"ทอท." หารือ "กรมการบินพลเรือน" คาดกลับไปใช้ระบบตรวจกระเป๋าแบบเดิม แก้ปัญหารอคิวเอ็กซเรย์ยาว แต่เข้มมาตรการรักษาความปลอดภัยแทน
รายงานข่าวจาก บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยว่า จากการประชุมร่วมกันระหว่าง ทอท. กับกรมการบินพลเรือน เพื่อแก้ปัญหาผู้โดยสารรอคิวเอ็กซเรย์ยาวพบว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากการปรับระบบการรักษาความปลอดภัยใหม่ของกรมการบินพลเรือน ที่ต้องตรวจเอ็กซเรย์กระเป๋าทุกใบซึ่งทาง ทอท.ได้เสนอให้กลับไปใช้การตรวจกระเป๋าแบบเดิม คือตรวจเฉพาะกระเป๋าที่ต้องการโหลดใต้ท้องเครื่องบินเท่านั้น เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการให้บริการ แต่จะเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยพิเศษเพิ่มเติม เพื่อไม่ให้เกิดการสลับสิ่งของเข้าไปในกระเป๋าที่ต้องโหลด โดยเบื้องต้นทาง กรมการบินพลเรือน ยอมรับกับเงื่อนไขนี้ ดังนั้น ตั้งแต่วันที่ 20 ก.ค.นี้ ทอท.จะสามารถเอ็กซเรย์กระเป๋าด้วยวิธีเดิม ซึ่งจะบรรเทาปัญหาคิวยาวได้ แต่ขณะเดียวกันกรมการบินฯ จะขอตรวจความเรียบร้อยของสนามบินดอนเมืองต่อไปอีก 1 สัปดาห์
นายประสงค์ พูนธเนศ ประธานคณะกรรมการบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. กล่าวว่า รู้สึกตกใจกับภาพผู้โดยสารต่อคิวเข้าตรวจเอ็กซเรย์ที่สนามบินดอนเมือง โดยวันที่ 20 ก.ค.นี้ ทอท.ได้มีการหารือกับ กรมการบินพลเรือน เพื่อแก้ปัญหานี้ โดยสาเหตุเบื้องต้นมาจาก ทอท.ได้ปรับระบบการตรวจกระเป๋าสัมภาระใหม่ให้ได้มาตรฐานการรักษาความปลอดภัยตามที่กรมการบินพลเรือนกำหนด ซึ่งจะต้องตรวจกระเป๋าผู้โดยสารทุกใบก่อนเข้ามาเช็กอิน จากเดิมที่จะตรวจเฉพาะกระเป๋าที่โหลดใต้ท้องเครื่องบินเท่านั้น ทำให้ขั้นตอนการตรวจกระเป๋าเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว จนผู้โดยสารต้องเสียเวลาขึ้นเครื่องบินเป็นไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมง
ส่วนแนวทางการแก้ไขปัญหา ขณะนี้ ทอท.กำลังปรับปรุงอาคารเทียบเครื่องบิน หมายเลข 5 และปรับปรุงอาคารผู้โดยสาร อาคาร 2 โดยอาคาร 2 จะเสร็จเดือนส.ค. และเปิดใช้ทางการเดือน ก.ย.58 โดยมีพื้นที่ 106,586.5 ตารางเมตร รองรับผู้โดยสารได้เพิ่มจาก 18.5 ล้านคน เป็น 30 ล้านคน ขณะเดียวกันมีการแยกผู้โดยสารทั้งในและระหว่างประเทศออกจากกัน ทั้ง 2 อาคาร พร้อมกับติดตั้งระบบเอ็กซเรย์ที่มีจอมองเห็นสัมภาระภายในกระเป๋าได้เลย ซึ่งจะทำให้เอ็กซเรย์ได้รวดเร็ว และแก้ปัญหาสนามบินดอนเมืองแออัดได้









