วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

Sideway รอปัจจัยใหม่

ทยอยขายทำกำไร (นักลงทุนระยะกลางรอซื้อเมื่ออ่อนตัวบริเวณแนวรับ 1448 จุด)

Market Outlook

คาดดัชนีฯ วันนี้ sideway รอปัจจัยใหม่ๆ แนะนำ ทยอยขายทำกำไร

คาดดัชนีฯ วันนี้ sideway แนวรับ 1500/1490 จุด แนวต้าน 1510/1520 จุด ตลาดรอปัจจัยใหม่ๆ หลังแรงหนุนจากข่าวดีเรื่องกรีซกรับรู้ไประดับหนึ่งแล้ว กลุ่มพลังงานวันนี้อาจได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นจากนักลงทุนคาดสหรัฐจะรายงานสต๊อกน้ำมันดิบสัปดาห์ที่ผ่านมาลดลง (จับตาการประชุมปัญหานิวเคลียร์อิหร่าน ซึ่งจะครบกำหนดปลายเดือนนี้ อาจส่งผลลบต่อราคาน้ำมันดิบหากมีการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน) ขณะที่ปัจจัยในประเทศยังรอลุ้น window dressing ช่วงสัปดาห์สุดท้ายของไตรมาส หนุนดัชนี ส่วนนักลงทุนต่างชาติยังขายสุทธิหุ้นไทย จากเศรษฐกิจในประเทศยังมีความเสี่ยงหลายด้าน ล่าสุดกังวลปัญหาภัยแล้งกระทบการบริโภคในประเทศ

กลยุทธ์ แนะนำ ทยอยขายทำกำไร (นักลงทุนระยะกลางรอซื้อเมื่ออ่อนตัว บริเวณแนวรับ 1448 จุด)

ปัจจัยต่างประเทศ

ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐพุ่งหลังเจ้าหน้าเฟดคาดปรับดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ โดยผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐวานนี้ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 2.41% หรือปรับขึ้น 5 bps ใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 9 เดือน หลัง นายเจโรม โพเวลล์ เจ้าหน้าที่เฟด กล่าวว่า คาดว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ จากคาดเศรษฐกิจสหรัฐจะปรับดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง จากที่ไตรมาสแรกหดตัวจากปัญหาอากาศหนาว โดยวันนี้สหรัฐจะประกาศจีดีพี 1Q58 ครั้งสุดท้าย ตลาดคาดที่ -0.2%QOQ จากประมาณการณ์ครั้งก่อนที่ -0.7%

ทั้งนี้ จากสถิติการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดในรอบก่อนหน้านี้ ตลาดหุ้นจะมีการปรับฐานราว 8-9% ในช่วง 1-3 เดือนหลังจากที่เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรก (ดูตารางประกอบในเล่ม)


จับตาการประชุมนิวเคลียร์อิหร่าน ชี้ทิศทางราคาน้ำมันดิบ โดยก่อนหน้านี้อิหร่านและชาติมหาอำนาจ 6 ชาติได้มีการหารือข้อตกลงด้านนิวเคลียร์ระหว่างกัน โดยมีกำหนดการให้ทำข้อตกลงให้แล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนนี้ ซึ่งหากข้อตกลงสามารถบรรลุผลได้จริง อาจส่งผลต่อเนื่องให้ชาติมหาอำนาจยกเลิกการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน และจะทำให้อิหร่านสามารถกลับมาผลิตน้ำมันได้เพิ่มขึ้นอีกราว 1 ล้านบาร์เรล/วัน ซึ่งคาดว่าจะส่งผลลบต่อราคาน้ำมันดิบโลกจากอุปทานที่เพิ่มขึ้น


ปัจจัยในประเทศ

ภัยแล้งกดดันการใช้จ่ายภาคเอกชน หลังหลายพื้นที่ปลูกข้าวประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ ซึ่งทางสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรได้เคยออกมาปรับลดเป้าจีดีพีภาคการเกษตรไทยปีนี้เหลือเพียง 1.45% จากก่อนหน้าที่เคยคาด 2.5-3.0% และคาดปริมาณการผลิตข้าวนาปี ปีนี้จะได้ข้าวเปลือกเพียง 25 ล้านตัน จากปกติที่จะผลิตได้ราว 27 ล้านตัน ซึ่งเราคาดว่าภัยแล้งที่เกิดขึ้นจะส่งผลลบต่อเนื่องถึงการบริโภคภาคเอกชน โดยเฉพาะในส่วนของต่างจังหวัดที่ยังไม่มีสัญญานการฟื้นตัว โดยตัวเลขล่าสุดรายได้เกษตรกรลดลงถึง 19.7%YoY ในเดือน เม.ย. (ดูภาพประกอบในเล่ม)

กลุ่มอุตสาหกรรมที่คาดว่าได้รับผลกระทบด้านลบ ได้แก่ กลุ่มค้าปลีก และกลุ่มยานยนต์ เนื่องจากยอดขายของหลายบริษัทในกลุ่มค้าปลีกมีสัดส่วนรายได้จากต่างจังหวัดสูง (CPALL GLOBAL SINGER MC) และกลุ่มยานยนต์ ที่ยอดขายในประเทศยังคงไม่ฟื้นตัว ล่าสุด ส.อ.ท. เตรียมปรับลดยอดขายในประเทศปีนี้ลงอีก จากปัจจุบันคาดที่ 8.5 แสนคัน


สัญญาณทางเทคนิค แม้ดัชนีมีการฟื้นตัวกลับขึ้นมายืนเหนือระดับ 1500 จุด แต่รูปแบบระยะกลางของดัชนีฯ ยังคงเป็นรูปแบบขาลง Descending triangle โดยมีสัญญาณลงไปที่ 1448 จุด หากหลุดแนวรับหลัก 1475 จุด ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่อาจมีการลงไปทดสอบในสัปดาห์นี้ ขณะที่แนวต้าน 1520 จุดยังค่อนข้างแข็งแกร่ง