ปี 58 กำไรเติบโตเด่นกว่ากลุ่ม
แนวโน้มกำไรฟื้นตัว
เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2558 ไว้ที่ 5.9 พันล้านบาท ลดลง 7%YoYแม้ก่อนหน้านี้บริษัทจะประกาศผลประกอบการ 1Q58 อยู่ในเกณฑ์ต่ำเนื่องจากมีการหยุดซ่อมของโรงไฟฟ้าน้ำงึม 2 ทำให้บริษัทมีกำไรปกติคิดเป็น 24% ของประมาณการ อย่างไรก็ตามเราเชื่อว่าแนวโน้มกำไรสุทธิในช่วงที่เหลือของปีจะฟื้นตัวเป็นลำดับจนถึงปี 2559 เริ่มจาก 2Q58 ที่เป็น High Season ของการใช้ไฟฟ้า ขณะที่ 2H58 โครงการหงสาหน่วยที่ 1 และ 2 จะเริ่มผลิตไฟฟ้า(เริ่มผลิตไฟฟ้าหน่วยที่ 1 เมื่อ 2 มิ.ย. 58) และจะสามารถเดินเครื่องเต็มกำลังผลิตทั้ง 3 หน่วย ในช่วง มี.ค. 58 อีกทั้งยังมีโรงไฟฟ้า Cogeneration โครงการนวนคร (RATCH 40% CODs พ.ค. 59) เป็นปัจจัยหนุนการเติบโต ซึ่งทำให้เราคาดว่ากำไรสุทธิปี 2559 จะอยู่ที่ 7.3 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 24%YoY
โครงการในต่างประเทศจะเริ่มชัดเจนขึ้น
บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ 2 โครงการขนาดใหญ่ในประเทศเพื่อนบ้านได้แก่ (1) โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินในพม่า (มะริด) ขนาด 2,640 เมกะวัตต์ บริษัทอยู่ระหว่างรอการอนุมัติจากรัฐบาลพม่า (คาดภายใน มิ.ย. 58) เพื่อลงนามในบันทึกข้อตกลง (MoA) และนำไปสู่ขั้นตอนของการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ โดยตามแผนบริษัทคาดว่าจะสามารถเริ่มผลิตไฟฟ้าได้ในปี 2564 และ (2) โครงการหงสา หน่วยที่ 4 ขนาด 900 – 1,000 เมกะวัตต์ ความเป็นไปได้ของโครงการมีสูง เนื่องจากมีความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น และปริมาณสำรองถ่านหินที่มีเพียงพอสำหรับส่วนต่อขยาย ปัจจุบันโครงการหงสา มีกำลังผลิต 3 หน่วย รวม 1,878 เมกะวัตต์ (RATCH 40%) แม้เรายังมีข้อมูลไม่มากพอสำหรับการประเมินมูลค่าเหมาะสม แต่ถือเป็นปัจจัยบวกต่อผลประกอบการในระยะยาวของ RATCH โดยเฉพาะการเติบโตของกำลังผลิตไฟฟ้าใหม่ในประเทศที่เริ่มจำกัด เราจะติดตามประเด็น
เพิ่มอัตราการจ่ายเงินปันผลมีความเป็นไปได้
เราประเมินว่าบริษัทจะจ่ายเงินปันผลในปี 2558 ไว้ที่ 2.27 บาท (Div. Yld. 4%) ทรงตัว YoYอย่างไรก็ตามการเพิ่มอัตราการจ่ายเงินปันผลมีความเป็นไปได้ เนื่องจากการลงทุนในโครงการใหม่ทั้งในและต่างประเทศเริ่มจำกัดจาก Demand การใช้ไฟฟ้าในประเทศเติบโตไม่มากตามภาวะเศรษฐกิจ ขณะที่การลงทุนในต่างประเทศให้ผลตอบแทนสินทรัพย์ต่ำ เป็นปัจจัยกดดันราคาหุ้น RATCH ในช่วงที่ผ่านมา
ราคาหุ้นลดลงเป็นจังหวะที่ดีต่อการเข้าลงทุน
แม้การเติบโตในระยะยาวจะไม่โดดเด่นเท่า EGCO แต่ราคาหุ้นของ RATCH ที่ Underperform หลังปรับลดกว่า 7% ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ทำให้ RATCH กลับมามี Upside ที่น่าสนใจในการลงทุน แนวโน้มผลประกอบการที่ฟื้นตัวจากปัจจัยฤดูกาล รวมทั้งกำลังผลิตที่เพิ่มขึ้นจากโครงการใหม่ที่ทยอยเริ่มผลิตไฟฟ้าตั้งแต่ 2H58 – 2559 จะเป็นสนับสนุนการลงทุน แม้บริษัทอยู่ระหว่างการพิจารณาขายหรือลดสัดส่วนการถือหุ้นใน RAC (RATCH – Australia Corp. บริษัทถือหุ้น 80%) แต่เราเชื่อว่าจะไม่กระทบมูลค่าเหมาะสมเนื่องจากกำไรจาก RAC มีนัยสำคัญต่อผลประกอบการไม่มาก อีกทั้งยังมี Upside จากการขยายการลงทุนในต่างประเทศ







