ผลประกอบการไตรมาส 2/58 เป็นไปตามคาด แต่ไตรมาส 3/58 มีแนวโน้มปรับตัวลง
ผลประกอบการเป็นไปตามคาด
BCP รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/58 ที่ 2,794 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 122% YoY และ 169% QoQ หากไม่รวมกำไรจากสต็อกน้ำมันจำนวน 457 ล้านบาท, กำไรจากการป้องกันความเสี่ยงด้านราคาน้ำมันดิบจำนวน 47 ล้านบาท และการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 34 ล้านบาท ผลกำไรหลักในไตรมาส 2/58 จะอยู่ที่ 2,324 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 802% YoY แต่ลดลง 13% QoQ ซึ่งเป็นไปตามที่เราและตลาดคาด
ประเด็นหลักจากผลประกอบการ
กำไรจากสต็อกน้ำมันเป็นปัจจัยหลักของกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้กำไรหลักที่เพิ่มขึ้น YoY เป็นผลจาก 1) อัตราการใช้กำลังการกลั่นที่เพิ่มขึ้น (เพิ่มขึ้น131% YoY เป็น 112 KBD), 2) ค่าการกลั่นตลาดที่สูงขึ้น (เพิ่มขึ้น 113% YoY มาอยู่ที่ 10.4 เหรียญต่อบาร์เรล), 3) ปริมาณขายผ่านช่องทางการตลาดที่มากขึ้น (เพิ่มขึ้น 16% YoY มาอยู่ที่ 1,404ล้านลิตร) และ 4) ส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่เพิ่มขึ้น—โดย EBITDA เพิ่มขึ้นเป็น 735 ล้านบาทในไตรมาส 2/58 เพิ่มขึ้น 8% YoY
ในขณะที่ปัจจัยหลักของกำไรหลักที่ปรับตัวลดลง QoQ ได้แก่ 1) ค่าการตลาดค้าปลีกที่ปรับตัวลง (ลดลง 8% QoQ เหลือ 0.69 บาทต่อลิตร), 2)ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น โดยสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายเพิ่มขึ้นเป็น 3.2% จาก 2.7% ในไตรมาส 1/58 และ 3) อัตราภาษีจ่ายที่สูงขึ้น เป็น 20.2% จาก 3.3% ในไตรมาส 1/58 อย่างไรก็ตามอัตราการใช้กำลังการกลั่นและปริมาณขายผ่านช่องทางการตลาดปรับตัวขึ้น 3% และ 4% QoQ ตามลำดับ แม้ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์จะอ่อนตัวลง QoQ แต่ค่าการกลั่นตลาดของ BCP ปรับตัวขึ้น 2% QoQ เนื่องจากสัดส่วนการผลิตน้ำมันเตาลดลง (เหลือ 12% จาก 16% ในไตรมาส 1/58)
แนวโน้ม
ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ในไตรมาส 3/58 จนถึงปัจจุบัน ปรับตัวลง 25% QoQ มาอยู่ที่ 6.2 เหรียญต่อบาร์เรล เนื่องจากฤดูกาลซ่อมบำรุงโรงกลั่นได้สิ้นสุดลงแล้ว ส่วนต่างราคาระหว่างน้ำมันดีเซลและน้ำมันดิบเฉลี่ยในไตรมาส 3/58 จนถึงปัจจุบันอ่อนตัวลงเหลือ 8.9 เหรียญต่อบาร์เรล จาก 13.7 เหรียญต่อบาร์เรลในไตรมาส 2/58 ซึ่งหมายความว่าค่าการกลั่นตลาดของ BCP ในไตรมาส 3/58 มีแนวโน้มที่จะหดตัวลง 3 เหรียญต่อบาร์เรล QoQ ทั้งนี้ไตรมาส 3 เป็นช่วงโลว์ซีซั่นของปริมาณขายผ่านช่องทางการตลาดอีกด้วย ดังนั้นกำไรหลักไตรมาส 3/58 น่าจะอ่อนตัวลง QoQ ทางด้าน YoY เราคาดกำไรหลักของ BCP จะปรับเพิ่มขึ้นในไตรมาส 3/58 เนื่องจากอัตราการใช้กำลังการกลั่นและ ส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่เพิ่มขึ้น
สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป
ถึงแม้ว่ากำไรสุทธิในช่วงครึ่งแรกของปี 2558 คิดเป็น 54% ของประมาณการกำไรสุทธิทั้งปีของเราที่ 7,109 ล้านบาท แต่เรายังคงประมาณการไว้ตามเดิม เนื่องจากเราคาดผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลังของ BCP จะอ่อนตัวลง HoH
คำแนะนำ
จากการที่ผลประกอบการครี่งหลังปี 58 ของ BCP มีแนวโน้มอ่อนตัวลง จากค่าการกลั่นตลาดที่ลดลง เราจึงคิดว่ายังไม่ีมีปัจจัยหนุนราคาหุ้นในระยะสั้น แต่ส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ต่อเนื่อง กอปรกับค่า PER ที่ 7.3 เท่า ณ สิ้นปี 58 ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 10.4 เท่า รวมทั้งอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ 6.1% (เทียบกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มโรงงานกลั่นในไทยที่ 3.0% ) น่าจะเป็นปัจจัยที่ช่วยจำกัดความเสี่ยงขาลงของราคาหุ้น









