แนวโน้มบวกเรื่องกรีซ
คาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นวันนี้ จากแนวโน้มเป็นบวกเรื่องกรีซตลาดคาดรัฐสภาเยอรมันลงมติเห็นชอบความช่วยเหลือกรีซ ซึ่งน่าจะมีน้ำหนักเหนือข่าวลบในประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องผลกระทบภาวะภัยแล้ง ซึ่งจะมีต่อเศรษฐกิจโดยรวมจากทางผู้ว่า ธปท.
หุ้นเด่นวันนี้: ROBINS (ราคาปิด 45.50 บาท, NR, Bloomberg 54.22 บาท)
บมจ. ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน เป็นหนึ่งในธุรกิจค้าปลีกของเซ็นทรัลกรุ๊ป ปัจจุบัน โรบินสันบริหารห้างสรรพสินค้าและห้างรูปแบบ Lifestyle center ทั้งหมด 39 แห่งทั่วประเทศและอีก 2 แห่งในเวียดนาม ROBINS ยังน่าจะได้รับประโยชน์อย่างมากจากการจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาประเทศไทย การเติบโตของตลาดในหัวเมืองใหม่และการขยายตลาดหลังเปิด AEC ในปีที่ผ่านมา บริษัทได้ขยายพื้นที่สำหรับเช่าเพิ่มขึ้น 32% เป็น 3.1 แสนตารางเมตร เพื่อกระจายสัดส่วนความเสี่ยงทางธุรกิจท่ามกลางการบริโภคภายในประเทศที่ยังคงอ่อนแอ ซึ่งรายได้ค่าเช่าจากการขยายพื้นที่จะรับรู้เต็มปีในปี 58 เป็นครั้งแรก บริษัทยังมีแผนเปิดไลฟ์สไตล์มอลล์เพิ่มขึ้นอีก 3 แห่งในบุรีรัมย์ แม่สอด และ ศรีสมานภายในครึ่งปีหลังนี้ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้ค่าเช่าและมีอัตราทำให้กำไรที่ดีขึ้นจากการมีพื้นที่ให้เช่าเพิ่มเติม จาก Bloomberg Consensus นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ROBINS จะมีกำไรจากการดำเนินงานเติบโต 17% ในปีนี้และเร่งตัวเป็น 18 % ในปี 59 ทางเทคนิคอล ราคาหุ้น ROBINS กลับมาเกิดสัญญาณซื้อในรายวันครั้งใหม่ โดยมีเป้าหมายแรกอยู่ที่ 51.75 บาท หากผ่านจะมีแนวโน้มขึ้นไปทดสอบเป้าหมายถัดไปที่ 57.50 บาท (แนวต้าน: 45.75, 46.00, 46.25; แนวรับ: 45.25, 45.00, 44.75)
ปัจจัยสำคัญ
ประเด็นในประเทศ:
• แก้รัฐธรรมนูญประเด็นสำคัญ ตามที่รัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขสองเรื่องที่ได้โปรดเกล้าฯ รัฐธรรมนูญชั่วคราวฉบับแก้ไขนี้ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาวานนี้ เท่ากับมีผลบังคับใช้เป็นรัฐธรรมนูญชั่วคราวอย่างเป็นทางการ ซึ่งอนุญาตให้นักการเมืองที่ถูกใบแดงยื่นอุทธรณ์ได้ ประเด็นแก้ไขที่สำคัญอีกอย่างคืออนุญาตทำประชามติเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญถาวรฉบับใหม่ได้ (Bangkok Post)
• ผู้ว่าฯ ธปท. วอนให้ลงทุน วานนี้ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ระบุว่าการลงทุนโดยรวมนับแต่วิกฤติเศรษฐกิจปี 40 ทั้งส่วนภาครัฐและเอกชนอยู่ที่ราว 22% ของ GDP หากจะให้เศรษฐกิจไทยเติบโต 4-5% สัดส่วนลงทุนต้องอยู่ที่ราว 26% ของ GDP (Bangkok Post)
