วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

TUF - ซื้อ

คาดปิดดีลบัมเบิ้ลบีได้ภายในเดือนพ.ย.

ประเด็นการลงทุน

ถึงแม้ว่าผลกำไรหลักในช่วงไตรมาส 2/58 จนถึงครึ่งหลังของปี 2558 จะยังคงมีแนวโน้มอ่อนตัวลง YoY (เนื่องจากมาร์จิ้นของธุรกิจทูน่าและธุรกิจกุ้งที่ปรับตัวลดลง) แต่เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ หุ้น TUF เนื่องจากผลบวกระยะยาวจากการเข้าซื้อกิจการบัมเบิ้ลบี รวมถึงการทยอยปรับเพิ่มขึ้นของมาร์จิ้นและปริมาณยอดขายของธุรกิจทูน่ารับจ้างผลิต (โออีเอ็ม) QoQ และการฟื้นตัวของมาร์จิ้นธุรกิจกุ้ง QoQ กลับไปสู่ระดับปกติทันทีที่ราคากุ้งเริ่มที่จะนิ่งและมีเสถียรภาพมากขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2558

ส่องกล้องไตรมาส 2/58–กำไรหลักลดลง YoY

เราคาดกำไรสุทธิไตรมาส 2/58 ที่ 1.2 พันล้านบาท ลดลง 21% YoY และ 20% QoQ ถ้าไม่รวมรายการพิเศษได้แก่ ค่าธรรมเนียมจากการเข้าซื้อกิจการบัมเบิ้ลบี และรายการอัตราแลกเปลี่ยนซึ่งเกิดขึ้นจากการทำธุรกรรม hedging เราคาดกำไรหลักที่ 1 พันล้านบาท ลดลง 27% YoY แต่เพิ่มขึ้น 68% QoQ กำไรหลักที่ลดลง YoY เนื่องจากมาร์จิ้นของธุรกิจทูน่าแบรนด์ที่ลดลง มาร์จิ้นของธุรกิจกุ้งที่ลดลง (เนื่องราคากุ้งที่ปรับตัวลดลง) และเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลยูโรส่งผลให้มีผลกระทบจากการแปลงค่าเงินกลับมาเป็นเงินบาทได้ลดลง กำไรหลักที่เพิ่มขึ้น QoQ เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซั่น เงินบาทที่อ่อนค่าลงถ้าเทียบกับสกุลดอลล่าร์ มาร์จิ้นของธุรกิจกุ้งที่เริ่มทรงตัว มาร์จิ้นของธุรกิจทูน่าแบรนด์ที่ปรับตัวสูงขึ้น (เนื่องจากเงินบาทที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ และการแข่งขันด้านราคาที่ลดลงในตลาดสหรัฐฯ) และเงินบาทที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลยูโร

เราคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นสำหรับธุรกิจทูน่าแบรนด์มีแนวโน้มลดลงจาก 18.9% ในไตรมาส 2/57 มาอยู่ที่ 17% ในไตรมาส 2/58 (แต่เพิ่มขึ้นจาก 15.2% ในไตรมาส 1/58) เนื่องจากมาร์จิ้นของธุรกิจทูน่าแบรนด์ที่ลดลง (จาก 23.8% ในไตรมาส 2/57 เหลือ 21% ในไตรมาส 2/58 แต่เพิ่มขึ้นจาก 18.8% ในไตรมาส 1/58) ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นสำหรับธุรกิจทูน่ารับจ้างผลิต (โออีเอ็ม) มีแนวโน้มทรงตัว (11% ในไตรมาส 2/58 เทียบกับ 11.1% ในไตรมาส 2/57 และ 10.8% ในไตรมาส 1/58) อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจกุ้งแช่แข็งมีแนวโน้มลดลงจาก 10.7% ในไตรมาส 2/57 เหลือ 7.5% ในไตรมาส 2/58 (ซึ่งถือว่าใกล้เคียงกับ 7.6% ในไตรมาส 1/58) ซึ่งเป็นผลเนื่องมาจากราคากุ้งในตลาดโลกที่ปรับตัวลดลงอย่างมาก โดยภาพรวมเราจึงคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นโดยเฉลี่ยมีแนวโน้มอยู่ที่ 15% ในไตรมาส 2/58 (เทียบกับ16.1% ในไตรมาส 2/57 และ 13.8% ในไตรมาส 1/58)

ราคาปลาทูน่าปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงเดือนมิ.ย.-ก.ค.

ราคาเฉลี่ยของปลาทูน่าสคิปแจ็คน่านน้ำมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก (WPO) ในเดือนมิ.ย.อยู่ที่ 1,200 เหรียญสหรัฐต่อตัน


เพิ่มขึ้น 12% MoM แต่ลดลง 30% YoY เราคาดว่าราคาปลาทูน่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเป็น 1,300 เหรียญสหรัฐต่อตันในเดือนก.ค. เนื่องจากการลดปริมาณการจับปลาทั่วโลกซึ่งมีผลตั้งแต่กลางเดือนพ.ค.เป็นต้นมา ฤดูมรสุมซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการจับปลา และระยะเวลาสำหรับการห้ามใช้อุปกรณ์บางประเภทในการจับปลาซึ่งจะเริ่มตั้งแต่เดือนก.ค.-ต.ค. แต่ถึงแม้ว่าราคาปลาทูน่าเริ่มที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้นบ้างในเดือนมิ.ย. แต่เราก็ยังคงไม่เห็นปริมาณคำสั่งซื้อปลาทูน่าในส่วนของธุรกิจรับจ้างผลิตเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในเดือนมิ.ย. เราคาดว่าจะเริ่มเห็นปริมาณคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงไตรมาส 3/58

ดีลซื้อกิจการบัมเบิ้ลบีคาดว่าจะเสร็จสิ้นในเดือนพ.ย.

เราคาดว่ากระทรวงยุติธรรมของสหรัฐฯ จะมีความเห็นและข้อสรุปอย่างเป็นทางการสำหรับกรณีดีลซื้อกิจการบัมเบิ้ลบีของ TUF ในเดือนส.ค. ปีนี้ ภายใต้สมมติฐานว่าไม่มีการขอข้อมูลหรือทำการไต่สวนเพิ่มเติม หรือไม่มีเงื่อนไขอื่นๆ เพิ่มเติม เราคาดว่าการอนุมัติดีลอย่างเป็นทางการจะเกิดขึ้นในเดือนต.ค. และคาดว่าจะใช้ระยะเวลาสำหรับการปิดดีลอีก 1 เดือนและดีลนี้คาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในเดือนพ.ย.ปีนี้ ในกรณีที่เป็นไปได้มากที่สุด ได้แก่ การรวมงบกิจการบัมเบิ้ลบีเข้ามาคิดเป็นจำนวน 2 เดือนในไตรมาส 4/58 (ในช่วงเดือนพ.ย.–ธ.ค.2558)