คาดกำไร 1Q59 ฟื้นตัวดีจากฐานที่ต่ำในปีก่อน
คาดกำไร 1Q59 เติบโต 37%YoY
เราคาดกำไร 1Q59 (งวด เม.ย – มิ.ย 58) ที่ 281 ล้านบาท (-24% QoQ ,+37YoY) ผลประกอบการปรับลดลงจากไตรมาสก่อนเป็นผลจากปัจจัยฤดูกาลที่มีวันหยุดยาวติดต่อกันหลายวัน และผลกระทบจากการเปลี่ยนโมเดลใหม่ของค่ายรถยนต์รายใหญ่ กอปรกับไตรมาสก่อนมีการบันทึกรายได้จากการจำหน่ายแม่พิมพ์ราว 100 ล้านบาท ส่งผลให้ยอดขายปรับลดลงราว 12% QoQ ในขณะที่เทียบกับงวดเดียวกันปีก่อน กำไรเติบโตดี เนื่องจากฐานกำไรที่ต่ำในปีก่อนโดยระดับ Utilization เพิ่มขึ้นราว 5% จากงวดเดียวกันของปีก่อน เป็น 70% กอปรกับ ผลจากการนำระบบ CMS (Cost Management System) มาใช้ในการควบคุมต้นทุนการผลิต ช่วยให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นจาก 17.6% ใน 1Q15 เป็น 18.7%
กำไรยังมีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง คาดบันทึกกำไรขายเงินลงทุนใน 2Q59
เราคาดกำไรใน 1Q59 เป็นจุดต่ำสุดของปี ผลประกอบการในช่วงที่เหลือของปี คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นโดยเฉพาะครึ่งปีหลังซึ่งโมเดลใหม่ๆออกสู่ตลาดมากขึ้น และการผลิตเริ่มกลับสู่ภาวะปกติ เราคงประมาณการกำไรสุทธิงวดปี 59 (สิ้นสุด มี.ค. 59) ที่ 1,251 ล้านบาท เติบโต 8% YoY โดยอิงสมมติฐานยอดผลิตรถยนต์ของประเทศในปีนี้เติบโต 6%YoY เป็น 2 ล้านคัน โดยคาดอัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization rate) ของ STANLY ในปีนี้จะเพิ่มขึ้นราว 5% จากปีก่อนเป็น 75% โดยโมเดลใหม่ๆที่ได้รับในปีนี้ ได้แก่ Hilux Revo, Nissan Navara, Mitsubishi Triton และโมเดลโคมไฟรถจักรยานยนต์ 2-3 รุ่นจากลูกค้าฮอนด้า โดยเฉพาะโมเดล Honda Click ได้เป็นงานไฟหน้า LED ที่มีมูลค่าต่อชิ้นงานที่สูงกว่าโมเดลเดิม 2 - 3เท่า ทั้งนี้กำไรทั้งปีอาจสูงกว่าที่เราประเมิน เนื่องด้วยบริษัทอยู่ระหว่างเจรจาขายเงินลงทุนในบริษัทร่วม ซึ่งหากสาเร็จคาดว่าจะมีการบันทึกกำไรจากการขายเงินลงทุนเข้ามาในช่วง 2Q59
Upside เริ่มจำกัด แนะนำเพียง “เก็งกำไร”
เรามีมุมมองแป็นบวกต่อผลประกอบการของ STANLY ที่ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว ระยะยาวเรามีประเด็นบวกจากโครงการอีโคคาร์ ซึ่งบริษัทเป็นบริษัทที่น่าจะได้ประโยชน์ เนื่องจากเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนโคมไฟรถยนต์รายใหญ่สุดในประเทศ สำหรับราคาหุ้นเริ่มมี Upside จำกัด โดยปัจจุบันซื้อขายที่ P/E ราว 12 เท่า ซึ่งถือว่าใกล้เคียง P/E เป้าหมายระยะยาวของกลุ่มยานยนต์ที่ 12 – 13 เท่า









