วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Daily Market Outlook (5 ส.ค.58)

รัฐบาลหนุนตลาด

คาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นวันนี้ จากมาตรการรัฐบาลไทย-เทศหนุนเศรษฐกิจและตลาดหุ้น ภายในประเทศ ครม.อนุมัติมาตรการสนับสนุนการสร้างงานมูลค่ามากกว่า 6.5 พันล้านบาท ในต่างประเทศกรีซใกล้จะบรรลุข้อตกลงมาตรการช่วยเหลือทางการเงินกับเจ้าหนี้เต็มที่ ทางการจีนหนุนตลาดหุ้นด้วยหลายมาตรการ และที่สำคัญความเชื่อมั่นในการฟื้นตัวเศรษฐกิจยุโรป นักลงทุนจับตาการประชุม กนง. วันนี้ที่น่าจะคงดอกเบี้ย


หุ้นเด่นวันนี้: TVT (ราคาปิด 2.66 บาท, ซื้อ, ราคาเป้าหมายปี 58 ของ AWS 3.30 บาท)

บมจ. ทีวี ธันเดอร์ คือผู้ผลิตคอนเทนต์อิสระของเมืองไทยที่ได้ประโยชน์ จากการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ทีวีดิจิตอล ผู้ประกอบการลดความเสี่ยงและจ้างผู้ผลิตคอนเทนต์มากขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสครั้งสำคัญต่อการเติบโตของบริษัทด้วยจำนวนรายการรับว่าจ้างผลิตที่เพิ่มมากขึ้น จุดเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเอื้อต่อผลประกอบการของ TVT ในเชิงบวกอย่างมาก และเราคาดว่า TVT จะมีกำไรจากการดำเนินงานในปีนี้เติบโตแข็งแกร่ง 139% YoY และยังเติบโตที่ 24% YoY ต่อเนื่องไปในปี 59 โดยมีปัจจัยสนับสนุนได้แก่ 1) มีรายการใหม่ที่บริษัทรับว่าจ้างผลิตอย่างน้อย 7 รายการ ทำให้มีรายการที่ออกอากาศและส่งมอบตามแผนงานรวมไม่ต่ำกว่า 14 รายการในปีนี้ 2) การออกฉายรายการเสียงลับจับไมค์ซึ่งเป็นรูปแบบรายการที่ซื้อลิขสิทธิ์มาจากต่างประเทศเป็นครั้งแรกในปีนี้ จำนวน 13 ตอน จะช่วยสร้างรายได้ค่าโฆษณาเพิ่มเติมให้แก่บริษัทในไตรมาส 2/58 บริษัทได้เตรียมออกฉายรายการ เต้นเปลี่ยนชีวิต ซีซั่นสาม ในไตรมาส 3/58 3) อัตราการทำกำไรมีแนวโน้มดีขึ้นจากรายการรับผลิตที่มีมากทำให้สามารถยกเลิกรายการที่ไม่ทำกำไรในปีก่อนออกไป Price Pattern ของ TVT ยังคงมีความแข็งแกร่งในแนวโน้มขาขึ้น (Uptrend) จากการกลับมาเกิด Daily Buy Signal ครั้งใหม่ได้ระยะหนึ่งแล้ว โดยเมื่อพิจารณา Price Pattern ของ TVT คาดว่ายังมีโอกาสได้เห็นการทำ New High ครั้งใหม่ เพียงแต่ในระยะสั้น Price Pattern ของ TVT มีแนวต้านสำคัญอยู่ที่ 2.74 บาท ซึ่งหาก Price Pattern ของ TVT สามารถ Break แนวต้านดังกล่าวด้วยการปิดตลาดเหนือ 2.74 บาทได้สำเร็จ นี่จะเป็นการบ่งบอกว่าจะได้เห็นการทำ New High ครั้งใหม่ของ TVT โดยมีเป้าหมายแรกเพื่อทดสอบ High เดิมที่ 2.96 บาท และมีเป้าหมายแรกของการทำ New High อยู่ที่ 3.12 บาท

ปัจจัยสำคัญ

ประเด็นในประเทศ:

• เลือกตั้งเดือน ก.ย. 2559นาย วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่าหากทุกอย่างเป็นไปตามแผน การเลือกตั้งน่าจะเกิดขึ้นได้ในเดือน ก.ย. ปีหน้า หากผ่านความเห็นชอบของสภาปฏิรูปแห่งชาติในเดือน ก.ย. นี้ และส่งมอบให้พิจารณาผ่านประชามติเดือน ม.ค. ปีหน้า ขณะที่ประเมินว่าจะใช้เวลาราว 8 เดือนในการปรับปรุงข้อกฎหมายและการจัดการเลือกตั้ง กรณีที่ไม่ผ่านความเห็นชอบของสภาปฏิรูปแห่งชาติจะส่งผลให้การเลือกตั้งล่าช้าออกไปอีก 19 เดือนนับจากเดือนหน้า (The Nation)

• ครม.เห็นชอบมาตรการสร้างงาน 6.5 พัน ลบ. ประกอบด้วยโครงการ 4,966 โครงการมุ่งที่จะสร้างงานให้แก่ 2 ล้านครัวเรือน โดยจะเน้นภาคเกษตรกรรม ในขณะเดียวกันประเทศไทยก็จะสร้างความสัมพันธ์ทางการค้าแบบทวิภาคีกับเกาหลีใต้ เนื่องจากปัจจุบันความสัมพันธ์ทางการค้ามีแค่ในกรอบอาเซียนเท่านั้น (The Nation)

• ปรับเกณฑ์ภาษีที่ดินอีกครั้ง ตามที่ก.คลังตัดสินใจยกเว้นภาษีที่เก็บจากมูลค่าสิ่งปลูกสร้างจาก พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รมว.คลัง ได้กลับมากำหนดให้เก็บภาษีจากมูลค่าสิ่งปลูกสร้างอีกครั้ง แต่จะเริ่มเก็บภาษีหลังกฎหมายมีผลบังคับใช้ไปแล้ว 3 ปี (Bangkok Post)

• ผู้ชนะประมูล 4จีต้องเสนอแพคเกจที่ไม่แพงกสทช.กล่าวว่าจะเพิ่มเงื่อนไขในร่างการประมูลกำหนดว่าผู้ชนะประมูล 4จีจะต้องเสนอแพคเกจที่ราคาไม่แพงเกินจะซื้อซึ่งต่ำกว่าราคาแพคเกจ 3จีในปัจจุบัน (Bangkok Post)

• เตรียมข้าวประมูลเพิ่มสัปดาห์หน้าก.พาณิชย์เตรียมขายข้าว 6.68 แสนตันจากคลังของรัฐในวันที่ 11 ส.ค. โดยรายละเอียดการประมูลจะประกาศในวันพรุ่งนี้ แหล่งข่าวกล่าวว่าผู้ส่งออกพยายามกดราคาข้าวโดนรวมซึ่งราคานี้ก็น่าจะสะท้อนในการประมูลเช่นกัน (The Nation)

• IRPC รายงานกำไรสุทธิงวด 2Q59 อยู่ที่ 4.2 พันลบ. สูงขึ้น 11% QoQ และ 22.6 เท่าจากช่วงเดียวกันของปีก่อน สอดคล้องกับประมาณการกำไรจาก Bloomberg consensus ที่ 3.9 พันลบ. (SET) ความเห็น: หากไม่รวมกำไรพิเศษจากการบันทึกกลับค่าเผื่อหนี้สูญจำนวน 2.8 พันลบ. ในงวด 1Q58 พบว่ากำไรในงวด 2Q15 เติบโตอย่างโดดเด่นถึง 169% YoY ได้แรงหนุนจากการบันทึกกลับเป็นกำไรสต็อกน้ำมัน ค่าการกลั่นที่สูงขึ้นจำนวนหนึ่ง และ Spread ราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่ปรับตัวสูงขึ้น

ต่างประเทศ:

• ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่จะประกาศในวันศุกร์นี้เป็นกุญแจสำคัญ เนื่องจากนักลงทุนจับตาดูว่าเฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็นครั้งแรกในทศวรรษนี้เมื่อใด จากผลสำรวจนักเศรษฐศาสตร์โดยรอยเตอร์ส มีการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจสหรัฐได้ช่วยสร้างงาน 223,000 ตำแหน่งในเดือนกรกฎาคมซึ่งอยู่ในระดับเดียวกับตัวเลขในเดือนมิถุนายน (Reuters)

• กรีซและเจ้าหนี้ต่างมีความเห็นประสานกันในทางบวก ทั้งกรีซและเจ้าหนี้แสดงออกในทางบวกเมื่อวันอังคารว่าการเจรจาเกี่ยวกับแผนช่วยเหลือกรีซน่าจะตกลงกันได้ภายในไม่กี่วัน รัฐมนตรีคลังกรีซกล่าวว่าการเจรจาดำเนินไปดีกว่าที่คาดในขณะที่เจ้าหน้าที่อียูกล่าวว่าพวกเขาถูก “กระตุ้น” โดยความคืบหน้า (Reuters) ความเห็น: แผนช่วยเหลือกรีซมูลค่า 9.45 หมื่นล้านดอลลาร์ (8.6 หมื่นล้านยูโร) ต้องเจรจาให้เสร็จสิ้นภายใน 20 สิงหาคม หรืออย่างน้อยต้องมีการปล่อยเงินกู้ยืมระยะสั้นเนื่องจากกรีซมีกำหนดชำระหนี้ 3.5 พันล้านยูโรให้แก่ธนาคารกลางยุโรปในวันดังกล่าว

• ผู้กำหนดนโยบายเฟดให้ความเห็นไปในทางที่จะควบคุมอัตราเงินเฟ้อ นายเดนนิส ล็อคฮาร์ท ประธานเฟดแอตแลนต้าและเป็นหนึ่งในผู้มีสิทธิออกเสียงในการประชุม FOMC กล่าวว่าเขาพร้อมที่จะสนับสนุนการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในเดือนกันยายนซึ่งจะช่วยสกัดภาวะเศรษฐกิจที่กำลังตกต่ำ เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นและผลตอบแทนพันธบัตรได้ปรับตัวลงต่อความเห็นดังกล่าว (Financial Times)

สหรัฐ:

• ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลดลงเมื่อวันอังคาร ติดต่อกันเป็นวันที่สามหลังจากนายเดนนิส ล็อคฮาร์ท ประธานเฟดแอตแลนต้าได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับการขึ้นอัตราดอกเบี้ยทำให้นักลงทุนคาดการณ์ว่าจะมีการขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนกันยายน ราคาหุ้นบริษัทแอปเปิลร่วงลงต่ำสุดในรอบ 6 เดือน ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวในจีนและมุมมองเชิงลบเกี่ยวกับยอดขายไอโฟนเป็นตัวกดราคาหุ้นแอปเปิล (Reuters)

• ยอดการผลิตในสหรัฐเพิ่มขึ้น กระทรวงพาณิชย์รายงานเมื่อวันอังคารว่าตัวเลขการสั่งผลิตสินค้าเพิ่มขึ้น 1.8% YoY หลังจากที่ลดลง 1.1% ในเดือนพฤษภาคมเนื่องจากมีความต้องการที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับอุปกรณ์ขนส่งและสินค้าอื่น ๆ ยอดสั่งซื้ออุปกรณ์ขนส่งเพิ่มขึ้น 9.3% ในเดือนมิถุนายนมาจากการจองตั๋วเครื่องบินที่เพิ่มขึ้น 65.4% (Reuters) ความเห็น: ยอดสั่งซื้อสินค้าที่ไม่เกี่ยวกับการบินถูกมองว่าเป็นตัวชี้วัดความมั่นใจในการลงทุนและแผนการใช้จ่าย – เพิ่มขึ้น 0.7% ในขณะที่เพิ่มขึ้น 0.9% ในเดือนพฤษภาคม


ยุโรป:

• CEO บริษัทชั้นนำมีมุมมองบวกต่อเศรษฐกิจยุโรป ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทชั้นนำในสหรัฐและยุโรปแสดงความเชื่อมั่นว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยุโรปที่กำลังเป็นอยู่จะยั่งยืน จากการฟื้นตัวของกลุ่มประเทศในยุโรปทางตอนใต้ CEO เหล่านี้ประกอบด้วย CEO ของ Diageo, DuPontและ General Motors (Reuters)

