MTLS : การเติบโตรอบต่อไปเพิ่งเริ่มต้นขึ้น
เราเริ่มต้นบทวิเคราะห์ MTLS ด้วยคำแนะนำ “ซื้อ” และมูลค่าพื้นฐานที่ 22.60 บาทอิงวิธี PEG ทั้งนี้ ด้วยการวางตำแหน่งของบริษัทเป็น “สินเชื่อเบิกเกินบัญชีสำหรับกลุ่มรากหญ้า” ผ่านสินเชื่อมีหลักประกันเป็นรถจักรยานยนต์เราก็เห็นถึงอุปสงค์ที่มั่นคงต่อระดับสินเชื่อของบริษัทที่มาจากกลุ่มผู้มีรายได้ระดับกลางถึงต่ำ นอกจากนี้ ด้วยแรงหนุนจากการขยายสาขาในเชิงรุกเป็น 1,400 สาขาในปี 2560 และอุปสงค์ในการกู้ซ้ำ (revolving)
เราก็คาดว่าการบันทึกสินเชื่อของบริษัทจะโต 32-44% ในปี 2558-60 และด้วยแรงหนุนจากต้นทุนดอกเบี้ย (cost of fund) ที่ต่ำลงและส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) ที่สูงขึ้น ก็คาดว่ากำไรสุทธิจะโตขึ้นอย่างดีเช่นกัน โดยมีการมุ่งเน้นต่อคุณภาพสินทรัพย์และการอนุมัติสินเชื่อที่อนุรักษนิยมเป็นจุดแข็งของ MTLS ซึ่งจะเห็นได้จากอัตราส่วนหนี้สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อ (NPL ratio) ที่ต่ำและการตั้งสำรองที่สูง
ทั้งนี้เมื่ออิงจากปัจจัยเหล่านี้ เราจึงเลือก MTLS เป็น top pick ของเราในกลุ่มสินเชื่อที่มีหลักค้ำประกันยานยนต์
อุปสงค์ที่มั่นคงสำหรับสินเชื่อที่มีหลักค้ำประกันรถจักรยานยนต์ MTLS มีประสบการณ์ 22 ปี ในการให้สินเชื่อที่มีหลักค้ำประกันยานยนต์ โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ ทั้งนี้ ด้วยระยะเวลาสัญญาสินเชื่อที่สั้นและค่าชำระคืนรายเดือนที่ต่ำ เราจึงเชื่อว่าบริการของบริษัทมีความน่าดึงดูดต่อกลุ่มเจ้าของรถจักรยานยนต์ในช่วงที่กลุ่มดังกล่าวมีความจำเป็นต้องใช้เงินสด นอกจากนี้เจ้าของรถจักรยานยนต์ส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่มผู้มีรายได้ระดับกลางถึงต่ำ ทำให้มีโอกาสที่กลุ่มนี้จะยื่นขอเงินกู้และทำการกู้ซ้ำ ซึ่งจะทำให้กลายเป็น “สินเชื่อเบิกเกินบัญชีสำหรับกลุ่มรากหญ้า
การเติบโตด้านสินเชื่อที่น่าประทับใจจะมีให้เห็นในช่วง 3 ปีข้างหน้า ด้วยแรงหนุนด้านการขยายกิจการอย่างรวดเร็ว อิงจากแผนบริษัทที่จะขยายเครือข่ายอย่างรวดเร็วจาก 500 สาขาในปี 2557 เป็น 1,400 ภายในปี 2560 ประกอบกับอุปสงค์ที่มั่นคงสำหรับสินเชื่อ เราจึงคาดว่าการเติบโตด้านสินเชื่อของ MTLS จะอยู่ที่ 44% ในปี 2558 และ 32-36% ในปี 2559-60 นอกจากนี้ ด้วยแรงหนุนจากฐานเงินทุนที่เพียงพอหลังจากการทำ IPO ทำให้ MTLS