การเทขายหุ้นที่มากเกินไป – ไตรมาสที่แย่ที่สุดได้ผ่านไปแล้ว
ประเด็นการลงทุน
จากราคาหุ้นของ RS ที่ร่วงลงกว่า 26% ในระยะเวลาสามสัปดาห์ที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงการคาดการณ์ของผลประกอบการที่ถดถอย อย่างไรก็ตามราคาหุ้น ณ ปัจจุบัน เกือบเท่ากับราคาหุ้นภายใต้สถานการณ์ที่แย่ที่สุดที่เราประเมิน คือ สมมติให้อัตรายอดจองเวลาโฆษณาคงที่อยู่ที่ 60% ตลอดอายุสัญญาของใบอนุญาติประกอบธุรกิจทีวีดิจิตอลของ RS ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวเป็นการประเมินแบบอนุรักษ์นิยมมากเกินไป ผลประกอบการของ RS ในไตรมาส 1/58 เป็นไตรมาสที่แย่ที่สุดแล้ว ซึ่งไตรมาส 2/58 ผลประกอบการน่าจะคาดทุนลดลง และน่าจะพลิกกลับมาทำกำไรได้อีกครั้งในครึ่งปีหลังของปี 2558 โดยหนุนจากการที่ธุรกิจทีวีดิจิตอล (ช่อง 8) ปรับตัวดีขึ้น ในระยะยาวเราเชื่อว่าธุรกิจทีวีดิจิตอลยังคงสดใส RS ยังเป็นหนึ่งสองตัวของหุ้นกลุ่มสื่อในประเทศไทยที่เราชอบ จากที่เราปรับประมาณการผลประกอบการลง ทำให้ราคาเป้าหมายลดลงจาก 19.20 บาท เป็น 16.00 บาท
ปรับลดการคาดการณ์ผลประกอบการในปี 2558 แต่แนวโน้มปีหน้ายังดูดี
เราปรับลดคาดการณ์กำไรสุทธิในปี 2558 ลงเหลือ 167 ล้านบาท เนื่องจากผลประกอบการณ์ของปี 2558 อ่อนตัวลงกว่าที่เราคาด และเราปรับลดค่าเฉลี่ยอัตราโฆษณาลงจาก 30,000 บาทต่อนาที เหลือ 25,000 บาทต่อนาที อย่างไรก็ตามเรายังคงเชื่อมั่นใน RS ว่าธุรกิจทีวีดิจิตอลฟื้นตัวได้เป็นอย่างดีในครึ่งหลังของปี 2558 และ 2559 เรามองว่ารายได้ของ RS จะปรับตัวดีขึ้นและรายได้จากธุรกิจทีวีดิจิตอลจะเพิ่มขึ้น จากแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของอัตราโฆษณาและอัตรายอดจองเวลาโฆษณา ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะเป็นตัวที่ทำให้ RS สามารถกลับมาทำกำไรได้ โดยเราคาดว่ากำไรสุทธิจะเพิ่ม 111% YoY เป็นเท่ากับ 353 ล้านบาท ในปี 2559
เปลี่ยนกลยุทธ์ในการทำธุรกิจทีวีดิจิตอล หวังเพิ่มอัตรายอดจองเวลาโฆษณา
เรตติ้งของช่อง 8 ในเดือนพ.ค. อยู่ที่อันดับ 4 ใน่องทีวีดิจิตอลทั้งหมด (เท่ากับ 0.314 เพิ่มจาก 0.298 ในเดือนเม.ย.) ส่วนแบ่งผู้ชมเพิ่มจาก 4.08% ในเดือนเม.ย. เป็น 4.25% ในเดือนพ.ค. จำนวนผู้ชมปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 250,000 คนต่อนาทีและคาดว่าจะเพิ่มเป็น 350,000 คนต่อนาทีได้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2558
นอกจากนั้นส่วนแบ่งผู้ชมและเรตติ้งน่าจะปรับตัวขึ้นอีกในช่วงครึ่งหลังของปี จากที่ RS จะมีรายการใหม่ๆออกมาเพิ่ม (ละคร 10 เรื่อง และรายการวาไรตี้ 5 รายการ) เราคาดการณ์อัตราโฆษณาของทั้งปีคงที่อยู่ที่ 25,000 บาทต่อนาที สืบเนื่องมาจากช่วงเวลานี้การใช้จ่ายทางโฆษณาซบเซา RS จึงปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการขายโฆษณา คือไม่เพิ่มราคาอัตราโฆษณา แต่มุ่งเน้นไปที่การเพิ่มอัตรายอดจองเวลาโฆษณาแทน ดังนั้นเมื่อเทียบราคาอัตราโฆษณาต่อเรตติ้งจะทำให้ RS สามารถแข่งกับ WORK ได้ (คิดเป็นในช่วงระหว่าง 58,000 – 60,000 บาท) ซึ่งอัตรายอดจองเวลาโฆษณาของ RS น่าจะเพิ่มไปที่ 60 – 70% ซึ่งพอๆกับของ WORK ในปัจจุบัน
คาดขาดทุนสุทธิลดลงในไตรมาส 2/58…
เราคาดว่า RS จะรายงานผลขาดทุนสุทธิที่ลดลงเหลือ 10 ล้านบาทในไตรมาส 2/58 จากขาดทุนสุทธิ 42 ล้านบาทในไตรมาส 1/58 การปรับตัวที่ดีขึ้นมาจากรายได้ทางมีเดียที่เพิ่มขึ้น (เพิ่ม 14% QoQ) จากการฟื้นตัวของธุรกิจทีวีดิจิตอล และการเปิดตัวโครงการไลน์มิวสิค รายได้จากโชว์บิสมีแนวโน้มจะเติบโต QoQ จากคอนเสิร์ตใหญ่ได้แก่ D2B Encore Concert 2015 ในเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา









