ยังมีความเสี่ยงจากราคาน้ำมันที่ผันผวน
ยังมีปัจจัยลบจำกัดการฟื้นตัวของราคาน้ำมัน
ราคาน้ำมันดิบในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาปรับลดลงกว่า 17% หลังจากรับรู้ปัจจัยลบจำนวนมาก เริ่มจากการเจรจาปัญหานิวเคลียร์เริ่มมีทิศทางที่ดี ส่งผลให้ตลาดคาดหมายการส่งออกน้ำมันจากอิหร่านที่เพิ่มขึ้นในช่วง 6 – 18 เดือนข้างหน้า เพิ่มน้ำหนักต่อความเสี่ยงจากปัญหาอุปทานส่วนเกินที่ปัจจุบันคาดว่ายังคงล้นตลาดอยู่กว่า 1.5 – 2 ล้านบาร์เรล ขณะที่การทยอยปิดแท่นขุดเจาะน้ำมันในแถบอเมริกาเหนืออย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ยังไม่ทำให้กำลังผลิตน้ำมันโดยรวมลดลง แม้ในช่วงที่ผ่านมา Demand น้ำมันจะปรับดีกว่า IEA และ OPEC คาด แต่เศรษฐกิจจีนที่กลับมาส่งสัญญาณชะลอตัว จะเป็นปัจจัยจำกัดการฟื้นตัว
ลดเป้าหมายยอดขายปี 58
บริษัทลดเป้าหมายยอดขายปิโตรเลียมในปี 2558 ลงเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบล่าสุดที่ยังมีความเสี่ยงจาก (1) ปัญหาอุปทานส่วนเกินกดดันการฟื้นตัวของระดับราคา (2) Domestic Demand ที่ชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจ และ (3) แรงกดดันจากราคาก๊าซฯ LNG (Spot rate) ในต่างประเทศ ที่ปรับลดลงมาอยู่ในระดับที่แข่งขันกับตลาดในประเทศได้ โดยบริษัทคาดว่ายอดขายในปี 2558 จะอยู่ที่ 3.32 แสนบาร์เรลต่อวัน เพิ่มขึ้น 3%YoY (เดิมคาดเติบโต 6%) เรายังเชื่อว่ายอดขายใน 2H58 จะกลับมาฟื้นตัวจากยอดขายปิโตรเลียมของโครงการในต่างประเทศได้แก่ โครงการซอติก้า และโครงการแอลจีเรีย (PTTEP ถือหุ้น 35%) คาดว่าจะมีกำลังผลิตน้ำมัน 3.5 พันบาร์เรล
ปรับกำไรปี 58 ลง
เราปรับลดประมาณการผลประกอบการของ PTTEP จากการปรับสมมติฐานสำคัญได้แก่ (1) สมมติฐานราคาน้ำมันดิบ ในปี 2558 เราปรับจาก 60 เหรียญต่อบาร์เรล เหลือ 58 เหรียญต่อบาร์เรล และในปี 2559 ปรับลดจาก 75 เหรียญ เหลือ 60 เหรียญต่อบาร์เรล โดยสมมติฐานราคาน้ำมันดิบในระยะยาว (2558 – 2562) อยู่ที่ 69 เหรียญต่อบาร์เรล (เดิม 81 เหรียญต่อบาร์เรล) (2) ยอดขายปิโตรเลียมในปี 2558 เราปรับลด 3% จากเดิมที่ 3.4 แสน เป็น 3.3 แสนบาร์เรลต่อวัน (3) ต้นทุนผลิต ในปี 2558 – 2559 เราปรับเพิ่มจาก 37 เหรียญ และ 40 เหรียญต่อบาร์เรล เป็น 41.5 และ 43 เหรียญต่อบาร์เรล ตามลำดับ และ (4) ปรับสมมติฐานอัตราแลกเปลี่ยนในปี 2558 จาก 32.5 เป็น 34 บาทต่อเหรียญ ทำให้กำไรสุทธิในปี 2558 อยู่ที่ 1.9 หมื่นล้านบาท (ลดลง 43% จากเดิม) และกำไรสุทธิปี 2559 อยู่ที่ 2.7 หมื่นล้านบาท (ลดลง 35% จากเดิม)
ระยะสั้นยังมีความเสี่ยง
ยังคงแนะนำเพียง “เก็งกำไร” ตามกรอบราคาน้ำมันเท่านั้น เราเชื่อว่าระยะสั้นยังมีความเสี่ยงจากราคาน้ำมันดิบที่ผันผวน และค่าเงินบาทที่อ่อนค่ากดดันผลประกอบการ แม้ราคาหุ้นที่ลดลงกว่า 30% ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ทำให้ปัจจุบันซื้อขายอยู่เพียง 0.75xPBก็ตาม เราประเมินมูลค่าเหมาะสมใหม่หลังปรับประมาณการไว้ที่ 100 บาท (DCF, WACC ที่ 11.3%)
ความเสี่ยง: ความผันผวนของราคาน้ำมันและค่าเงินบาทที่อ่อนค่า






