เก็งกำไรตามหาก SET ขึ้นทะลุ 1518 จุด
SET View
- แนวโน้ม วานนี้ SET ปรับตัวขึ้นแรง 11.5 จุด มาพร้อมกับมูลค่าซื้อขายที่ดีดตัวขึ้นเป็น 3.6 หมื่นล้านบาท โดยมีหุ้นกลุ่มใหญ่เป็นตัวนำตลาด สะท้อนจากดัชนี SET50 +0.92% เทียบกับ SET +0.77% และ SET100 +0.89% ส่วนตลาดหุ้นต่างประเทศ เคลื่อนไหวบวกลบคละเคล้า กล่าวคือ ตลาดหุ้นยุโรปยังมีลักษณะของการพักตัว ทั้ง เยอรมัน -0.6%, ฝรั่งเศส -1%, อังกฤษ -0.4% แต่ตลาดหุ้นสหรัฐฯกลับปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เช่น S&P500 และดาวโจนส์ +0.2% ส่วนตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้ เปิดตัวในแดนลบเป็นส่วนใหญ่
ภาพสะท้อนจากตลาดหุ้น ตลาดเงิน และตลาดพันธบัตร ออกมาผสมผสาน เนื่องจากผลการประชุม FOMC ในครั้งนี้ ส่งสัญญาณไม่เด่นชัดมาก กล่าวคือ แม้สมาชิก Fed ประเมินว่าจะขึ้นดอกเบี้ยปีนี้ค่อนข้างแน่ แต่กลับมีการปรับลดประมาณการ GDP ลงค่อนข้างมาก สะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯยังฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่ ส่วน SET ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาจ่อยอดเดิมที่ 1518 จุด ในเชิงกลยุทธ์แนะนำ เก็งกำไรตามแนวโน้มบวก หาก SET ทะลุแนวต้าน 1518 จุดขึ้นมาได้
ข่าว/ดัชนีเศรษฐกิจ
• กระทรวงการคลังเตรียมเสนอ ครม. ในช่วงกลางเดือน ก.ค. เพื่อพิจารณาต่ออายุมาตรการภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ที่ 7% ซึ่งตามกำหนดเดิมจะสิ้นสุดในวันที่ 30 ก.ย.58 ถือเป็น sentiment บวกต่อกลุ่ม Commerce
• ICAO จะไม่ประกาศผลการประเมินสายการบินของประเทศไทย ในวันนี้ (18 มิ.ย.) และขยายระยะเวลาให้ไทยแก้ปัญหาได้ถึง พ.ย.58 เป็นบวกต่อกลุ่มสายการบิน
- กลยุทธ์การลงทุน : ซื้อเก็งกำไรหาก SET ทะลุแนวต้าน 1518 จุด
Top Daily Pick : PTTEP (มูลค่าเหมาะสม 132 บาท) ราคาหุ้น Laggards จากกลุ่มพลังงานค่อนข้างมาก (return 1 เดือน PTTEP -4.7% เทียบกับกลุ่มพลังงาน -1.9%) และ ITD (มูลค่าเหมาะสม 8.25 บาท) ได้รับคัดเลือกเข้า SET50, ได้รับประโยชน์จากโครงการลงทุนภาครัฐ ที่คาดว่าจะมีความคืบหน้าใน 2H58 มูลค่ารวมกว่า 2.75 แสนล้านบาท
Technical Pick : S SGP CKP CK PTTEP (โปรดอ่านบทวิเคราะห์ Technical เพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน)
Theme Plays : หุ้นอสังหาฯที่ซื้อขายด้วย P/E ratio ค่อนข้างต่ำ (SPALI, QH) / หุ้นปันผลสูงมีความน่าสนใจในภาวะดอกเบี้ยขาลง (ADVANC, INTUCH) / หุ้นได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่า (KCE, SVI, SAPPE) /หุ้นที่ได้รับคัดเลือกเข้า SET50-SET100 (ITD, BEAUTY, SAPPE)
Strategy Talk
- Fed มีโอกาสเลื่อนการขึ้นดอกเบี้ย หลังปรับลดคาดการณ์ GDP
หลังการประชุม Fed วานนี้ ฝ่ายวิจัย Bank of America Merrill Lynch (BoAML) ยังคงคาดว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในการประชุม เดือน ก.ย. เช่นเดิม แต่มองว่า มีความเสี่ยงที่จะเลื่อนขึ้นดอกเบี้ยออกไป เนื่องจาก Fed ปรับลดประมาณการ GDP สหรัฐฯปีนี้ค่อนข้างมาก จากเดิม คาดโต 2.3-2.7%YoY (รายงานเมื่อ มี.ค.58) เหลือเพียง 1.8-2.0%YoY หลังจาก GDP 1Q58 อ่อนแอกว่าคาด (-0.7%)
ขณะที่มุมมองของเทรดเดอร์ในตลาดฟิวเจอร์สที่อ้างอิงดอกเบี้ยสหรัฐฯ ปรับเปลี่ยนมุมมองอีกครั้ง จากเมื่อสัปดาห์ก่อนที่คาดว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในเดือน ต.ค. เป็น ธ.ค. ด้วยความน่าจะเป็น 56% ด้านความเคลื่อนไหวในตลาดทุน เป็นไปในทิศทางที่คลายความกังวลต่อภารขึ้นดอกเบี้ย กล่าวคือ ค่าเงินดอลล่าร์สหรัฐฯ สะท้อนผ่าน Dollar index อ่อนค่าลง 0.74% และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯอายุ 10 ปี ลดลงจาก 2.308% เป็น 2.286%
หุ้นมีประเด็น
NDR เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายยางนอก (สัดส่วนรายได้ 58%), ยางใน (27%) ของรถจักรยานยนต์, จำหน่ายแบตเตอรี่ สำหรับรถยนต์และจักรยานยนต์ (5%)
• NDR ร่วมกิจกรรม Opportunity day เมื่อ 16 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยผู้บริหารคงเป้าหมายการเติบโตของรายได้ปีนี้ที่ 10-15%YoY หนุนด้วย1) คำสั่งซื้อจากลูกค้าใหม่จากประเทศอินเดีย ซึ่งจะเริ่มรับรู้รายได้ใน 3Q58 โดยผู้บริหารตั้งเป้ารายได้จากอินเดีย ราว 25-35 ล้านบาทในปีนี้ และ 2) คำสั่งซื้อจากลูกค้าในมาเลเซีย จะกลับมาฟื้นตัว หลังจากใน 1Q58 ชะลอคำสั่งซื้อ เพราะการเปลี่ยนแปลงระบบการจัดเก็บภาษี
• NDR ได้ประโยชน์จากการอ่อนค่าของเงินบาทเนื่องจากมีสัดส่วนการส่งออกสูงราว 60% ของรายได้รวม
• จากข้อมูล Settrade consensus หุ้น NDR ซื้อขายที่ระดับ P/E ratio 13.3 เท่า ณ สิ้นปี 58 สูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มยานยนต์ใน SET ใน coverage ของเราที่ 12.9 เท่า
• หุ้น NDR ไม่อยู่ใน Coverage ของเรา จึงไม่มีประมาณการและคำแนะนำเชิงพื้นฐาน แต่ในเชิงเทคนิค ประเมินแนวรับ 4.16 บาท และแนวต้าน 4.40 บาท ความเสี่ยงของธุรกิจคือ ต้นทุนวัตถุดิบผันผวนไปตามราคาสินค้าโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะยางธรรมชาติ คิดเป็น 15% ของต้นทุนรวม









