วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

IRPC - ขาย

มองข้ามกำไรสูงสุดไตรมาส 2/58-แนวโน้มขาลงของกำไรในครึ่งปีหลัง

ประเด็นการลงทุน

เรายังคงแนะ ขาย สำหรับ IRPC โดยกำไรไตรมาส 2/58 ที่แข็งแกร่งและการปรับเพิ่มประมาณการปี 2558 ของตลาด น่าจะหนุนให้แนวโน้มราคาหุ้นแข็งแกร่งกว่าหุ้นในกลุ่มเดียวกันในระยะสั้น (อย่างน้อยจนกว่ามีการประกาศงบการเงินใน วันที่ 4 ส.ค.) อย่างไรก็ดีเราแนะนำนักลงทุนให้ขายทำกำไร จากราคาหุ้นที่ค่อนข้างโดดเด่น YTD ได้สะท้อนผลประกอบการที่ค่อนข้างน่าประทับใจในครึ่งปีแรกปี 2558 ไปแล้ว ขณะที่ในครึ่งปีหลังมีแนวโน้มอ่อนตัวลง โครงการ UHV ยังไม่มีผลกระทบอย่างมีนัยยะจากการที่โรงงานจะเริ่มดำเนินงานในช่วงปลายไตรมาส 4/58 และตลาดโพรพิลีนยังมีแนวโน้มไม่ดีนัก

ทำสถิติสูงสุดใหม่ในไตรมาส 2/58...

เราคาดว่า กำไรสุทธิไตรมาส 2/58 อยู่ที่ 3,929 ล้านบาท สูงกว่าสถิติสูงสุดก่อนหน้าในไตรมาส 1/58 อยู่ 3% หนุนจากค่าการกลั่นรวมเฉลี่ยจากการดำเนินงาน อัตราการใช้กำลังการกลั่นที่สูงขึ้นและการรับรู้กำไรจากสต๊อคน้ำมันและเงินสินไหมทดแทนจากการประกันภัย ค่าการกลั่นรวมเฉลี่ยจากการดำเนินงานน่าจะปรับตัวสูงขึ้นที่ 14 เหรียญดอลลาร์/บาร์เรล จาก 13 เหรียญดอลลาร์/บาร์เรลในไตรมาส 1/58 จากมาร์จิ้นปิโตรเคมีที่แข็งแกร่ง ในขณะทีมาร์จิ้นของโรงกลั่นที่แข็งแกร่งหนุนให้อัตราการใช้กำลังการผลิตสูงขึ้นมาอยู่ที่ 190 KBD จากระดับปกติที่ 180 KBD ในส่วนของการรับรู้กำไรจากสต๊อคน้ำมันและเงินสินไหมทดแทนจากการประกันภัยอยู่ที่ 2.7 พันล้านบาท โดยสามารถลดผลกระทบจากการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 500 ล้านบาท จากผลของค่าเงินบาทอ่อนค่าเทียบกับ USD

…ปรับเพิ่มประมาณการทั้งปี 2558-แนวโน้มขาลงของกำไรในครึ่งปีหลัง

จากกำไรสุทธิในไตรมาส 2/58 และสินไหมทดแทนเพิ่มเติมในไตรมาส 3/58 เราปรับเพิ่มกำไรปี 2558 เพิ่มขึ้น 14% ที่ 10,069 ล้านบาท อย่างไรก็ดี เราคาดประมาณการกำไรในครึ่งปีหลังปี 2558 จะอยู่แค่เพียง 1.1 พันล้านบาท/ไตรมาส ประมาณหนึ่งในสามของกำไรเฉลี่ยที่ 3.8 พันล้านบาท/ไตรมาสในช่วงครึ่งปีแรกปี 2558 แนวโน้มผลประกอบการในครึ่งปีหลังที่ต่ำลงจากแนวโน้มการหดตัวของมาร์จิ้นค่าการกลั่นและปิโตรเคมี จากผลของนอกฤดูปิดซ่อมบำรุงและกำลังการผลิตใหม่ ค่าการกลั่นเฉลี่ยจากการดำเนินงานน่าจะอ่อนตัวลงมาอยู่ที่ 11 เหรียญดอลลาร์/บาร์เรลในช่วงครึ่งปีหลังปี 2558 เทียบกับ 13.5 เหรียญดอลลาร์/บาร์เรลในช่วงครึ่งปีแรกปี 2558 โดยกำไรพิเศษที่ค่อนข้างสูงในครึ่งปีแรกน่าจะไม่ได้เห็นอีกในช่วงครึ่งปีหลัง

