ซื้อเก็งกำไรหุ้นพื้นฐานดี (แนะนำ หุ้นกลุ่มปิโตรเคมี IRPC PTTGC หุ้นลุ้นกระแส Window Dressing PSL LOXLEY AUCT)
Market Outlook
คาดดัชนีฯ สัปดาห์นี้ มีโอกาสรีบาวด์ หากพัฒนาการของปัจจัยลบในประเทศต่างๆ เริ่มคลี่คลาย แนะนำ ซื้อ ซื้อเก็งกำไรหุ้นพื้นฐานดี จุดตัดขาดทุน 1475 จุด
คาดดัชนีฯ สัปดาห์นี้ มีโอกาสรีบาวด์ หากพัฒนาการของปัจจัยลบในประเทศต่างๆ เริ่มคลี่คลาย อาทิ ผู้ติดต่อโรค MERS ไม่เพิ่มจำนวน การไม่มีมาตรการบอยคอตต์สนามบินไทยหลังกรณีป้ายแดงของICAO กรีซ สร้าง Surprise ยอมเงื่อนไขเจ้าหนี้ในนาทีสุดท้าย ก่อนครบกำหนดชำระสิ้นเดือนนี้ ฯลฯ (ให้โอกาส 60%) ในทางตรงก้นข้าม ถือเงินสดทันที หากดัชนีฯ หลุด 1475 จุด จากอิทธิพลสัญญาณลบทางเทคนิค เพื่อไปรอซื้อคืนที่บริเวณ 1448 จุด
ปัจจัยในประเทศ ธุรกิจท่องเที่ยวและเศรษฐกิจไทย (กลุ่มสายการบิน โรงแรม โรงหนัง) และกลุ่มอิงการบริโภคในประเทศ ค้าปลีก) ยังคงมี Downside Risks หลังจากตรวจพบผู้ติดเชื้อ MERS รายแรกในไทย เป็นประเทศที่ 4 ในภูมิภาคเอเชียต่อจาก จีน เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ และ ICAO ปักธงแดงไทยบนเวปไซต์ เป็นประเทศที่ไม่สามารถแก้ไขข้อบกพร่องที่มีนัยสำคัญต่อความปลอดภัย (SSC) ไม่ทัน 90 วัน จนกว่าจะมีพัฒนาการเชิงบวก ซึ่งคาดว่าจะต้องใช้เวลาอีกหลายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศ ประเด็นกรีซ จะเป็นไฮไลท์สำคัญ และ
กลายเป็นข่าวบวกช่วงปลายสัปดาห์ หากผลประชุมพิเศษสภายุโรปและกลุ่มผู้นำยูโรโซน ต้นและปลายสัปดาห์นี้ สามารถเจรจากันได้ในโค้งสุดท้ายก่อนครบกำหนดชำระหนี้ IMF 30 มิ.ย. นี้ ขณะที่ประเด็นบวกใหญ่ ยังคงเป็นมุมมองการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟด อาจมีเพียงครั้งเดียวและอาจเลื่อนออกไปเป็นเดือน ธ.ค. (ล่าสุด Goldman Sachs คาดเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกเป็นเดือน ธ.ค. จากเดิม ก.ย.)
