วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

CENTEL - ซื้อ

ประเด็นหลักจากโรดโชว์

ประเด็นการลงทุน

เราจัดโรดโชว์สำหรับนักลงทุนในประเทศในวันที่ 15 ก.ค. โดยได้รับเกียติจากผู้บริหารระดับสูงของ CENTEL ได้แก่ ดร. รณชิต มหัทธนะพฤทธิ์ Senior Vice President of Finance and Administration และคุณนันทวัน วัชรโกมลพันธ์ Corporate Finance Director ทำให้เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อบริษัทและมั่นใจว่าบริษัทจะรายงานกำไรหลักในปี 2558 ทำสถิติสูงสุดใหม่และการเป็นผู้นำการเติบโตของกำไรสูงสุดในกลุ่มท่องเที่ยวที่เราให้คำแนะนำ ทั้งนี้จากผลประกอบการปี 2558 ที่ดีที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ เรามองว่าหุ้นควรค่าแก่การได้รับการซื้อขายที่มูลค่าสูงขึ้นใกล้เคียงกับปี 2556 ที่เป็นปีที่ดีที่สุดของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริษัทที่ CENTEL ซื้อขายที่PER เท่ากับ 32 เท่า (สูงกว่าค่าเฉลี่ยตั้งแต่ปี 2549-2557 อยู่ 1 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน) ซึ่ง ณ มูลค่าระดับการซื้อขายดังกลาวแสดงถึงราคาหุ้น CENTEL ที่ 43 บาท (คำนวณบนคาดการณ์กำไรต่อหุ้นปี 2558 ) โดยเราคงคำแนะนำ ซื้อ

ผลประกอบการธุรกิจโรงแรมชนะระดับสูงสุดครั้งก่อนในปี 2556

จากผลประกอบการโรงแรมที่ทำสถิติสูงสุดในไตรมาส 1/58 เราคาดบริษัทสามารถรักษาผลประกอบการที่ดีจนถึงช่วงเม.ย.-มิ.ย. ซึ่งเป็นตัวเลขผลประกอบการที่ดีที่สุดในช่วงโลว์ซีซั่นในไตรมาส 2/58 โดยอัตราการเข้าพักในช่วงที่ผ่านมาแข็งแกร่งมากที่ 81% ในเดือน เม.ย. 75% ในเดือน พ.ค. และ 75% ในเดือน มิ.ย. เทียบกับอัตราการเข้าพักเฉลี่ยในไตรมาส 2/57 ที่ 69% รายได้ต่อห้องพักเฉลี่ยน่าจะเพิ่มขึ้น 15% YoY ในเดือน เม.ย. 8% YoY ในเดือน พ.ค. และ 8% YoY ในเดือนมิ.ย. ดังนั้น รายได้ต่อห้องพักเฉลี่ยในไตรมาส 2/58 คาดจะอยู่ที่ประมาณ 3,200 บาท (มากกว่าตัวเลขทีสูงสุดในช่วงโลว์ซีซั่นในไตรมาส 2/56 ที่ 2,869 บาท) โดยในปี 2558 ผู้บริหารเชื่อมั่นว่า อัตราการเข้าพักจะสามารถทำสถิติสูงสุดได้ที่ 81% (ตัวเลขอัตราการเข้าพักสูงที่สุดครั้งล่าสุดอยู่ที่ 80% ในปี 2556) และตั้งเป้าอัตราการเติบโตของรายได้ต่อห้องพักที่ 7% ด้วยอัตราส่วน EBIDA margin ขยายตัว 2% YoY

การหันมาเน้นประสิทธิภาพของธุรกิจอาหารหนุนอัตรากำไรฟื้นตัวจริงต่อเนื่อง

การฟื้นตัวของอัตรากำไรของธุรกิจอาหารสามารถชดเชยผลกระทบจากการเติบโตของยอดขายอาหารที่ชะลอตัวได้ โดยแม้ว่ายอดขายต่อสาขาเดิมเติบโต 0.8% YoY ในเดือนเม.ย. 2% ในเดือนพ.ค.และติดลบในเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นความท้าทายสำหรับบริษัทในการบรรลุเป้าหมายอัตราการเติบโตของยอดขายต่อสาขาเดิมที่ 2% ในปี 2558 และอัตราการ เติบโตของยอดขายรวมทุกสาขาที่ 7%


