LPN คงเป้ารายได้ปีนี้ 1.6 หมื่นลบ.

LPN คงเป้ารายได้ปีนี้ 1.6 หมื่นลบ.

"แอลพีเอ็น" คงเป้ารายได้ปีนี้ 1.6 หมื่นล้านบาท หลังรายได้ครึ่งปีแรกดีกว่าเป้าหมาย 10% เตรียมเปิด 5 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 1.5 หมื่นล้านบาท

นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ กรรมการผู้จัดการ บมจ.แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ (LPN) คงเป้ารายได้ในปีนี้ที่ระดับ 1.6 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 1.29 หมื่นล้านบาทในปีก่อน และยอดขายที่ 2 หมื่นล้านบาท หลังจากครึ่งปีแรกทำรายได้แล้ว 6.7 พันล้านบาท และยอดขายกว่า 9 พันล้านบาท โดยรายได้ที่เติบโตเป็นผลจากการทยอยโอนโครงการคอนโดมิเนียม 3 โครงการ และเตรียมเปิดโครงการคอนโดมิเนียมเพิ่มในครึ่งปีหลังอีก 5 โครงการ มูลค่ารวม 1.5 หมื่นล้านบาท

"ภาพรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับกลางถึงล่าง โดยเฉพาะตลาดคอนโดมิเนียมยังมีความต้องการที่สูงอยู่ โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ โดยเริ่มเห็นสัญญาณการกลับมาซื้อโครงการของบริษัทที่มียอดขายกลับมาเพิ่มมากขึ้นตั้งแต่เดือนมีนาคมและต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน หลังจากช่วงเดือนพฤศจิกายน 57 มาจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 58 ยอดขาย Pre-sale ชะลอตัว คาดว่าลูกค้าอาจจยังรอสัญญาณอะไรบางอย่างที่จะเข้ามากระตุ้นให้เกิดความต้องการซื้อที่เพิ่มมากขึ้น อย่างเช่นการทำโปรโมชั่นในแต่ละโครงการที่เป็นปัจจัยหลักที่ลูกค้าจับตารออยู่ ประกอบกับพิจารณาความเชื่อมั่นของลูกค้าและกำลังซื้อของลูกค้าแต่ละราย"นายโอภาส กล่าว

นายโอภาส กล่าวว่า ช่วงครึ่งแรกปีนี้บริษัททำยอดขายได้กว่า 9 พันล้านบาท จาก 3 โครงการใหม่ ได้แก่ ลุมพินี พาร์ค บีช-ชะอำ ,ลุมพินี วิลล์ นครอินทร์-ริเวอร์วิว และลุมพินี มิกซ์ เทพารักษ์-ศรีนครินทร์ กับโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ได้แก่ โครงการลุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต-คลอง 1 (เฟส 1) ซึ่งมีแล้ว 4,000 ยูนิต โดยบริษัทยังมั่นใจว่ายอดขาย Pre-sale ในปีนี้จะทำได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งในครึ่งปีหลังบริษัทจะเปิดโครงการคอนโดมิเนียมเพิ่มอีก 5 โครงการ มูลค่ารวม 1.5 หมื่นล้านบาท

ขณะที่รายได้ของบริษัทในครึ่งปีแรกอยู่ที่ 6.7 พันล้านบาท ทำได้ดีกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 10% เป็นผลมาจากการทยอยโอน 3 โครงการในช่วงครึ่งปีแรก ได้แก่ ลุมพินี เพลส สุขสวัสดิ์-พระราม 2 ,ลุมพินี เพลส ศรีนครินทร์-หัวหมาก และลุมพินี พาร์ค รัตนาธิเบศร์-งามวงศ์วานในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ซึ่งลูกค้ามีการทยอยโอนอย่างต่อเนื่อง ไม่มีการกระจุกตัวในช่วงครึ่งปีหลัง

ทั้งนี้ บริษัทมียอดขายรอโอน (Backlog) ถึงสิ้นมิ.ย.58 อยู่ที่ 1.9 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะทยอยโอนในช่วงครึ่งปีหลังอีกราว 9 พันล้านบาท โดยในครึ่งปีหลังจะทยอยโอนโครงการราว 3 โครงการ ได้แก่ ลุมพินี พาร์ค รัตนาธิเบศร์-งามวงศ์วาน ที่โอนต่อเนื่องมาจากไตรมาส 2/58 ลุมพินี พาร์ค พระราม9-รัชดา และลุมพินี เพลส ศรีนครินทร์-หัวหมาก สเตชั่น ส่วน Backog ที่เหลืออีก 1 หมื่นล้านบาท จะเริ่มทยอยโอนภายในปี 59

สำหรับงบซื้อที่ดินของบริษัทที่ตั้งไว้ 4 พันล้านบาทในปีนี้นั้น ช่วงครึ่งปีแรกได้ใช้ไปเพียงเล็กน้อย และในครึ่งปีหลังจะมีการซื้อที่ดินเพิ่มอีก โดยที่ดินส่วนใหญ่เป็นที่ดินในกรุงเทพฯและปริมณฑล ซึ่งบริษัทมีการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯและปริมณฑลสัดส่วน 90% มากกว่าโครงการอสังหาริมทรัพย์ในต่างจังหวัดที่มีสัดส่วน 10%

ขณะที่อัตราการปฏิเสธสินเชื่อของบริษัทอยู่ที่ระดับ 5% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากสิ้นปีก่อน เนื่องจากธนาคารเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อเพิ่มขึ้น ประกอบกับกลุ่มลูกค้าของบริษัทเป็นลูกค้าระดับกลางถึงล่าง ในภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยที่ยังไม่ฟื้นตัวและยังมีปัญหาหนี้ครัวเรือนในระดับสูง อาจจะมีผลกระทบต่อลูกค้าบางรายที่เกณฑ์ไม่ถึงมาตรฐานของธนาคารพาณิชย์ แต่ในภาพรวมแล้วการอนุมัติสินเชื่อของธนาคารให้กับลูกค้ายังไม่มีปัญหามากนัก ทุกอย่างยังเป็นปกติ ซึ่งบริษัทมีการบริหารจัดการเครดิตของลูกค้าเป็นอย่างดีก่อนยื่นขออนุมติสินเชื่อจากธนาคาร