วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

QH - ซื้อ

ปรับประมาณ..รับผลกระทบจากกำไรขั้นต้น

2Q58 กำไรปรับลดทั้งไตรมาสและรายปี

QH รายงานกำไรสุทธิ 2Q58 ที่ 674 ล้านบาท เติบโต 21% QoQ ต่ำกว่าที่เราและ Consensus คาด สาเหตุจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับลดลงเหลือ 30.5% เกิดจากการขายสินค้าเก่าคือโครงการ Q Twelve จำนวน 2 หลัง มูลค่าขายราว 250 ล้านบาทซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำเพียง 11% ขณะที่บริษัทยังคงมีค่าใฃ้จ่ายขายและบริหารที่สูงเนื่องจากยังมีการตั้งสำรองบริษัทลูกบางส่วน โดยมีรายได้รวม 4.5 พันล้านบาทเพิ่มขึ้น 14% QoQ รายได้อื่นๆ 78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 90% QoQ โดยมีกำไรจากเงินลงทุน HMPRO และ LHBANK เพิมขึ้น 12% QoQ อย่างไรก็ดีเมื่อเทีบรายปี ผลกำไรปรับลด 31% ผลของรายได้ และอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง สอดคล้องกับผลประกอบการ 1H58 มีกำไรสุทธิ 1.2 พันล้านบาทปรับลดลง 23% YoY

ปรับประมาณการปี 58-59 ผลกระทบจากกำไรขั้นต้น

เราปรับประมาณการกำไรสุทธิของ QH ปี 2558 และ 2559 ลง 12% และ 7% เป็น 2.9 พันล้านบาท และ 3.3 พันล้านบาท ตามลำดับ สะท้อนปัจจัยลบ ภายใต้สมมุติฐานอัตรากำไรขั้นต้นปรับลดจากการขายระบายสินค้าเก่า โดยเฉพาะสินค้าแนวราบระดับราคาสูง โดยเราปรับลดสมมุติฐานกำไรขั้นต้นจากเดิม 32.5% เป็น 30.5% และ 32% เป็น 31% ตามลำดับ โดยเรายังคงยังคงประมาณการรายได้เดิม โดยมีมูลค่าเหมาะสมใหม่ 3.50 บาท (เดิม 4.02 บาท) ด้วยวิธี Sum of the parts หลังปรับประมาณการQH ยังคงให้ ผลตอบแทนเงินปันผลต่อปี 5-6% แนะนำ “ซื้อ “ ลงทุนระยะยาว

2H58 ผลประกอบการฟื้นตัวจากงานในมือ

QH มีงานในมือรอบันทึกรายได้ใน 2H58 ราว 4.4 พันล้านบาท คิดเป็น 40% ของประมาณการรายได้ในช่วงที่เหลือของปี มาจากสินค้าประเภทคอนโดมีเนียม เช่นโครงการ The Trust พัทยาใต้ และ โครงการ The Trust นครปฐม และรับรู้รายได้ต่อเนื่องจาก The Trust งามวงศ์วาน และในฃ่วง 4Q58 บริษัทจะเรี่มรับรู้รายได้ โครงการ QH อโศกที่มีมูลค่าโครงการ 3.5 พันล้านบาท ซึ่งบริษัทขายไปแล้วกว่า 97% ซึ่งบริษัทเตรียมเปิดตัวโครงการใหม่โดยเฉพาะแนวราบ รวมถึงเร่งขายโครงการเก่าในมือ เพื่อสร้างการรับรู้รายได้ใน 2H58 ซึ่งมีโอกาสทำได้ดีขึ้นจาก 1H58

เร่งเปิดตัวโครงการแนวราบ

เราคาดว่ายอดขาย QH จะเร่งตัวขึ้น จากการเปิดตัวโครงการใหม่ใน 2H58 โดยเน้นสินค้าแนวราบที่ได้รับการตอบรับดีในตลาด เช่น สินค้าทาวน์เฮาส์ The Gusto ราคา 2-3 ล้านบาทต่อหลัง บ้านเดี่ยว CASA ในกลุ่มลูกค้าระดับกลางราคาสินค้า 5 ล้านบาทต่อหลัง ซึ่งมีโครงการแนวราบเปิดตัวใน 3Q58-4Q58 จำนวน 13 โครงการ มูลค่ารวม 9 พันล้านบาท จากยอดขายจต้นปี-ปัจจุบันที่ 1.1 หมื่นล้านบาทคิดเป็น 47% ของประมาณการบริษัทที่ 2.37 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ดีจาการแข่งขันในตลาดที่รุนแรงและแรงซื้อที่อ่อนตัวตามภาวะเศรษฐกิจ เราประมาณการยอดขายของบริษัทเพียง 2 หมื่นล้านบาท