ขาลงของดัชนีฯ จากการปิดสัญญาอนุพันธ์ก่อนปิดงวดบัญชี 2Q58 ยังคงมีความเป็นไปได้ อิงแรงซื้อและขายสะสม ที่แตกต่างกัน ระหว่างนักลงทุนสถาบันในประเทศ Vs นักลงทุนต่างชาติ (นักลงทุนสถาบันต่างชาติ เปิด Short สะสม 2Qtd 2.6 หมื่นสัญญา แต่นักลงทุนสถาบันในประเทศ เปิด Long +1.8 หมื่นสัญญา) แต่คาดว่าขาลงจะมีจำกัด อิง ความแตกต่าง ระหว่างสัญญา S50M15 (Set 50 Index Future เดือน มิ.ย.) Vs ราคา spot อยู่ในกรอบจำกัด โดยวันศุกร์ อยู่ที่ 972.80 Vs 978.69 จุด
กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงปรับตัวลดลงแย่กว่าดัชนีตลาดฯ (Underperform) อิงกรณีเกิดโรค SARS ใน อดีต พบว่าในสัปดาห์แรก กลุ่มพาณิชย์ -4.9%w-w ประกันภัย -3.8%w-w โรงแรม -3.1%w-w บันเทิง -1.1%w-w (ดูรูป) ส่วนในช่วง 1 เดือน พบว่า กลุ่มโรงแรม -13.4%m-m ประกันภัย -8.3%m-m ขนส่ง -5.3%m-m บันเทิง -4.7%m-m พาณิชย์ -3.0%m-m ตามลำดับ
กลยุทธ์ แนะนำ ซื้อเก็งกำไรหุ้นพื้นฐานดี (แนะนำ 1. หุ้นกลุ่มปิโตรเคมี IRPC PTTGC 2. หุ้นลุ้นกระแส Window Dressing PSL LOXLEY AUCT 3. หุ้นที่มี Upward Revision w-w ได้แก่ PT TPIPL MTLS PACE PCSGH 3) หุ้นพื้นฐานโดดเด่น IRPC PTTGC) โดยมีจุดขายตัดขาดทุน หากดัชนีฯหลุด 1475 จุด (นักลงทุนระยะกลางรอซื้อเมื่ออ่อนตัว บริเวณแนวรับ 1448 จุด)
ประเด็นเด่นสัปดาห์นี้ ได้แก่
1) +/-รายงานเศรษฐกิจสำคัญ : วันจันทร์ 22 มิ.ย. ประธานสภายูโรนัดประชุมฉุกเฉินหารือเรื่องทางออกปัญหาหนี้กรีซ ที่กรุงบรัสเซล ก่อนประชุมผู้นำยูโรโซน วันพฤหัส-ศุกร์ 25-26 มิ.ย. วันพุธ 24 มิ.ย. USA รายงาน 1Q58F GDP ครั้งสุดท้าย คาดเติบโต -0.3%q-q (จากเดิม -0.7%q-q) ขณะที่เฟดเพิ่งปรับลดเป้าหมายเติบโตเศรษฐกิจปีนี้ลงเป็น 1.8-2.0% (จากคาดการณ์เดือน มี.ค. ที่ 2.3-2.7%) แต่คงเป้าหมายเติบโต ปี 59-60 ที่ 2.4-2.7% และ 2.1-2.5% ตามลำดับ วันพฤหัสฯ 25 มิ.ย. ไทยจะรายงานการค้าระหว่างประเทศ เดือน พ.ค. คาดขาดดุลการค้าลดลงเหลือ -$0.1bn. (Vs เม.ย. -$0.52bn.) EASA กรมการบินยุโรปจะเข้ามาตรวจสอบความปลอดภัยของการบินพลเรือนไทย
2) ปัญหาโรคติดต่อ MERS : หากเกิดเหตุการณ์คล้ายคลึงกับกรณีโรค SARS ในปี 46 จะพบว่า ในช่วงสัปดาห์แรก หลังพบเจอผู้ติดเชื้อคนแรกในไทย กลุ่มอุตฯ ที่ลดลงแรงสุด คือ กลุ่มพาณิชย์ -4.9%w-w ประกันภัย -3.8%w-w โรงแรม -3.1%w-w บันเทิง -1.1%w-w ส่วนในช่วง 1 เดือน พบว่า กลุ่มโรงแรม -13.4%m-m ประกันภัย -8.3%m-m ขนส่ง -5.3%m-m บันเทิง -4.7%m-m พาณิชย์ -3.0%m-m ตามลำดับ ทั้งนี้ สถานการณ์จะเริ่มฟื้นคืนสู่ภาวะปกติ หลังสถานะการณ์ติดต่อสามารถควบคุมไว้ได้ โดยในอดีตใช้เวลากว่า 3 เดือน ราคาหุ้นที่ลดลงแรง จะกลับสู่ภาวะปกติ
