คาด SET บวกต่อเนื่องตามแนวโน้มตลาดหุ้นโลก
SET View
- แนวโน้ม ผลการประชุมฉุกเฉินระหว่างกรีซและเจ้าหนี้ แม้ยังไม่ปิดดีล แต่ถือว่า มีความคืบหน้าเป็นอย่างมาก เพราะกรีซยื่นแผนปฎิรูปฉบับใหม่ให้เจ้าหนี้พิจารณา โดยมีการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขด้านนโยบายภาษีและสวัสดิการ ซึ่งมีความใกล้เคียงกับความต้องการของเจ้าหนี้มากขึ้น ทั้งนี้ การตัดสินใจขั้นสุดท้ายในการอนุมัติเงินช่วยเหลือจะเกิดขึ้นในวันพุธที่จะถึงนี้
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ-ยุโรป ตอบสนองในเชิงบวกอย่างมากต่อประเด็นกรีซ เช่น เยอรมัน +3.8%, ฝรั่งเศส +3.8%, อังกฤษ +1.7%, S&P500 +0.6%, ดาว โจนส์ +0.6% เป็นต้น
เราประเมินว่า วันนี้ SET จะปรับตัวเพิ่มขึ้นตามโมเมนตัมเชิงบวกของตลาดหุ้นทั่วโลก แต่คาดว่า Upside วันนี้ จะมีไม่มาก เพราะ SET ดีดตัวบนความคาดหวังเชิงบวกไปแล้วเมื่อวานนี้กว่า 0.84% ขณะที่ ยังมีความเสี่ยงที่กรีซอาจตกลงกับเจ้าหนี้ไม่ได้ในวันพุธนี้ ประเมินแนวต้าน SET วันนี้ 1515 จุด
- กลยุทธ์การลงทุน : เก็งกำไรระยะสั้นตามโมเมนตัมเชิงบวกต่อตลาดหุ้นโลก
Top Daily Pick : SPALI (มูลค่าเหมาะสม 32.70 บาท) ราคาหุ้น Laggards จากกลุ่มอสังหาฯ, ซื้อขายที่ P/E ratio ต่ำเพียง 6.8 เท่า และ LPN (มูลค่าเหมาะสม 23.20 บาท) คาดกำไรสุทธิปีนี้เติบโตสูงถึง 41%YoY มากสุดในกลุ่มอสังหาฯ, คาดปันผลปีนี้สูงถึง 5.3%
Technical Pick : TRUE SPALI HMPRO BRR TSE (โปรดอ่านบทวิเคราะห์ Technical เพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน)
Theme Plays : หุ้นอสังหาฯที่ซื้อขายด้วย P/E ratio ค่อนข้างต่ำ (SPALI, QH) / หุ้นปันผลสูงมีความน่าสนใจในภาวะดอกเบี้ยขาลง (ADVANC, INTUCH) / หุ้นได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่า (KCE, SVI, SAPPE) /หุ้นที่ได้รับคัดเลือกเข้า SET50-SET100 (ITD, BEAUTY, SAPPE)
Strategy Talk
- โรคเมอร์ส หากยืดเยื้อ จะกระทบรุนแรงต่อกลุ่มโรงแรม
ผลกระทบจากโรคเมอร์สต่อหุ้นกลุ่มโรงแรม ฝ่ายวิจัยภัทร ทำการประเมินด้วย sensitivity analysis พบว่า ทุก 10% ที่ลดลงของอัตราการเข้าพักเฉลี่ย (Occupancy rate) ส่งผลให้คาดการณ์กำไรปีนี้ของหุ้น CENTEL และ MINT ลดลง 30% และ 14% ตามลำดับ ส่วน ERW ซึ่งมีรายได้หลักจากธุรกิจโรงแรมเพียงอย่างเดียว จะได้รับผลกระทบมากกว่า กล่าวคือ คาดว่าจะรายงานขาดทุนสุทธิ หาก Occupancy rate ลดลง 10% และจะส่งผลกระทบต่อมูลค่าเหมาะสมของหุ้น CENTEL (-12.5%), MINT (-9.5%), ERW (-42%)
อย่างไรก็ดี สถานการณ์โรคเมอร์สในไทย ตอนนี้ ดูผ่อนคลายในระยะสั้น หลังจากยังไม่มีผู้ป่วยเพิ่มเติม ขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อในเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก เริ่มชะลอตัวลง โดยล่าสุดมีผู้เสียชีวิตแล้ว 27 รายในเกาหลีใต้
หุ้นมีประเด็น
ADVANC (มูลค่าเหมาะสม 288 บาท) Preview ผลประกอบการ 2Q58
• คาดกำไรสุทธิใน 2Q58 เท่ากับ 9.1 พันล้านบาท (-9%QoQ, +7%YoY) ลดลงตามปัจจัยฤดูกาล (ไตรมาส 2 เป็น Low season) แม้คาดว่า ต้นทุนค่าใช้คลื่นลดลงจาก 14.2% เหลือ 12% แต่ยังไม่สามารถชดเชยรายได้ที่ลดลง และต้นทุนเกี่ยวกับโครงข่าย ค่าเสื่อมราคา และ SG&A ที่เพิ่มขึ้น
• ประเมินแนวโน้มผลประกอบการ 3Q58 เริ่มฟื้นตัว หนุนด้วยรายได้เติบโตจากการใช้งานข้อมูลมากขึ้น และการกระตุ้นให้ลูกค้าเปลี่ยนมาใช้โทรศัพท์มือถือที่รองรับคลื่น 3G ช่วยลดต้นทุนค่าใช้คลื่น
• คงประมาณการกำไรสุทธิปี 58 ที่ 3.98 หมื่นล้านบาท (+11%YoY) และ 5 หมื่นล้านบาท (+26%YoY)
• คงคำแนะนำ “ซื้อ” มูลค่าเหมาะสม 288 บาท ปัจจัยการลงทุนคือ 1) ADVANC ซื้อขายบน P/E ratio ต่ำเพียง 17.2 เท่า ถูกกว่าคู่แข่งอย่าง DTAC (20.7 เท่า) และ TRUE (53.2 เท่า) 2) คาดการณ์ผลตอบแทนจากเงินปันผล 5.8% สำหรับปีนี้ 3) ADVANC เป็นผู้ได้รับประโยชน์มากสุดในการประมูล 4G เพราะถือครองคลื่นน้อยที่สุด (เบื้องต้นประเมิน Upside จากมูลค่าเหมาะสมอีก 10 บาท หาก ADVANC มีคลื่น 4G)
• ในเชิงเทคนิค ADVANC ปรับตัวลดลงมาต่อเนื่องจนใกล้จุดต่ำสุดเดิม 227 บาทเมื่อ 25 ก.พ.58 มีโอกาสฟื้นตัวได้ในระยะสั้น









