่มีแรงจูงใจที่จะขายหุ้นออกมาแม้ว่า SET ผันผวนขาลง โดยเราประเมิน Strategic shareholder ของแต่ละบริษัท น่าจะมีการถือหุ้นรวมกันอยู่ราว 9.87 แสนล้านบาท
เรามองว่า กระแสเงินทุนต่างชาติจะไหลออกหมดจากตลาดหุ้นไทยเป็นไปได้ยาก (หรือถึงเป็นไปได้ ก็ต้องใช้เวลานานมาก เพราะมีของอยู่ 3-4 ล้านล้านบาท) เพราะ 1. ประเทศไทยยังมีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง 2. Market cap. ของ SET ใหญ่เป็นลำดับต้นๆของอาเซียน ถือว่า มีน้ำหนักในการจัดพอร์ตของกองทุนดัชนีที่เกี่ยวข้องกับตลาดหุ้นเกิดใหม่







