ฟื้นตัวในครึ่งปีหลังปี 2558
ประเด็นการลงทุน
เราเข้าร่วมการประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวาน ผู้บริหารกล่าวว่า แนวโน้มในครึ่งปีหลังปี 2558 คาดฟื้นตัวเล็กน้อย จากสินเชื่อบรรษัทที่ปรับตัวดีขึ้นและการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯที่ต่ำลงจากช่วงครึ่งครึ่งปีแรกปี 2558 จากแนวโน้มดังกล่าว เราเชื่อว่าการประมาณการของเราอยู่ในระดับที่เหมาะสมแล้ว โดยเราประมาณการกำไรในปี 2558 ที่ 28 พันล้านบาท (ลดลง 16% YoY) และ 36 พันล้านบาท ในปี 2559 (เพิ่มขึ้น 29% YoY) อีกครั้งเราคาดว่าน่าจะมีอัพไซด์ต่อประมาณการกำไรปี 2558 จากการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญที่ต่ำกว่าที่เราคาดและการบริหารหนี้เสียที่ดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังปี 2558 เรายังคงไม่เปลี่ยนแปลงราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2558 ที่ 19.00 บาท อ้างอิงจากค่า PBV ที่ 1.1 เท่า (ต่ำกว่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 1.3 เท่า) และยังคงแนะ ซื้อเก็งกำไร
สินเชื่อเติบโตดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังปี 2558 จากอุปสงค์ของสินเชื่อบรรษัท
บริษัทรายงานตัวเลขอัตราการเติบโตของสินเชื่อที่ค่อนข้างต่ำที่ 1.4% YTD ในช่วงไตรมาส 1/58 ซึ่งต่ำกว่าที่ผู้บริการคาดไว้ทั้งปีที่ 5-7% จากอุปสงค์ของสินเชื่อขนาดใหญ่จากหน่วยงานของรัฐและรัฐวิสาหกิจที่ล่าช้า อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารเชื่อว่าสินเชื่อใครึ่งปีหลังปี 2558 น่าจะเติบโตได้ดีมากจากสินเชื่อของบรรษัท (โดยเฉพาะจากกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และกลุ่มปิโตรเคมี) และบริษัท SMEs ขนาดใหญ่ และอาจทำให้สินเชื่อเติบโตได้อีก 5%ปีนี้ (ระดับต่ำสุดที่บริษัทคาดการณ์) และอีก 5% (จากรัฐวิสหกิจและโครงการของรัฐ) ในปีหน้า
ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยปี 2558 น่าจะทรงตัว YoY จากการเน้นสินเชื่อ SME และรายย่อย
บริษัทคาดว่า เป้าหมายส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่ 2.7% ในปี 2558 น่าจะทรงตัวเนื่องจากบริษัทจะเน้นไปที่อัตราดอกเบี้ยที่ให้ผลตอบแทนสูงอย่างสินเชื่อ SME และรายย่อยมากขึ้น เนื่องจากทั้งสองกลุ่มมีอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่สูงกว่าการปล่อยกู้หน่วยงานของรัฐและสินเชื่อบรรษัท ปัจจุบันสินเชื่อรายย่อยคิดเป็น 37% ของสินเชื่อรวม เพิ่มขึ้น 35% ณ สิ้นปี 2557 ในขณะที่ สัดส่วนของสินเชื่อ SME เติบโตขึ้นเป็น 21% จาก 19%ณ สิ้นปี 2557 ในทางตรงกันข้ามสัดส่วนของสินเชื่อบรรษัทลดลง 35% ณ สิ้นมิ.ย. จาก 37% ณ สิ้นปี 2557 ในขณะที่การปล่อยกู้ให้กับหน่วยงานภาครัฐลดลง 7% จาก 9% ณ สิ้นปี 2557 อย่างไรก็ตาม เรายังคงไม่เปลี่ยนเปลี่ยนแปลงประมาณการส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่ 2.6% ในปี 2558 และ 2.7% ในปี 2559
LLP คาดกลับสู่ระดับปกติ เป็นไปตามที่เราคาด
หลังจากการตั้งสำรองพิเศษค่าเผื่อหนี้สูญฯในช่วงครึ่งปีแรกปี 2558 ผู้บริหารเชื่อว่า จะไม่มีการการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญจำนวนมากในช่วงครึ่งปีหลังปี 2558 อีก หลังจากที่จำนวนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ของบริษัทลดลงต้งแต่ไตรมาส 2/58 นอกจากนี้ อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสะสมต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ยังทำสถิติสูงสุดที่ 125% ณ สิ้นเดือนมิ.ย. จาก 115% ในไตรมาสก่อนหน้า ดังนั้น เรายังคงคาดการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญในปี 2558 อยู่ที่ 20.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 50% YoY ทั้งนี้ ผู้บริหารชี้แจงเพิ่มเติมว่า บริษัทได้ตั้งสำรองสำหรับสินเชื่อบรรษัทรายหนึ่ง (น่าจะเป็น SSI) เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดของธปท.แล้ว ดังนั้น หากบริษัทตั้งสำรองต่ำกว่าทีเราคาดในครึ่งปีหลังปี 2558 ก็น่าจะส่งผลให้มีอัพไซด์ในการประมาณการกำไร ในครึ่งปีหลังปี 2558 โดยการตั้งสำรองในช่วงครึ่งปีแรกอยู่ที่ 11.2 พันล้านบาท เพิ่มข้น 17% YoY และคิดเป็น 55% ของที่เราประมาณการในปี 2558









