เอสเอ็มอีแบงก์ เผยผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรกปีนี้ มีกำไร 604 ล้านบาท ด้านเอ็นพีแอลลดลงจาก 39% เหลือ 31%
นางสาลินี วังตาล ประธานกรรมการ และนายสุพจน์ อาวาส กรรมการผู้จัดการ เอสเอ็มอีแบงก์ เปิดเผยผลการดำเนินงานของธนาคารว่า เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา มีกำไรสุทธิ 101 ล้านบาท และผลกำไรสุทธิรวม 6 เดือนแรกปีนี้ อยู่ที่ 604 ล้านบาท ดีกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ในแผนฟื้นฟูที่นำส่งซุปเปอร์บอร์ด และธนาคารปล่อยกู้ใหม่ได้แล้ว 16,925 ล้านบาท ให้กับลูกค้า 7,376 ราย ทั้งหมดเป็น SMEs รายย่อย วงเงินไม่เกิน 15 ล้านบาท ขณะที่ เปรียบเทียบคุณภาพสินเชื่อและผลการดำเนินงานปีก่อนหน้า คณะกรรมการชุดปัจจุบันได้เข้ามารับหน้าที่ในเดือนสิงหาคม 2557 ได้พยายามปรับปรุงกิจการของเอสเอ็มอีแบงก์ในทุก ด้านโดยเฉพาะในเรื่องการแก้หนี้เสียและการพยายามปล่อยเงินกู้ใหม่ที่มีคุณภาพดีเพื่อเพิ่มรายได้ของธนาคาร และเป็นการช่วยสภาพคล่องให้แก่ SMEs รายย่อย ซึ่งเป็นพันธกิจหลักของธนาคารด้วย
ทั้งนี้ สินเชื่อของเอสเอ็มอีแบงก์มีคุณภาพดีขึ้นมาก ดังจะเห็นได้จากลูกหนี้ที่จ่ายชำระดอกเบี้ย (Performing Loan) เพิ่มขึ้นจาก 52,928 ล้านบาท ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2557 เป็น 59,186 ล้านบาท ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2558 ขณะที่ NPLs ลดลงจาก 35,167 ล้านบาท หรือร้อยละ 39.92 ของสินเชื่อรวม เหลือ 27,184 ล้านบาทหรือร้อยละ 31.47% ของสินเชื่อรวม ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2558 สินเชื่อรวมของเอสเอ็มอีแบงก์ที่ลดลงจาก 88,095 ล้านบาท เหลือ 86,370 ล้านบาท เพราะมีการขายลูกหนี้ที่เป็น NPLs ออกไป นอกจากนั้น ลูกหนี้ที่มีคุณภาพดีได้จ่ายชำระเงินต้น ประกอบกับลูกหนี้ขนาดกลางที่ไม่สามารถเพิ่มวงเงินกู้กับเอสเอ็มอีแบงก์ ได้ขอ Refinance ไปส่วนหนึ่งด้วย
เอสเอ็มอีแบงก์ได้เริ่มปล่อยกู้ Policy Loan ดอกเบี้ยร้อยละ 4 ให้แก่ SMEs รายย่อย ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2558 ขณะนี้มี SMEs ยื่นคำขอกู้แล้ว 1,195 ราย เป็นวงเงินประมาณ 6,000 ล้านบาท ซึ่งธนาคารจะนำเข้ากระบวนการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อต่อไป โดยลูกค้าที่ยื่นคำขอสินเชื่อเกือบทั้งหมดเป็น SMEs ขนาดเล็กในเขตภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจมียอดขายลดลง มีอยู่บ้างที่เป็นกิจการ SME ที่มีศักยภาพและประสงค์จะส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน และเป็นการยื่นคำขอกู้ผ่านภาคีของเอสเอ็มอีแบงก์เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งธนาคารเชื่อว่าจะสามารถปล่อยกู้ได้ครบวงเงิน 15,000 ล้านบาท ตามที่ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี
ในส่วนของพันธกิจด้านอื่น ๆ ได้แก่ การร่วมลงทุน (Venture Capital) ได้เปิดตัวไปเมื่อ 6 กรกฎาคม 2558 ซึ่งธนาคารจะเข้าร่วมลงทุนกับกิจการ SMEs ขนาดเล็กที่มีศักยภาพดี 4 ราย ในจำนวนนี้ เป็นกิจการผลิตเพื่อการส่งออก 3 ราย และกิจการด้าน IT 1 ราย ในขณะนี้ธนาคารมีกิจการ SMEs ขนาดเล็กที่อยู่ในข่ายจะเข้าร่วมลงทุนอีก 17 ราย ส่วนใหญ่เป็นกิจการด้านการผลิตและแปรรูปที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร สำหรับทางด้านการพัฒนาผู้ประกอบการ ธนาคารมีการว่าจ้างมหาวิทยาลัย 5 แห่งในทุกภาคของประเทศ เพื่อทำการ Coaching SMEs รายย่อย ที่เป็นลูกค้าของธนาคารซึ่งตั้งเป้าหมายไว้ 3,500 ราย ในปี 2558 ในเรื่องประสิทธิภาพการผลิต และการบริหารจัดการ เพื่อให้ SMEs เหล่านั้นสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้อย่างยั่งยืน
ด้านธรรมาภิบาล ธนาคารได้มีคำสั่งให้พนักงานออกจากงาน 2 คน เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2558 เป็นระดับผู้อำนวยการฝ่าย 1 คน และระดับผู้จัดการอีก 1 คน เนื่องจากมีการตีความระเบียบคำสั่งของธนาคารไปในทางที่เอื้อประโยชน์เพื่อตนเองและทำให้ธนาคารเสียหาย









