โมเมนตัมกำไรโตแรงต่อเนื่อง
คาดกำไรสุทธิ 2Q58 เติบโตสูงทั้ง YoY และ QoQ
เราคาดกำไรสุทธิ 2Q58 ที่ 77 ล้านบาท เติบโตสูงถึง 54% เมื่อเทียบกับ 2Q57 ที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมปิดกรุงเทพฯ และโต 38% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยคาดเป็นผลจากอัตราการใช้พื้นที่โฆษณา(Utilization rate) โดยเฉลี่ยที่สูงขึ้นจาก 75% ใน 1Q58 เป็น 85%-90% ใน 2Q58 รวมทั้งการที่บริษัทเร่งเพิ่มจำนวนพื้นที่โฆษณา เพื่อรองรับความต้องการในธุรกิจป้ายดิจิทัลกลางแจ้ง ซึ่งมีอยู่สูง จึงคาดจะผลักดันรายได้ใน 2Q58 เพิ่มขึ้นเป็น 490 ล้านบาท (+45% YoY +20% QoQ) ขณะที่ต้นทุนค่อนข้างทรงตัว เพราะกว่า 70-80% ของต้นทุน ล้วนเป็นค่าเช่าซึ่งเป็นต้นทุนคงที่ จึงคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะพัฒนาขึ้นมาที่ 36% สูงกว่า 1Q58 ซึ่งอยู่ที่ 32% อีกทั้งคาดอัตรา SG&A ต่อยอดขายจะลดลงจาก 15% ใน 1Q58 เหลือราว 13% เหล่านี้เป็นปัจจัยเร่งให้กำไรสุทธิมีอัตราการขยายตัวที่สูงขึ้น
ผลประกอบการรายไตรมาสมีทิศทางไต่ระดับดีขึ้น
หากเป็นไปตามคาดการณ์ของเรา กำไรสุทธิของ 1H58 จะมีสัดส่วนราว 40% ของประมาณการกำไรทั้งปี 58 แต่เราเชื่อว่ากำไร 2H58 จะสูงกว่า 1H58 เพราะ 1) ผลของฤดูกาลที่บริษัทนิยมเร่งใช้งบโฆษณาให้หมดก่อนปลายปีและช่องทางสื่อนอกบ้านเป็นช่องทางที่ง่าย นิยมใช้เสริมกับช่องทางอื่น 2) ใน 3Q58 จะเป็นไตรมาสแรกที่บริษัทจะรับรู้รายได้จากช่องทางใหม่เต็มที่ หลังเริ่มรับรู้รายได้โฆษณาในห้างใหม่เอ็มควอเทียร์และช่องทาง Hello Bangkok บางส่วนตั้งแต่ปลาย 2Q58 และ 3) ตั้งแต่เดือน ก.ค. นี้จะเริ่มให้บริการ Wi-Fi บนรถเมล์เป็นเดือนแรก จำนวน 500 คัน หากประสบความสำเร็จจะลุยติดตั้งในรถเมล์ 1,500 คัน หนุนกำไรครึ่งปีหลัง (ซึ่งในช่วงทดลองให้บริการ ผู้โดยสารให้ความสนใจเปิดใช้งานในอัตราสูงถึง 60%)
ปรับเพิ่มประมาณการ ได้เวลาลุยต่างประเทศแล้ว
แม้เราคงประมาณการกำไรปี 58 ไว้ที่ 367 ล้านบาท (+55% YoY) แต่มีมุมมองเป็นบวกมากขึ้นต่อกำไรในปี 59 เป็นต้นไป จากแผนขยายธุรกิจใหม่ คือ 1) ธุรกิจโฆษณาในสนามบิน หลังซื้อกิจการทริปเปิ้ลเพลย์ซึ่งได้สิทธิโฆษณาในสนามบินสุวรรณภูมิ จะเตรียมซื้อกิจการอื่นในปีนี้เพิ่มอีกด้วย ตั้งเป้าระยะยาวจะเข้าโฆษณาในสนามบินสำคัญทั่วประเทศ 2) การรุกธุรกิจสื่อนอกบ้านในต่างประเทศ คาดเจรจาดีลลงทุนในมาเลเซียสำเร็จใน 3Q58 นี้ และดีลกิจการในอินโดนีเซียใน 4Q58 ซึ่งยังเป็นกำหนดการเดิม โดยปัจจุบันแผนธุรกิจใหม่ดังกล่าวมีความชัดเจนมากขึ้นแล้ว เราจึงปรับเพิ่มประมาณการรายได้และกำไรในระยะยาว (ปี 59-62) เพิ่มขึ้นเฉลี่ยราว 20% ต่อปีส่งผลให้ราคาเหมาะสมเพิ่มขึ้นเป็น 7.15 บาท (วิธี DCF) เราจึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ”