ยังมีโอกาสที่จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ให้กับกลุ่มลูกค้า เช่น สินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อโฉนดที่ดินหรือสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ให้กับกลุ่มลูกค้าเดิมที่มีประวัติที่ดี ทั้งนี้เราชอบกลยุทธ์ดังกล่าวเนื่องจากบริษัทจะสามารถควบคุมความเสี่ยงและยังคงมีการเติบโตด้านสินเชื่อได้อย่างต่อเนื่อง
Cost of fund ต่ำลงและอัตราหนี้สินต่อเงินทุน (gearing) สูงขึ้นกระตุ้นอัตรากำไร คาดว่า MTLS จะเป็นผู้ได้ประโยชน์รายหลักจากสภาวะอัตราดอกเบี้ยต่ำ เนื่องจากจะทำให้มีดอกเบี้ยจ่ายบนสินเชื่อประเภทดอกเบี้ยลอยตัวมีระดับต่ำลง ด้วยสถานะที่เป็นบริษัทจดทะเบียนและมีความน่าเชื่อถือ เราจึงคาดว่า cost of fund ของ MTLS จะปรับลดลง เนื่องจากปัจจุบันบริษัทสามารถใช้ตั๋วแลกเงิน (B/Es) และหุ้นกู้แทนการขอเงินกู้ได้ นอกจากนี้เราคาดว่า cost of fund จะลดลงเหลือ 4.75% ในปีนี้ หลังจากนั้นจะลดเหลือ 4.07% ในปี 2560 ในด้านอัตราส่วนหนี้สินต่อเงินทุน (D/E) อาจสูงขึ้นเป็น 2.0 เท่า แต่ระดับนี้ยังถือว่าปลอดภัย ทั้งนี้เราคาดว่ากำไรต่อหุ้น (EPS) จะโตอย่างมีนัยสำคัญด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) รอบ 3 ปี (2558-60) ที่ 45.6% ขณะที่อัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น (ROE) คาดว่าจะดีขึ้นเป็น 24% ในปี 2560
คุณภาพสินทรัพย์-จุดแข็งของบริษัท ด้วยการที่พนักงานประจำสาขาของ MTLS ปฏิบัติทั้งหน้าที่การอนุมัติสินเชื่อและเป็นผู้เรียกเก็บหนี้สิน ทำให้บริษัทสามารถทำความเข้าใจต่ออุปสงค์สินเชื่อและรอบการชำระของกลุ่มลูกค้าในพื้นที่ได้ดี โดยวิธีดังกล่าวทำให้บริษัท สามารถควบคุมคุณภาพสินทรัพย์ได้อย่างดี ส่งผลให้มี NPL ratio ที่น้อยกว่า 2.0% ยิ่งกว่านั้น ด้วยนโยบายที่เข้มงวดและระดับการตั้งสำรองส่วนเกิน เราจึงประเมินว่าการตั้งสำรองต่อ NPL จะอยู่ที่ราวๆ 200%
แนะนำ “ซื้อ” ด้วยมูลค่าพื้นฐานที่ 22.60 บาท เราประเมินมูลค่าพื้นฐานของ MTLS ได้ที่ 22.60 บาท อิง PEG ที่เหมาะสมที่ 1.0 เท่า ด้วยสมมติฐาน CAGR รอบ 3 ปี (2558-60) สำหรับกำไรสุทธิที่ 45.6% ต่อปี
ณ ราคาปัจจุบัน MTLS ซื้อขายที่ PBV 6.86 เท่าและ PER 40.9 เท่า โดยค่า PEG ของMTLS ปัจจุบันอยู่ที่ 0.92 เท่าในปี 2558 และ 0.66 เท่าในปี 2559 ซึ่งยังมีโอกาสที่ดีในการเข้าลงทุนในมุมมองของเรา เนื่องจากบริษัทมีเรื่องราวการเติบโตที่ดีที่ยังเพิ่งจะเริ่มต้น









