วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปูดก.พลังงานแบ่งเค้กสัมปทานปิโตรเลียม

"รสนา"ปูดกระทรวงพลังงานมุบมิบแบ่งเค้กสัมปทานปิโตเลียม แนะเปิดทางทุกฝ่ายมีส่วนร่วม เนื่องจากเป็นสมบัติส่วนรวมของชาติ

นางสาวรสนา โตสิตระกูล สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เปิดเผยว่า ความคืบหน้าการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบ 21 ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) อยู่ระหว่างศึกษาจุดอ่อนของพ.ร.บ. ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 และ พ.ร.บ. ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 ตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรี แต่ทางกระทรวงพลังงานไปปรับแก้กฎหมายพ.ร.บ.ปิโตรเลียมฯ ยื่นไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกาวินิจฉัยแล้ว ซึ่งมีเจตนาเร่งรีบยื่นให้ทางกฤษฎีกาพิจารณาเพื่อต้องการเร่งให้บังคับใช้โดยเร็ว โดยประชาชนไม่ได้มีส่วนร่วมแต่อย่างใด

"กระทรวงฯควรรอให้การพิจารณาปัญหาพ.ร.บ.ปิโตรเลียมฯ และพ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม จากทางสนช.เสร็จเรียบร้อยก่อน จึงค่อยนำไปปรับแก้กฎหมายดังกล่าว เนื่องจากจะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน แต่การปรับแก้กฎหมายของกระทรวงฯในครั้งนี้ เป็นการใช้อำนาจของผู้บริหารกระทรวงฯ โดยไม่ผ่านการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ขณะที่ภาคประชาชนก็ทำร่างแก้ไขพ.ร.บ.ปิโตรเลียม เสนอสนช.ไปแล้ว จึงน่าจะมีการนำเข้าไปพิจารณาร่วมด้วย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ มีการมุบมิบและปิดบังข้อมูลเสมือนเป็นการรีบแบ่งปันผลประโยชน์ให้เอกชน และเห็นว่านายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดควรจัดเวทีเพื่อแสดงความคิดเห็นของทั้งสองฝ่าย เพื่อพิจารณาข้อดีข้อเสียมาปรับแก้ร่วมกัน ให้เกิดผลประโยชน์ต่อประเทศชาติ

นางสาวรสนา กล่าวต่อว่า สำหรับร่างพ.ร.บ.ปิโตรเลียมฯของภาคประชาชน เสนอจัดตั้งบรรษัทพลังงานแห่งชาติ เพื่อให้แหล่งสัมปทานเป็นกรรมสิทธิ์ของประเทศอย่างแท้จริง ขณะที่การใช้ระบบแบ่งปันผลผลิต(พีเอสซี) จะทำให้ผลประโยชน์ตกเป็นของภาครัฐและประเทศชาติ ส่วนระบบสัมปทานที่ใช้อยู่ในปัจจุบันส่งผลให้กรรมสิทธิ์ตกเป็นของเอกชน ขณะเดียวกันพ.ร.บ.ปิโตรเลียมฯฉบับแก้ไขของกระทรวงพลังงาน ยังให้สิทธิ์เอกชนผู้รับสัมปทานเพิ่มเป็น 39 ปี จากเดิมให้สิทธิสำรวจ 9 ปี และผลิตสัมปทานอีก 20 ปี และสามารถต่ออายุได้อีก 10 ปี

ส่วนการปรับแก้กฎหมายพ.ร.บ.ปิโตรเลียมฯสำหรับแหล่งสัมปทานที่จะหมดอายุในปี 2565-2566 ของบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) และกลุ่มเชฟรอน ควรกำหนดเพื่อให้สิทธิกับภาครัฐเพิ่มขึ้น เพราะต้องการให้มีรายได้เข้าประเทศสูงสุด นอกจากนี้ควรปรับแก้กฎหมายเพื่อให้รับสามารถบริหารจัดการก่อนหมดอายุสัญญา5ปีได้

ด้านนายคุรุจิต นาครทรรพ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่าร่างพ.ร.บ.ปิโตรเลียมฯที่กระทรวงพลังงานปรับแก้แล้วยื่นไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกานั้น ยืนยันว่ากระทรวงฯเปิดเผยข้อมูลมาตลอด เนื่องจากผ่านการแสดงความคิดเห็นจากเวทีสาธารณะหลายเวที รวมทั้งเพิ่มทางเลือกระบบพีเอสซีในบางแปลงสัมปทานมีมาตรฐานของพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย โดยร่างพ.ร.บ.ปิโตรเลียมฯของกระทรวงพลังงาน หากผ่านความเห็นชอบคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้วจะเสนอไปยังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) โดยสุดท้ายแล้วจะต้องเสนอไปยังคณะรัฐมนตรี(ครม.) ตัดสินใจต่อไปว่าจะใช้ระบบพีเอสซีในแปลงสัมปทานใด และยืนยันว่า การเปิดสัมปทานรอบ 21 จะสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ เนื่องจากปริมาณสำรองก๊าซในอ่าวไทยที่พิสูจน์แล้วเหลือไม่ถึง 6 ปี โดยการเปิดสัมปทานรอบ 20 ที่ผ่านมา พบเพียง 1 แปลงเท่านั้น