แรงกดดันมาจากการปรับฐานของราคาน้ำมัน
SET View
- แนวโน้ม วานนี้ SET เคลื่อนไหวในแดนลบแทบจะตลอดทั้งวัน ก่อนจะกระโดดขึ้นมาปิดบวก 1.92 จุด ที่ระดับ 1442.04 จุด แต่มูลค่าการซื้อขายลดลงเหลือ 3.1 หมื่นล้านบาท และนักลงทุนต่างชาติสลับกลับมาขายสุทธิอีกครั้ง 1.4 พันล้านบาท ผู้ซื้อหลักยังคงเป็นกองทุนในประเทศ 1.3 พันล้านบาท
เราคาดว่า SET มีโอกาสพักตัววันนี้ โดยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของ SET ไว้ที่ 1435 - 1450 จุด โดยมีแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบ หลังจากเมื่อวานนี้ Brent หลุด 50 เหรียญฯต่อบาร์เรล และ WTI แตะ 45 เหรียญฯต่อบาร์เรล ต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน มี.ค.58 หลังจากรัฐมนตรีน้ำมันของอิหร่านออกมากล่าวว่า อิหร่านสามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่มีการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร
วันนี้ติดตาม การประชุม ครม.จะพิจารณา 6 มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและลงทุนของประเทศนำเสนอโดยกระทรวงการคลัง โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อ ผลักดันให้เศรษฐกิจไทยเติบโตมากกว่า 3% ในปีนี้ หนุน Sentiment บวกแก่กลุ่มรับเหมาก่อสร้างให้ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.92% วานนี้ และมีโอกาสเป็นประเด็นในการเก็งกำไรต่อในวันนี้
เมื่อวานนี้หลังตลาดหุ้นปิดทำการ ADVANC ประกาศกำไรสุทธิ 2Q58 เท่ากับ 9.85 พันล้านบาท (-0.5% QoQ, +16% YoY) ดีกว่าที่เราคาดราว 8.8% (รายละเอียดเพิ่มเติมในบทวิเคราะห์ Earnings Result เช้านี้) ขณะที่ Consensus คาด 9.2 พันล้านบาท พร้อมกันนี้ ADVANC ประกาศจ่ายปันผลจากผลประกอบการ 1H58 เท่ากับ 6.50 บาทต่อหุ้น
- กลยุทธ์การลงทุน : แนะนำรอดูสถานการณ์ก่อน แต่หาก SET ปรับตัวเพิ่มขึ้นทะลุ 1445 จุด แนะนำซื้อเก็งกำไรระยะสั้นตาม
Top Daily Pick : AAV (มูลค่าเหมาะสม 6.70 บาท) ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันขาลง และ SVI (มูลค่าเหมาะสม 5.70 บาท) ได้รับประโยชน์จากการอ่อนค่าของเงินบาท ล่าสุด เงินบาทแตะระดับ 35.10 บาท/เหรียญฯ
Technical Pick : APCS BGT BTC ABC EA (โปรดอ่านบทวิเคราะห์ Technical เพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน)
Theme Plays : การประมูล 4G เริ่มนับหนึ่งในเดือนนี้ (ADVANC, INTUCH)/ หุ้นอสังหาฯที่ซื้อขายด้วย P/E ratio ค่อนข้างต่ำ (SPALI, QH) / หุ้นได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่า (KCE, SVI, SAPPE)/ หุ้นที่คาดว่า งบ 2Q58 เติบโตโดดเด่น (CK, LPN, SPALI, PLANB, SAPPE, SYNTEC)
Strategy Talk
- Valuation ของ SET ดูน่าสนใจเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นโลก
Prospective P/E ของดัชนี MSCI กลุ่มประเทศพัฒนา (MSCI DM) แล้วซื้อขายที่ระดับ 17.5 เท่า เทียบกับ SET ที่มี P/E 15 เท่า หรืออีกนัยหนึ่ง MSCI DM เทรดที่ P/E (หรือมี Premium) สูงกว่า SET ราว 17% เทียบกับค่าเฉลี่ย 5 ปีที่มี Premium เพียง 4% แนวโน้มคล้ายกับดัชนี MSCI กลุ่มประเทศเกิดใหม่ (MSCI EM) ซึ่งปัจจุบันมี Premium จาก SET ราว 12% สูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีที่มี Premium เพียง 1%
(ดูรูปตามไฟล์แนบ)
SET ซื้อขายในระดับที่ไม่แพงนักเมื่อเทียบกับประเทศอื่น สะท้อนว่า SET ได้รับรู้ปัจจัยลบมากพอสมควรแล้ว อย่างไรก็ดี SET ยังมีความเสี่ยงจากการปรับลดประมาณการกำไรของบริษัทจดทะเบียนในตลาด เนื่องจากการปรับลด GDP และราคาน้ำมันที่ร่วงลงเร็วในช่วงหลัง ขณะที่แรงขับเคลื่อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนอย่างการลงทุนภาครัฐ มีโอกาสล่าช้าออกไป ทำให้การฟื้นตัวของ SET อาจไม่รวดเร็วนัก









