วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

LPN - ซื้อ

คาดกำไรปี 58 จะพลิกเติบโต 34% จากที่หดตัว 13% ในปี 57

ประเด็นสำคัญในการลงทุน :

- กำไรครึ่งแรกปี 58 เติบโต 55% : แจ้งกำไร Q2/58 เท่ากับ 822 ล้านบาท เพิ่มขึ้น124%YoY และ 182%QoQ ในช่วง 1H58 มีกำไร 1,114 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55%YoY แม้ยอดขายจากการโอนโครงการเติบโตดี 49% และอัตราส่วนค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อยอดขายลดเหลือ 12.6% จากระดับ 15.4% แต่อัตรากำไรขั้นต้นใน Q2/58 ต่ำเพียง 30.8% จากระดับ 32.9% ใน Q2/57 ฉุดให้อัตรากำไรขั้นต้นในช่วง 1H58 ลดเหลือ 31.1% เทียบกับ 32.4% ใน 1H57 กำไรครึ่งแรกปี 58 คิดเป็น 35% ของประมาณการทั้งปีที่ 2.7 พันล้านบาท

- คาดกำไรปี 58 จะพลิกกลับมาเติบโตราว 34% จากที่หดตัวในปี 57 : แนวโน้มผลการดำเนินงานปี 58 จะพลิกจากที่หดตัว 13% ในปี 57 เป็นเติบโตราว 34% ในปีนี้ โดยใน 2H58 มีโครงการที่จะแล้วเสร็จและส่งมอบจานวน 3 โครงการ ได้แก่ โครงการลุมพินี พาร์ค พระราม 9-รัชดาซึ่งขายแล้ว 100% โครงการลุมพินี วิลล์ อ่อนนุช-พัฒนาการ 2 ซึ่งขายแล้ว 46% และโครงการลุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต-คลอง 1 (เฟส 1) ซึ่งขายได้แล้ว 77% ยอดขายรอโอน ณ ปลายเดือนมิ.ย. 58 รวม 1.87 หมื่นล้านบาทซึ่งมีกำหนดโอนภายในปีนี้จำนวน 8.8 พันล้านบาท ทำให้ประมาณการยอดขายปีนี้ของฝ่ายวิจัยที่ราว 1.6 หมื่นล้านบาทซึ่งเติบ 29% ใกล้เคียงกับเป้าของผู้บริหารโดยมี backlog รองรับแล้ว 99% มีโอกาสเป็นไปได้ อย่างไรก็ดี การปรับลดสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นจากเดิม 32.5% เหลือ 31.2% แต่ได้รับชดเชยจากการปรับลดอัตราส่วนค่าใช้จ่ายขายและบริหารจากเดิม 13% เหลือ 12% ทำให้ประมาณการกำไรใหม่ปี 58 ยังคงใกล้เคียงกับประมาณการเดิมที่ราว 2.7 พันล้านบาทซึ่งเติบโต 34% พลิกจากที่หดตัว 13% ในปี 57

- 2H58 จะเปิดขายโครงการใหม่มูลค่ารวม 1 หมื่นล้านบาท : ผู้บริหารชี้แจงในการประชุมนักวิเคราะห์ว่าการดำเนินธุรกิจในปีนี้อยู่ในลักษณะประคองตัวให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ในช่วงครึ่งหลังของปี 58 บริษัทมีแผนเปิดตัวโครงการประมาณ 5-6 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 1 หมื่นล้านบาท เพื่อรองรับรายได้ของปี 2560 ทำให้มูลค่าโครงการเปิดใหม่ปีนี้ลดเหลือ 1.5 หมื่นล้านบาทจากเดิม 2 หมื่นล้านบาท

- คงคำแนะนำ “ซื้อ” ปรับราคาเหมาะสมปี 58 เหลือ 22 บาทจากเดิม 27 บาท : จากภาพรวมอุตสาหกรรมที่อ่อนแอตามภาวะเศรษฐกิจโดยรวมทำให้ฝ่ายวิจัยปรับลด Prospect PER ที่ใช้ประเมินราคาเหมาะสมจากเดิมที่ระดับ 14 เท่าเหลือ 12 เท่า ทำให้ราคาเหมาะสมใหม่ลดจากเดิม 27 บาทเหลือ 22 บาทซึ่งยังมี upside จากราคาปิดล่าสุด ทั้งนี้บริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลหุ้นละ 0.30 บาท XD 19 ส.ค. (yield 1.7%) วันจ่าย 3 ก.ย. 58 ขณะที่คาดการณ์เงินปันผลทั้งปีราว 0.92 บาทต่อหุ้น yield ทำให้ฝ่ายวิจัยยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”