BH มั่นใจไวรัสเมอร์สไม่กระทบผลการดำเนินงาน แม้พบผู้ป่วยที่โรงพยาบาล ยันระบบเฝ้าระวังได้มาตรฐาน
ศาสตราจารย์นายแพทย์ ชาญวิทย์ ตันติ์พิพัฒน์ รองประธานกรรมการ บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH เปิดเผยว่า ขณะนี้ไม่มีผู้ป่วยโรคเมอร์สอยู่ในโรงพยาบาลแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้มีผู้ป่วยโรคดังกล่าวชาวตะวันออกกลางเข้ามารับการรักษาที่โรงพยาบาล เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. 2558 แต่กระทรวงสาธารณสุขได้รับไปดูแลต่อแล้ว เมื่อวันที่ 18มิ.ย. ที่ผ่านมา พร้อมทั้งขอยืนยันว่าไม่มีผู้ป่วยรายที่ 2 ในโรงพยาบาลขณะนี้ ส่วนข่าวลือที่บอกว่ามีปิดตึกชั้น 10 หลังจากพบผู้ป่วยรายที่ 2 ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด
ทั้งนี้มั่นใจว่าผู้ป่วยรายอื่นๆ ที่เข้ามารักษาโรคในโรงพยาบาลจะไม่ย้ายออกแม้จะมีการพบผู้ติดเชื้อไวรัส เนื่องจากมีความมั่นใจในด้านมาตรฐานความปลอดภัยและการควบคุมโรคที่ได้รับการรับรองจากองค์กรระดับโลก เช่น WHO หรือหน่วยควบคุมโรคของสหรัฐฯ (CDC)
"เรายืนยันว่าขณะนี้ไม่มีผู้ป่วยโรคเมอร์สในโรงพยาบาลแล้ว และไม่พบผู้ต้องสงสัยรายอื่นๆ โดยเรามีการเฝ้าระวังอย่างเคร่งครัด สำหรับผู้ป่วยต้องสงสัย ประกอบกับผู้ป่วยรายแรกก็ได้มีการควบคุมอย่างดี ด้วยการแยกให้อยู่ในห้องที่มีความดันติดลบ เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโรคแพร่ระบาด โดยขอยืนยันว่า BH มีมาตรฐานขั้นสูงสุดที่มีการยอมรับในระดับโลกและมีความระมัดระวังอย่างเต็มที่ ซึ่งจะไม่ส่งผลกระทบใดๆ ต่อผู้ป่วยรายอื่นๆ อย่างแน่นอน"
สำหรับเจ้าหน้าที่ที่ได้ให้การดูแลผู้ป่วยรายแรกจำนวน 58 ราย ทางโรงพยาบาลได้ให้หยุดงานชั่วคราวและอยู่ในพื้นที่แยกเฉพาะ เพื่อสังเกตการณ์ และดูแลอย่างใกล้ชิดตามมาตรฐาน โดยจะอยู่ในการควบคุมอย่างน้อย 14 วัน ซึ่งขณะนี้ทุกท่านยังมีอาการปกติดี และไม่มีใครติดเชื้อไวรัสดังกล่าว
อย่างไรก็ตามทางโรงพยาบาลไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าจะมีผู้ติดเชื้อรายอื่นๆ เข้ามาโรงพยาบาลหรือไม่หลังจากนี้ แต่มีทีมงานเพื่อเฝ้าสังเกตการณ์ผู้ป่วยทุกรายที่เข้ามารักษา ซึ่งหากพบอาการต้องสงสัยจะเร่งดำเนินการควบคุมทันที
ขณะเดียวกัน บริษัทฯจะมีนโยบายให้กับเจ้าหน้าที่ทุกท่าน ดังนี้ 1.ติดตามข่าวสารและเฝ้าระวังโรคดังกล่าวอย่างใกล้ชิด 2. กำหนดมาตรการคัดกรองและรับย้ายผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงตั้งแต่แรกเข้า 3. คัดเลือกบุคลากรแพทย์ และพยาบาลรวมถึงเจ้าหน้าที่ให้ได้รับการอบรมแนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับโรคระบาดอย่างสม่ำเสมอ 4. ประสานความร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข WHO และ CDC 5. กำหนดมาตรการทำความสะอาดโดยการทำฆ่าเชื้อในโรงพยาบาลอย่างสม่ำเสมอ 6. ประสานงานกับโรงพยาบาลและหน่วยงานอื่นๆ ของภาครัฐทีเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด
ด้านนายแพทย์นำ ตันธุวนิตย์ ผู้อำนวยการด้านบริหาร BH เปิดเผยว่า กรณีพบผู้ป่วยโรคเมอร์สจะไม่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของบริษัทฯอย่างแน่นอน แม้จะมีผู้ป่วยจากกลุ่มประเทศตะวันออกกลางสัดส่วนถึง 20% เนื่องจากได้มีมาตรการควบคุมโรคดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2555 แล้ว ซึ่งทางโรงพยาบาลก็ได้คัดกรองกลุ่มคนไข้อย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ กลุ่มประเทศที่มีความเสี่ยงของโรคเมอร์สมาจากประเทศตะวันออกกลาง 10 ประเทศ และประเทศเกาหลีใต้