อย่างไรก็ตามอัตราส่วน EBITDA marginในธุรกิจอาหารของบริษัทขยายตัวอย่างชัดเจนที่ 3.4% YoY โดยอยู่ที่ 12.0% ในไตรมาส 1/58 และขยายตัว 4.9% YoY อยู่ที่ 15.0% ในไตรมาส 2/58 จากต้นทุนวัตุดิบที่ต่ำลงและการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานในปีนี้ ดังนั้นอัตราส่วน EBITDA margin ของปี 2558 น่าจะดีกว่าป้าหมายของบริษัทที่ 12.0% ในปี 2558 ได้ (เทียบกับปี 2557 อยู่ที่เพียง 9.0%)

ตลาดมีโอกาสปรับเพิ่มประมาณการ

เราประเมินว่าบริษัทน่าจะสามารถรายงานกำไรหลักไตรมาส 2/58 ที่ดีที่สุดในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยวในไตรมาสสอง โดยเราคาดกำไรหลักไตรมาส 2/58 ที่ 240 ล้านบาท เพิ่มขึ้นก้าวกระโดด 476%YoY แต่ลดลง 71% QoQ จากผลของฤดูกาล (ธุรกิจโรงแรมยังคงทำกำไรในไตรมาส 2/58 แม้จะอยู่ในช่วงโลว์ซีซั่น) ดังนั้น เราคาดผลประกอบการในครึ่งปีแรกคิดเป็น 59% จากตัวเลขกำไรที่เราประมาณการ (และคิดเป็น 64% ของตัวเลขที่ตลาดคาดการณ์) โดยการขยายตัวของอัตรากำไรรวมจะเป็นปัจจัยเชิงบวกสำคัญกระตุ้นให้ตลาดปรับเพิ่มการประมาณการกำไรในอนาคต (ประมาณการกำไรหลักของเราสำหรบปี 2558 สูงกว่าตลาดคาดการณ์ 8%) ทั้งนี้ ดร. รณชิต ชีเจงว่า บริษัทอาจมีการบันทึกค่าใช้จ่ายพิเศษ๋ครั้งเดียว(ไม่ใช่เงินสด) จากการเปลี่ยนแปลงนโยบายทางบัญชีในการตัดจ่ายค่าเช่าที่ดินของโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ลาดพร้าวในไตรมาส 3/58 แต่มีผลกระทบไม่มากนัก

ยังมีปัจจัยกระตุ้นการเติบโตกำไรยั่งยืนในระยะยาว

ธุรกิจประชุมและสัมมนาคาดกลับมาฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นไป (รายได้ส่วนนนี้คิดเป็น 5% ของรายได้โรงแรม CENTEL) อีกทั้ง Cosi (แบรนด์ใหม่สำหรับโรงแรมราคาประหยัด) ตั้งเป้าหมาย 20-25 โรงแรมในอีก 5 ปีข้างหน้า (6 แห่งเป็นโรงแรมที่เป็นเจ้าของเอง ที่เหลือเป็นสัญญาบริหาร) ที่สำคัญCENTEL เตรียมสร้างโรงแรมสี่ดาวอีกสองแห่งในมัลดีฟ (300 ห้อง) ซึ่งจะเพิ่มจำนวนห้องพักอีก 7% ให้กับ CENTEL ในปี 2561 ทั้งนี้อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนสุทธิที่ต่ำมากที่ 0.7 เท่า ณ สิ้นเดือน มี.ค. ษริษัทวางแผนที่จะเข้าซื้อกิจการอาหารแบรนด์ใหม่ที่เป็นกลุ่มสาขาในอนาคต