• ผลจากความกลัวแล้ง เมื่อวานนี้ เจ้าหน้าที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท) กล่าวว่าทาง ธปท ยังคงคาดการณ์การเติบโตของจีดีพีอยู่ที่ 3.0% แต่มีความเสี่ยงมากขึ้นที่จะปรับลดการคาดการณ์จากปัญหาภัยแล้งซึ่งยังไม่ได้รวมในประมาณการ สำนักงานเศรษฐกิจการคลังล่าสุดได้ประมาณการว่าภัยแล้งจะกระทบต่ออัตราการเติบโตทั้งปีอยู่ที่ 0.15% และการเติบโตในครึ่งปีหลังอาจต่ำกว่าครึ่งปีแรก และความเสี่ยงด้านลบเพิ่มเติมยังไม่ได้ถูกประเมิน ขณะที่การเบิกจ่ายภาครัฐจะยังเร่งตัว (Bangkok Post)
• เศรษฐกิจการเกษตรหดตัวในครึ่งปีแรก โดยลดลง 4.2% YoY ในช่วง 1H/58 จากปัญหาภัยแล้งทำให้ผลผลิตเกษตรลดลง แต่ภาคปศุสัตว์และปลายังคงขยายตัว ตามข้อมูลสำนักเศรษฐกิจการเกษตร การผลิตภาคปศุสัตว์เติบโต 2.1% และปลาเติบโต 2.2% ขณะที่การเก็บเกี่ยวพืชผลลดลง 7.3% (Bangkok Post)
ต่างประเทศ:
• เยอรมนีสนับสนุนการเจรจาให้ความช่วยเหลือกรีซในการหยั่งเสียงก่อนการลงมติจริงวันนี้ ผู้นำหญิง นางอังเกลา แมร์เคิลน่าจะได้รับมอบอำนาจจากสภาล่างในวันศุกร์นี้หลังจากที่สมาชิกพรรคฝ่ายอนุรักษ์นิยมและสังคมนิยมลงมติมีทีท่าสนับสนุนการเจรจาให้ความช่วยเหลือแก่กรีซอย่างท่วมท้นในการหยั่งเสียงเมื่อวันพฤหัส อย่างไรก็ตาม นางแมร์เคิลเผชิญกับการคัดค้านในพรรคของเธอเองเนื่องจากมีสมาชิกจำนวนหนึ่งไม่แน่ใจว่ากรีซจะสามารถทำตามแผนปฏิรูปได้ (Reuters)
• องค์การสหประชาชาติ (UN) จะออกเสียงเพื่อลงนามในข้อตกลงกับอิหร่านในวันจันทร์ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติมีกำหนดจะออกเสียงในวันจันทร์นี้เกี่ยวกับมติที่ประชุมในการลงนามระงับโครงการอาวุธนิวเคลียร์ระยะยาวของอิหร่าน รายละเอียดประกอบไปด้วยว่า มติก่อนหน้าที่จะให้ยูเอ็นคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจอิหร่านนั้นจะยุติลงเมื่อทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ยื่นรายงานต่อคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติรับรองว่าอิหร่านได้ดำเนินมาตรการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องสำเร็จแล้วในแต่ละประเด็นเป็นคราวๆ ไป (Reuters)
• มีความเห็นขัดแย้งกันในการสภานิติบัญญัติสหรัฐเกี่ยวกับอิหร่านแต่คาดว่าจะผ่านการพิจารณา การตกลงเจรจาเกี่ยวกับอาวุธนิวเคลียร์ระหว่างประเทศมหาอำนาจกับอิหร่านพบกับการต่อรองที่ตึงเครียดในรอบใหม่โดยในครั้งนี้เป็นความขัดแย้งระหว่างฝ่ายบริหารของนายโอบามากับพรรครีพับลิกันซึ่งฝ่ายหลังพยายามคัดค้านข้อตกลงจากการเจรจาดังกล่าว ประธานาธิบดีบารัค โอบามาได้ให้คำมั่นว่าจะใช้อำนาจยับยั้งมติคัดค้าน ฝ่ายพรรครีพับลิกันจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากพรรคเดโมแครตเพื่อลงมติคัดค้านเรื่องดังกล่าวซึ่งจะทำให้การเจรจาล้มเหลง อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวมีความเป็นไปได้น้อยมากเพราะต้องได้รับเสียงสนับสนุนอย่างมากที่จะหักล้างการใช้อำนาจยับยั้งมติคัดค้านของนายโอบามาได้ (Reuters)
สหรัฐ:
• หุ้นสหรัฐปิดบวก Nasdaq พุ่งขึ้นมากกว่า 1% ทำสถิติใหม่อีก หลังจากผลประกอบการไตรมาส 2/58 ที่ดีของ Citigroup Google eBay และ Netflix บรรยากาศการลงทุนยิ่งดีขึ้น จากข่าวรัฐสภากรีซผ่านกฎหมายรับเงินช่วยเหลือพ่วงเงื่อนไขปฏิรูปของเจ้าหนี้อย่างไรก็ตามผลประกอบการของ Goldman Sachs และ UnitedHealth ที่ยังไม่ค่อยดีนักถ่วงตลาด (Reuters)
• จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานลดลง ความมั่นใจผู้สร้างบ้านดีขึ้นตอกย้ำเศรษฐกิจสหรัฐดีขึ้น จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานสหรัฐลดลง 15,000 ราย เป็น 281,000 ในสัปดาห์ที่แล้ว สวนทางกับในสัปดาห์ก่อนหน้าที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น และยุติการเพิ่มขึ้นมา 3 สัปดาห์ติดก่อนหน้า นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ตัวเลขดังกล่าวที่ 285,000 ส่วนรายงานของ NAHB/WellFargo ระบุว่าดัชนีตลาดบ้านยืนอยู่ที่ 60 ในเดือน ก.ค. สูงสุดนับตั้งแต่ พ.ย. 2005และเท่ากับตัวเลขที่ปรับขึ้นใหม่สำหรับเดือน มิ.ย. (Reuters)
ยุโรป:
• หุ้นยุโรปแตะระดับสูงสุดรอบ 6 สัปดาห์ในวันพฤหัส หลังรัฐสภากรีกได้ผ่านมาตรการรัดเข็มขัดตามที่เจ้าหนี้ต้องการเพื่อเปิดโอกาสให้มีการเจรจาขอเงินช่วยเหลือเพื่อให้กรีซยังอยู่ในยูโร (Reuters)
• ยุโรปเดินหน้าให้เงินทุนอัดฉีดเข้าเศรษฐกิจกรีซในวันพฤหัส หลังรัฐสภากรีกได้ยอมรับมาตรการช่วยเหลือใหม่ ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ได้เพิ่มวงเงินกู้ฉุกเฉินให้แก่ภาคธนาคารกรีซ อีกทั้ง รมว.คลังยุโรปได้เห็นชอบเงินกู้ช่วยเหลือระยะสั้น 7 พันล้านยูโรเพื่อพยุงกรีซให้จ่ายชำระหนี้พันธบัตรแก่อีซีบีได้ในวันจันทร์หน้า
เอเชีย:
• จีนเชื่อมั่นว่าจะสามารถรับมือกับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นได้โดยเฉพาะประเด็นที่เกิดขึ้นกับเสียรภาพของตลาดหุ้นจีนและภาวะเศรษฐกิจโดยรวม อ้างอิงจากคำกล่าวของหลี่ เค่อเฉียง นายกฯ จีนต่อประธานธนาคารโลก โดยระบุว่าจีนสามารถโปรโมทการเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศที่มีมาตรฐานในระดับปานกลางถึงสูงได้ในระยะยาว (Reuters)
สินค้าโภคภัณฑ์:
• ทองคำร่วงจากดอลลาร์แข็ง ราคาทองตลาดจรอยู่ที่ระดับต่ำสุดในรอบ 8 เดือนหลังดัชนีดอลลาร์เพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 7 สัปดาห์หนุนจาก Yellen ประธานเฟดย้ำว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยปีนี้ ทองปรับลงสู่ 1,143.96 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ในวันพฤหัส ไม่ไกลจากจุดต่ำสุดที่ลงไปแตะ 1,142.10 ดอลลาร์สหรัฐระหว่างวัน ต่ำสุดนับแต่ พ.ย. 57 (Reuters)
• ราคาน้ำมันลงจากความกังวลอุปทาน น้ำมันดิบ NYMEX ปิดร่วงลงวันพฤหัสหลัง Genscape เปิดเผยข้อมูลว่าสต็อกน้ำมันดิบในเมือง Cushing รัฐ Oklahoma ได้ปรับเพิ่มขึ้น ขณะที่เบรนท์ปรับขึ้นหลังโรงกลั่นที่ใหญ่ที่สุดของอังกฤษหรือ Buzzard ปรับขึ้นเนื่องจากระบบพลังงานล้มเหลว NYMEX ร่วงลง 50 เซนต์มาอยู่ที่ 50.91 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเบรนท์ปรับเพิ่ม 46 เซนต์สู่ระดับ 57.51 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (Reuters)









