ยอดขายเดือน มิ.ย เติบโต รอปัจจัยบวกจากผลประกอบการ
ยอดขาย เดือน มิ.ย. โต 10% MoM และ 27% YoY
เราได้รวมรวมยอดขายประจำเดือน มิ.ย.จาก 7 บริษัทที่เราศึกษาข้อมูล พบว่ายอดขายรวมอยู่ในระดับ 2.5 หมื่นล้านบาท เติบโต 10% MoM และ 27% YoY ถือว่าเป็นอัตราการเติบโตสูงสุดนับตั้งแต่ต้นไป โดย AP เป็นบริษัทที่มีการเพิ่มขึ้นของยอดขายสูงที่สุดในกลุ่ม มีมูลค่า 1 หมื่นล้านบาท จากการตอบรับที่ดีหลังจัดงานเปิดตัวโครงการใหม่ 4 แห่งที่สยามพารากอน โดยมียอดขายโดยรวมหลังการจัดงานถึง 9.1 พันล้านบาท โดยโครงการที่สามารถปิดโครงการได้แล้วคือ โครงการ Rhythm รางน้ำ รองลงมา คือโครงการ Life อโศก ที่ขายได้ 88% ทำให้ยอดขายในเดือน มิ.ย.มาจากคอนโดมีเนียมรวม 60% ส่วนบริษัทที่มียอดขายลดลงเมื่อเทียบกับรายเดือน คือ QH และ SIRI ซึ่งเกิดจากที่ SIRI มียอดขายเติบโตจากโครงการใหม่ในเดือน พ.ค.
AP และ SIRI ผลักดันยอดขาย 2Q58
สำหรับยอดขายรวมของกลุ่มในช่วง 2Q58 เกิดจากยอดขายเดือน พ.ค.- มิ.ย. จากสินค้าประเภทคอนโดมีเนียมที่ได้รับการตอบรับดีจากโครงการใหม่ของ SIRI คือ Monument และ The Line ซึ่งเป็นโครงการมูลค่าสูง ที่ขายปิดโครงการในระยะสั้น รวมถึงยอดขายของ AP ในเดือน มิ.ย.ส่งผลต่อยอดขายรวมใน 2Q58 ทำได้สูงถึง 5.8 หมื่นล้านบาท สูงสุดในรอบ 2 ปีนับจาก 1Q56 ที่ผ่านมา โดยมีการเติบโต 54% QoQ และ30% YoY บริษัทที่มีการเติบโตของยอดขายเมื่อเทียบกับรายไตรมาสและรายปี คือ AP QH SIRI SPALI โดยมียอดขายเฉลี่ยสะสมในงวด 1H58 ของกลุ่มอยู่ที่ 9.5 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 47% ของเป้าหมายทั้งปี (ภายใต้สมมุติฐาน LH จะปรับเป้ายอดขายทั้งปีลงเป็น 3 หมื่นล้านบาท จากเดิม 3.4 หมื่นล้านบาทหลังประกาศผลประกอบการ 2Q58)
กำไร 2Q58 เติบโตเทียบรายไตรมาส
เราคาดผลประกอบการเบื้องต้นของ 2Q58 ที่จะประกาศในเดือน ส.ค.ของกลุ่มโดยรวมเมื่อเทียบกับรายไตรมาส จะออกมาดี จากแผนการโอนกรรมสิทธิ์ของโครงการคอนโดมีเนียมหลายแห่งของกลุ่มที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งทำให้ผลกำไรโดยรวมยังคงเติบโตเมื่อเทียบกับรายไตรมาส ขณะที่เมื่อเทียบกับรายปี อาจเห็นผู้ประกอบการบางรายที่มีกำไรอ่อนตัวลง เช่น LH เนื่องมาจากในช่วงเดียวกันของปีก่อนมีการบันทึกรายได้จากสินค้าคอนโดมีเนียมที่สูงว่า สำหรับบริษัทที่เราคาดเห็นการเติบโตทั้งรายไตรมาส และรายปีมากที่สุดของกลุ่ม คือ LPN รองลงมาคือ AP และ SPALI ซึ่งเราคาดว่าผลประกอบการ ใน 3Q58 และ 4Q58 ของกลุ่มโดยเฉลี่ยจะสามารถเติบโตต่อเนื่องได้ ส่วนหนึ่งเกิดจากแผนการโอนกรรมสิทธิ์ของโครงการคอนโดมีเนียมของผู้ประกอบการหลายแห่ง
ปัจจุบันซื้อขายระดับ PE ต่ำ และอัตราผลตอบแทนเงินปันผลน่าสนใจ
จากการปรับลดของราคากลุ่มอสังหาริมทรัพย์สอดคล้องกับตลาด ทำให้ระดับการซื้อขาย PER ปัจจุบันของกลุ่มที่เราดูแลมีค่าเฉลี่ย 8.9 เท่า โดยบริษัทที่มีการซื้อขายในระดับ PER ที่ต่ำสุดคือ SPALI ที่ 6.54 เท่า และ QH ที่ 7.56 เท่า ส่งผลต่อระดับอัตราผลตอบแทนเงินปันผลของกลุ่มที่เพิ่มสูงขึ้น จากราคาปัจจุบันให้ผลตอบแทนของกลุ่มโดยเฉลี่ย 5.4% ต่อปี บริษัทที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยสูงกว่ากลุ่มคือ SIRI ที่ ระดับ 6% รองลงมาคือ LPN SPALI และ QH ซึ่งยังคงให้ผลตอบแทนมากกว่า 5.5% อย่างไรก็ดีเรายังคงให้น้ำหนักของกลุ่ม “เท่ากับตลาด”โดยมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามคือ แรงซื้อที่อาจลดลงจากผลกระทบของภาวะเศรษฐกิจ รวมถึงการแข่งขันเพื่อเร่งยอดขายซึ่งอาจกดดันความสามารถในการทำกำไร โดยมีหุ้นแนะนำในปี 2558 จากผลประกอบการเด่นของงานในมือที่รองรับรายได้แล้วมากกว่า 80% ขณะเดียวกันให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผลสูง คือ LPN และ SPALI และแนะนำ ซื้อลงทุนระยะยาว LH คาดหมายผลประกอบการเริ่มเติบโตจากงานในมือของสินค้าคอนโดมีเนียมใน 4Q58 และต่อเนื่องไปในปี 2559