3) ปัญหา ICAO : ผลกระทบจากกรณี ICAO หากถูกสหรัฐฯลดระดับเป็น Category 2 สายการบินของไทยจะไม่สามารถเพิ่มบริการ เพิ่มเที่ยวบิน เพิ่มความถี่ หรือเปิดจุดบินใหม่ๆ ไปยังสหรัฐฯ และหากฮ่องกง สิงคโปร์ และจีน ดำเนินมาตรการเดียวกัน กำไรสุทธิของ AAV จะถูกปรับลดลงประมาณ 6% ขณะที่วันที่ 25 มิ.ย. กรมการบินพลเรือนของยุโรป (EASA) อาจมีการออกมาตรการตามมา หากพิจารณาจากในอดีต คาดว่าจะเป็นการออกมาตรการ ban แยกเป็นรายสายการบิน (แต่ EASA มักจะมีมาตรการตามหลัง FAA) อย่างไรก็ตาม เรายังคงมั่นใจเหมือนเดิมว่าสายการบินที่เป็นสมาชิกของ IATA (BA, THAI) น่าจะได้รับการยกเว้นไม่ถูก ban จาก EASA เนื่องจากระบบการตรวจสอบด้านความปลอดภัยเป็นไปตามมาตรฐานสากล
4) ปัญหาหนี้กรีซ Do or Die : สถาบันการเงินกรีซ ยังคงมีความเสี่ยง หาก ECB ไม่ต่อมาตรการช่วยเหลือทางการเงิน (ELA) หลังวันศุกร์ ให้เงินช่วยเหลืออีก 3.3 พันล้านยูโร การแห่ถอนเงินจากแบงก์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัย เรายังคงให้โอกาส 50% ที่ทางกรีซจะสามารถเจรจากับทางกลุ่มทรอยก้าได้สำเร็จ โดยอาจอยู่ในรูปของการยอมทำตามเงื่อนไขไปก่อน (หรืออาจให้ประชาชนในประเทศลงประชามติ) เพื่อเป็นการซื้อเวลารับเงินช่วยเหลือตามโปรแกรม 7.2 พันล้านยูโร สำหรับการแก้ปัญหาระยะสั้น จ่ายหนี้ IMF 1,6 พันล้านยูโร 30 มิ.ย. นี้ ส่วนระยะกลางถึงยาว ปัญหากรีซ พร้อมจะกลับมาเกิดรอบใหม่ได้ทุกเมื่อ เห็นได้จากการเจรจาที่ยืดเยื้อยาวนาน อย่างไรก็ดี หากกรีซยอมผิดนัดชำระหนี้ เราคาดว่าโอกาสที่กรีซจะขอออกจากประเทศสมาชิกอียูเองมีโอกาสเกิดขึ้น เป็น 20% (จากเดิม 15%) เนื่องจาการคงอยู่เป็นประเทศสมาชิก มีโอกาสได้รับความช่วยเหลือสูงกว่า แต่อาจเกิดขึ้นหากมีการทำประชามติ
5) +Window dressing ช่วงปลายไตรมาส จากสถิติย้อนหลัง 10 ปี (48-57) พบว่าดัชนี SET ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยเป็นบวก +1.4% และ 0.9% ในช่วง 1 และ 2 สัปดาห์สุดท้ายของไตรมาสที่ 2 โดยกลุ่มอุตสาหรรมที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยดีสุดในช่วง 1 สัปดาห์สุดท้าย ได้แก่ กลุ่มธนาคาร (+2.2%) กลุ่มสื่อสาร (+2.0%) และกลุ่มการแพทย์ (+1.9%) ส่วนหุ้นที่มีผลตอบแทนเฉลี่ยดีสุดในช่วงเดียวกัน ได้แก่ NEW E BKD AUCT YCI (คาดส่งผลบวกรายตัว)
สัญญาณทางเทคนิค รูปแบบระยะกลางของดัชนีฯ ยังคงเป็นรูปแบบขาลง Descending triangle โดยมีสัญญาณลงไปที่ 1448 จุด หากหลุดแนวรับหลัก 1475จุด ซึ่งมีความเป็นไปได้ 60%ที่อาจเกิดขึ้นในสัปดาห์นี้ และโอกาส 40% ที่จะหลุดแนวรับหลัก ลงไปที่ 1448 จุด