มาร์จิ้นปิโตรเคมีแข็งแกร่งแต่ยังไม่มีเสถียรภาพ

ค่าการกลั่นรวมเฉลี่ยลดลง QTD ที่ 12 เหรียญดอลลาร์/บาร์เรล จาก 14 เหรียญดอลลาร์/บาร์เรลในไตรมาส 2/58 มาร์จิ้นค่าการกลั่นลดลงเหลือ 3 เหรียญดอลลาร์/บาร์เรล (ตามที่เราคาด) จาก 5 เหรียญดอลลาร์/บาร์เรล ใขณะที่มาร์จิ้นปิโตรเคมี เพิ่มขึ้นเป็น 7 เหรียญดอลลาร์/บาร์เรล ใกล้เคียงกับไตรมาส 2/58 อย่างไรก็ดี เรายังคงมีมุมมองเชิงลบในระยะสั้นต่อแนวโน้มมาร์จิ้น อ้างอิงจากข้อมูลทางสถิติ ส่วนต่างราคา PE-Naptha ที่มากกว่า 800 เหรียญ/ตัน ในปัจจุบัน ไม่น่าจะยืนอยู่ได้ และน่าจะลดลงมาต่ำกว่า 700 เหรียญดอลลาร์ในเดือน ส.ค.

นอกจากนี้ ราคาปิโตรเคมียังมีความล่าช้าในการปรับตัวหลังจากการลดลงของน้ำมันดิบ ดังนั้น เราคาดมาร์จิ้นของปิโตรเคมีน่าจะกลับสู่ระดับปกติที่ 5-6 เหรียญดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งทำให้ประมาณค่าการกลั่นรวมเฉลี่ยในครึ่งปีหลังปี 2558 ที่ 11 เหรีญดอลลาร์/บาร์เรล มีความเป็นไปได้

กำไรปี 2558 น่าจะเป็นจุดสูงสุด

เรามองว่า การเดินเครื่องของโครงการ UHV (ปลายไตรมาส 4/58) จะไม่สามารถดันกำไรปี 2559 ให้เท่ากับปีนี้ได้ เนื่องจาก บริษัทรับรู้กำไรพิเศษในปี 2558 คิดเป็น 40% ของกำไรที่เราประมาณการ ซึ่งไม่คาดว่าจะเห็นในปีหน้า โรงงานจะปิดซ่อมบำรุงเป็นเวลา 30 วันในเดือน พ.ย. ดังนั้นน่าจะมีต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากการปิดโรงงาน มากไปกว่านั้นมาร์จิ้นส่วนเพิ่มจากโครงการ UHV ไม่น่าจะเป็นตัวเพิ่ม แต่กลับกันจะเป็นเพียงรักษาให้ค่าการกลั่นรวมทรงตัวอยูในระดับเดียวกันกับปี 2558 จากการวิเคราะห์ของเราชี้ให้ห็นว่า เพื่อที่จะรักษาระดับผลประกอบการในปีถัดไป บริษัทต้องการอย่างน้อย 15 เหรียญดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเราคาดว่ายากที่จะเกิดขึ้น มาร์จิ้นของการกลั่นและปิโตรเคมีและการลดลงของพรีเมียมน้ำมันในไตรมาส 1/58 ดูเหมือนจะเป็นผลกระทบครั้งเดียวเท่านั้น และเราคาดค่าการกลั่นรวมจากการดำเนินงานน่าจะทรงตัว YoY ที่ 12 เหรีญดอลลาร์/บาร์เรล ในปี 2559