วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

Market Focus (6 ส.ค.58)

คาด SET แกว่งตัวในกรอบ 1430-1445 จุด

SET View

- แนวโน้ม วันนี้ SET ยังอยู่ในช่วงแกว่งตัวเพื่อสร้างฐาน หลังจากที่เมื่อวานนี้ ขึ้นไปทดสอบยอดเดิมบริเวณ 1442 จุด อีกครั้งแต่ยังไม่ผ่าน ขณะที่แรงซื้อไม่สม่ำเสมอของผู้ซื้อหลักอย่างกองทุนในประเทศที่เมื่อวานนี้กลับมาซื้อสุทธิแต่ยังมีมูลค่าค่อนข้างน้อยเพียง 160 ล้านบาท (หลังจากที่มีการขายสุทธิสลับออกมาเมื่อวันที่ 4 ส.ค. 286 ล้านบาท) เทียบกับช่วงวันที่ 29 ก.ค. - 3 ส.ค. ที่กองทุนมีมูลค่าซื้อสุทธิเฉลี่ยกว่า 1,700 ล้านบาทต่อวัน

เราประเมินว่า วันนี้ SET จะแกว่งตัวในกรอบ 1430 - 1445 จุด โดยที่ตลาดยังคงไร้ปัจจัยบวกใหม่หนุน ขณะที่ในระยะกลาง เศรษฐกิจไทยยังมีความเสี่ยงในการถูกปรับลดประมาณการอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (อ่านต่อที่ Strategy Talk)

ข่าว/ดัชนีเศรษฐกิจ

• วันนี้ คาด BEC และ LPN รายงานผลประกอบการ 2Q58 สำหรับ LPN เราคาดกำไรสุทธิ 788 ล้านบาท (+170% QoQ, +115% YoY)

• วานนี้ หลังปิดตลาด BCP รายงานกำไรสุทธิ 2Q58 เท่ากับ 2,794 ล้านบาท (+169% QoQ, +122% YoY) ดีกว่าที่เราคาด 11% แต่เรายังมีมุมมองเชิงลบต่อผลประกอบการ 3Q58 เนื่องจากราคาน้ำมันและค่าการกลั่นที่อ่อนตัวลง

• หุ้น PYLON ย้ายจากตลาด mai เข้าซื้อขายใน SET หมวดบริการรับเหมาก่อสร้าง วันนี้เป็นวันแรก

- กลยุทธ์การลงทุน : รอดูสถานการณ์ หรือเก็งกำไรระยะสั้นในหุ้นที่มีประเด็นบวกหนุน

  Top Daily Pick : SAWAD (มูลค่าเหมาะสม 49.75 บาท) เชิงเทคนิคราคาหุ้นดีดตัวทะลุเส้นค่าเฉลี่ย 25 วันเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 2 เดือน, เชิงพื้นฐาน คาดกำไร 2Q58 ทรงตัว QoQ (เนื่องจากเป็น Low season) แต่เติบโตแรงถึง 54% YoY และ EGCO (มูลค่าเหมาะสม 175 บาท) ราคาหุ้นผันผวนต่ำ, ปันผลสูงราว 4.4% (จ่ายปันผลปีละ 2 ครั้ง)

  Technical Pick : TGPRO AKR NPP GENCO CHOW (โปรดอ่านบทวิเคราะห์ Technical เพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน)

  Theme Plays : การประมูล 4G เริ่มนับหนึ่งในเดือนนี้ (ADVANC, INTUCH)/ หุ้นอสังหาฯที่ซื้อขายด้วย P/E ratio ค่อนข้างต่ำ (SPALI, QH) / หุ้นได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่า (KCE, SVI, SAPPE)/ หุ้นที่คาดว่า งบ 2Q58 เติบโตโดดเด่น (CK, LPN, SPALI, PLANB, SAPPE, SYNTEC)

Strategy Talk

- กนง.คงดอกเบี้ย แต่มองเศรษฐกิจไทย มีความเสี่ยงมากขึ้น

ผลการประชุม กนง.วานนี้ มีมติคงดอกเบี้ยนโยบาย 1.5% ตามที่ตลาดคาด แต่จากรายงานการประชุม สะท้อนว่า กนง.มีความกังวลต่อความเสี่ยงขาลงของเศรษฐกิจไทยมากขึ้น โดย กนง. แสดงความเห็นค่อนข้างชัดเจน ว่า ความเสี่ยงที่มากขึ้นมาจากการชะลอตัวของเศรษฐจีน ซึ่งเป็นคู่ค้าสำคัญของไทย และปัญหาภัยแล้ง ด้านเงินเฟ้อ แม้ กนง.มองว่า จะค่อยๆฟื้นตัว ในช่วงครึ่งปีหลัง แต่อาจช้ากว่าที่เคยประเมิน เพราะแนวโน้มราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นช้ากว่าคาดและแรงกดดันด้านอุปสงค์ (Demand) ยังมีอยู่จำกัด

ก่อนหน้านี้ ธปท.ออกมายอมรับว่า มีโอกาสปรับลดประมาณการ GDP ปีนี้ลงอีกครั้งในวันที่ 25 ก.ย. หลังจากยอดส่งออกในครึ่งแรก ยังหดตัว 5% YoY แย่กว่าที่ ธปท. ประเมินไว้ เรามองว่า ในขณะนี้ปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย มีอยู่เพียงแค่การเบิกจ่ายงบลงทุนภาครัฐและภาคการท่องเที่ยว ที่ขยายตัวดีกว่าคาด ล่าสุด กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รายงานจำนวนนักท่องเที่ยวเดือน ก.ค. เท่ากับ 2.64 ล้านคน เพิ่มขึ้นมากถึง 38% YoY

การปรับลดคาดการณ์ GDP เป็นปัจจัยระยะกลางต่อ SET กดดันหุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจในประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ธนาคาร ค้าปลีก อสังหาฯ เป็นต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในยามที่หลายสำนักวิจัยในตลาด ยังไม่ได้ปรับลดประมาณการลงมา สะท้อนจาก Bloomberg consensus ที่คาดการณ์ GDP ไทยปีนี้ไว้ที่ 3.4% สูงกว่าคาดการณ์ของ ธปท. (+3% YoY) และฝ่ายวิจัยภัทร (+2.5% YoY) อย่างมีนัย

ฝ่ายวิจัยภัทร ประเมินการลดดอกเบี้ยของ กนง. อีก 1 ครั้ง น่าจะถูกเลื่อนออกไปเป็นการประชุม 16 ธ.ค. เมื่อ กนง. ได้พิจารณาสภาพเศรษฐกิจโลก (อาจรวมถึงการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed) และข้อมูล GDP 3Q58 ซึ่งมีกำหนดประกาศในวันที่ 16 พ.ย. เสียก่อน ทั้งนี้ กนง.มีกำหนดการประชุมครั้งถัดไป วันที่ 16 ก.ย.