• การว่างงานในสเปนลดลงจากการว่าจ้างชั่วคราว อัตราการว่างงานในสเปนลดลงในเดือนก.ค.เป็นเดือนที่ 6 ติดต่อกันแล้ว แต่การว่าจ้างงานที่เกืดขึ้นส่วนใหญ่เป็นการว่าจ้างงานชั่วคราว จากสัญญาว่าจ้างงานใหม่ทั้งหมด 1.8 ล้านสัญญา กว่า 93% เป็นการว่าจ้างงานชั่วคราว จำนวนคนว่างงานลดลง 1.8% จากเดือน มิ.ย. เป็น 4.05 (Reuters)

เอเชีย:

• ที่ปรึกษานายกญี่ปุ่นไม่เห็นความจำเป็นต้องกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มกลับต้องเตรียมรับมือการหยุดกระตุ้น เอ็ทซุโร ฮอนดะ ที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจคนสำคัญของนายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ กล่าวในวันอังคารว่า ไม่มีความจำเป็นที่ BOJ จะต้องออกมาตรการเพิ่มเติมเพื่อให้บรรลุเป้าเงินเฟ้อ 2% ในปีหน้าโดยเตือนว่า เงินเยนจะยิ่งอ่อนค่าลงมากเกินไป และราคาสินค้าในอนาคตอาจพุ่งขึ้นเกินควบคุม เขาแนะนำว่าสิ่งต่อไปที่ BOJ ควรพร้อมคือการจัดการกับทรัพย์สินที่ซื้อมาผ่านมาตรการ QQE (Reuters)

• PBOC จะคอยสนับสนุนสภาพคล่องและการขยายตัวของสินเชื่อ ธนาคารกลางจีนแถลงเมื่อวันอังคารว่าจะใช้ทุกมาตรการเพื่อรักษาระดับสภาพคล่องทางการเงินในระบบธนาคารให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม และขณะเดียวกันก็จะสนับสนุนการขยายตัวของสินเชื่อในระดับที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม PBOC พยายามที่จะลดต้นทุนทางการเงินสำหรับกลุ่มอุตสาหกรรม พื้นที่ และกลุ่มประชากรที่สำคัญๆ หรืออ่อนแอ PBOC จะรักษาค่าเงินหยวนให้มีเสถียรภาพ ในขณะที่พยายามปรับปรุงระบบอัตราแลกเปลี่ยน (Reuters)

• หุ้นจีนพุ่งขึ้นในวันอังคาร หลังจากทางการจีนออกมาตรการเพิ่มในการเข้าไปควบคุมการทำธุรกรรมยืมหุ้นมาขายล่วงหน้า (Shot-selling) อันเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการพยุงตลาดหุ้น ตลาดหลักทรัพย์เสิ่นเจิ้น และเซี่ยงไฮ้ ออกกฎใหม่มีผลทันที ห้ามยืมหุ้นและคืนหุ้นในวันเดียวกัน ทำให้เพิ่มความเสี่ยงของผู้ทำธุรกรรมยืมหุ้น ในขณะเดียวกันโบรกเกอร์ใหญ่หยุดการทำธุรกรรมยืมหุ้นมาขายล่วงหน้าลงชั่วคราว (Reuters)

สินค้าโภคภัณฑ์:

• ทองคำเป็นบวกลดลงตามความเห็นว่าใกล้ขึ้นดอกเบี้ย ราคาทองคำตลาดจรปรับขึ้น 1.25 ดอลลาร์สหรัฐไปสู่ 1,087 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ในช่วงท้ายวันอังคาร แต่ก็ปรับตัวลงจากจุดสูงสุดของวันมาอยู่ที่ 1,084.60 ดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นตามความเห็นของ Dennis Lockhart ว่าน่าจะใกล้เวลาขึ้นดอกเบี้ยแล้ว (Reuters)

• ราคาน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นเพราะจีน ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นในวันอังคารเนื่องจากตลาดจีนกลับมาวิ่งต่ออีกครั้งโดยที่จีนเป็นผู้ใช้น้ำมันที่ใหญ่ที่สุดอันดับ 2 ของโลก น้ำมันดิบ NYMEX ปิดเพิ่มขึ้น 57 เซนต์ต่อบาร์เรล (1.3%) สู่ระดับ 45.74 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล น้ำมันดิบเบรนท์บวก 47 เซนต์ (1.0%) มาอยู่ที่ 49.99 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล โดยทั้งคู่ปิดในแดนบวกเป็นครั้งแรกในช่วง 4 วันที่ผ่านมา (Reuters)