คาดกำไร 2Q58 โตเด่นสุดในกลุ่มโรงกลั่น
คาดกำไรสุทธิฟื้น
ผลประกอบการได้รับปัจจัยบวกจาก (1) ราคาน้ำมันดิบที่ปรับเพิ่ม ทำให้ BCP กลับมามี Stock gain อีกครั้ง (2) ค่าการกลั่นที่ยังทรงตัวในระดับสูง สวนทางกับทิศทางของค่าการกลั่นตลาดสิงค์โปร์ และ (3) กำลังกลั่นที่ปรับเพิ่ม ปัจจัยบวกที่กล่าวมาทั้งหมด ทำให้เราคาดว่าบริษัทจะมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 2.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 143%QoQ
ค่าการกลั่นสูง หนุนผลประกอบการ
เราเชื่อว่าบริษัทจะมีค่าการกลั่นพื้นฐาน (Market GRM) ใน 2Q58 อยู่ที่ 10.3 เหรียญต่อบาร์เรล ทรงตัว QoQสวนทางกับค่าการกลั่นตลาดสิงค์โปร์ที่อ่อนตัวตามฤดูกาล ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากต้นทุนกลั่นที่ลดลงจากผลของ Crude premium ที่ลดลง ขณะที่บรษัทยังคงสามารถขายน้ำมันคุณภาพสูงได้ในราคาที่ดีกว่าตลาด เพียงพอชดเชยกลุ่มน้ำมันสำเร็จรูปขั้นกลาง (น้ำมันดีเซลและน้ำมันเครื่องบิน) ที่อ่อนตัว นอกจากนี้ BCP ยังมี Stock และ Heading gain รวม 1.5 เหรียญต่อบาร์เรล พลิกจากผลขาดทุน 5.9 เหรียญต่อบาร์เรล ใน 1Q58 ที่ผ่านมา โดยมีกำลังกลั่นที่ยังคงปรับเพิ่ม 3%QoQมาอยู่ที่ 112 พันบาร์เรลต่อวัน
ธุรกิจตลาดทรงตัว
แม้ยอดขายน้ำมันผ่านสถานีบริการปรับเพิ่ม 2%QoQเป็น 468 ล้านลิตรต่อเดือน แต่ถูกลดทอนด้วยค่าการตลาดที่ปรับลดลง เนื่องอุปทานในตลาดที่ปรับเพิ่มหลังจากโรงกลั่นในประเทศกลับมาดำเนินการกลั่นตามปกติ ทำให้เราคาดว่าค่าการตลาดจะอยู่ที่ 0.64 บาทต่อลิตร ลดลงจาก 0.75 บาทต่อลิตร ใน 1Q58 ที่ผ่านมา ด้านธุรกิจอื่นอย่างธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์และโรงงานไบโอดีเซลมีผลประกอบการทรงตัว QoQ
Upside จำกัด ธุรกิจหลักเริ่มมีความเสี่ยง
ธุรกิจการกลั่นเริ่มกลับมามีความเสี่ยงจาก (1) ค่าการกลั่นที่อ่อนตัวลงตามฤดูกาล โดยปัจจุบันค่าการกลั่นสิงค์โปร์ลดลงกว่า 35%QoQและ (2) การรับรู้ Stock Loss เนื่องจากราคาน้ำมันเริ่มกลับถูกกดดันจากความกังวลเรื่อง Over supply อีกครั้ง ขณะที่ราคาหุ้นเริ่มมี Upside ที่จำกัด ทำให้เราปรับตำแนะนำจาก "ซื้อ" มาเป็น "เก็งกำไร" ผลประกอบการ 2Q58 ที่แข็งแกร่งเท่านั้น









