เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 6 ปี ขณะที่ดัชนี SET ปรับลดลง จากแรงขายหุ้นพลังงาน และการส่งสัญญาณของเฟดในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายปีนี
สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท
- เงินบาทอ่อนค่าทะลุระดับ 34.10 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยเงินบาทร่วงแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 6 ปีที่ 34.226 บาทต่อดอลลาร์ฯ ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์หนี้ของกรีซในช่วงต้น-กลางสัปดาห์ (ซึ่งยังคงอยู่ระหว่างการรอผลการลงคะแนนของรัฐสภากรีซ) ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ ได้รับแรงหนุนอย่างต่อเนื่อง หลังถ้อยแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ต่อสภาคองเกรสยังคงย้ำว่า เฟดมีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้หากเศรษฐกิจและตลาดแรงงานสหรัฐฯ ปรับตัวดีขึ้น นอกจากนี้ การอ่อนค่าของเงินบาทยังเป็นทิศทางที่สอดคล้องกับสัญญาณที่สะท้อนว่า เศรษฐกิจไทยยังน่าจะฟื้นตัวอย่างช้าๆ ในช่วงครึ่งหลังของปี
- สำหรับในวันศุกร์ (17 ก.ค.) เงินบาทอยู่ที่ 34.14 เทียบกับระดับ 33.95 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (10 ก.ค.)
สำหรับสัปดาห์ถัดไป (20-24 ก.ค.) ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 34.00-34.25 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ตลาดรอจับตาเพื่อช่วยประเมินจังหวะการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด ได้แก่ ยอดขายบ้านใหม่ ยอดขายบ้านมือสองเดือนมิ.ย. และดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนก.ค. (เบื้องต้น) นอกจากนี้ ตลาดยังน่าจะยังคงติดตามปัญหาของกรีซ โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องการเจรจาเพื่อขอรับความช่วยเหลือทางการเงินรอบที่ 3 ระหว่างกรีซกับกลุ่มเจ้าหนี้ และสถานการณ์ของธนาคารพาณิชย์กรีซที่อาจจะกลับมาเปิดทำการอีกครั้ง แต่ยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมเงินทุนเคลื่อนย้ายอย่างใกล้ชิด
สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย
- ดัชนี SET ปรับลดลง จากแรงขายหุ้นพลังงาน และการส่งสัญญาณของเฟดในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายปีนี้ มาปิดที่ระดับ 1,479.31 จุด ลดลง 0.38% จากสัปดาห์ก่อน มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันลดลง 8.22% จากสัปดาห์ก่อน มาที่ 32,771.37 ล้านบาท ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 634.97จุด ลดลง 1.21% จากสัปดาห์ก่อน
- ตลาดหุ้นไทยปรับตัวผันผวนในสัปดาห์นี้ โดยดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้นในวันจันทร์หลังผู้นำยูโรโซนบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นเกี่ยวกับการช่วยเหลือกรีซได้ ก่อนที่ดัชนีจะปิดตลาดลดลงในช่วงที่ยังเหลือของสัปดาห์ โดยได้รับแรงกดดันจากการปรับตัวลงของราคาหุ้นกลุ่มพลังงาน หลังจากอิหร่านและชาติมหาอำนาจสามารถได้ข้อสรุปเกี่ยวกับการเจรจาเรื่องโครงการนิวเคลียร์ รวมทั้ง การส่งสัญญาณของเฟดถึงโอกาสในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปีนี้
สำหรับสัปดาห์ถัดไป ( 20-24 ก.ค.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีมีแนวต้านที่ 1,495 และ 1,510 จุด ตามลำดับ ขณะที่แนวรับอยู่ที่ 1,470 และ 1,450 จุด ประเด็นติดตามในประเทศ ได้แก่ การรายงานผลประกอบการไตรมาส 2/2558 ของบริษัทจดทะเบียน สำหรับประเด็นในต่างประเทศ คงต้องจับตาการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันในโลก รวมทั้ง การรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯเดือน มิ.ย. อาทิ เครื่องชี้ภาคการผลิต (Markit PMI) และเครื่องชี้ตลาดที่อยู่อาศัยสหรัฐฯ นอกจากนี้ ยังต้องติดตาม การรายงานดัชนี PMI ในยูโรโซน และจีน









