วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน 9 มิถุนายน 2558

ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังอุปสงค์การใช้น้ำมันดิบในจีนซบเซา และกรีซเลื่อนการชำระหนี้ออกไป

- ราคาน้ำมันดิบเบรนท์และเวสต์เทกซัสปรับลดลง หลังอุปสงค์ในประเทศจีนอ่อนตัว โดยประเทศจีนซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมันดิบรายใหญ่ของโลกได้ลดการนำเข้าน้ำมันดิบในเดือน พ.ค. ลงสู่ระดับ 5.47 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากเดิมในเดือน เม.ย.ที่ระดับ 7.37 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งลดลงคิดเป็นร้อยละ 26 เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า โดยสัดส่วนที่ลดลงร้อยละ 6 มาจากอุปสงค์สำหรับใช้ในโรงกลั่นที่เบาบางเนื่องจากอยู่ในช่วงปิดซ่อมบำรุง ในขณะที่อีกร้อยละ 20 มาจากการที่โรงกลั่นส่วนใหญ่กลับไปใช้น้ำมันดิบจากถังน้ำมันดิบสำรองคงคลังที่ได้นำเข้ามาก่อนหน้านี้

- ผลการประชุมระหว่างรัฐบาลกรีซ สหภาพยุโรปและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ข้อสรุปว่ากรีซจะรวมหนี้ที่ต้องชำระคืน 4 งวด เป็นจำนวนเงิน 1,600 ล้านยูโร ในเดือน มิ.ย. เข้าไว้ด้วยกันและจะชำระคืนในวันที่ 30 มิ.ย.นี้ ซึ่งทำให้กรีซสามารถหลีกเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้จำนวน 300 ล้านยูโรในวันที่ 5 มิ.ย. ออกไปได้ โดยกรีซใช้ทางเลือกที่ IMF มีระเบียบว่าลูกหนี้สามารถรวมหนี้ที่มีกำหนดชำระคืนในเดือนเดียวกันเป็นก้อนเดียวกันได้ เพื่อยื้อเวลาการเจรจาชำระหนี้ต่อไป ซึ่งเหตุการณ์นี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 30 ปีที่ลูกหนี้ของ IMF ขอเลื่อนกำหนดการชำระเงินคืน นับตั้งแต่กรณีของแซมเบียเมื่อช่วงทศวรรษที่ 1980

- นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบยังถูกกดดัน หลังราคาพันธบัตรปรับตัวผันผวนในระยะนี้และหนุนให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนีพุ่งขึ้นอย่างมากเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนีประเภทอายุ 10 ปีพุ่งแตะ 0.99% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ก.ย. ปีที่แล้ว

+ อย่างไรก็ดี ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ อ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักในตะกร้าเงิน ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบไม่ปรับลดลงไปมากกว่านี้ เนื่องจากนักลงทุนสนใจที่จะลงทุนในส่วนของสินค้าบริโภครวมทั้งน้ำมันดิบมากกว่าการลงทุนในการซื้อเงินดอลลาร์สหรัฐ

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากตลาดในเอเชียยังคงคึกคัก หลังมีอุปสงค์ต่อเนื่องในภูมิภาคและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศมุสลิมที่มีแรงซื้อก่อนเข้าสู่เทศกาลถือศีลอด นอกจากนี้ในสหรัฐ มีความต้องการน้ำมันเบนซินต่อเนื่องสำหรับฤดูกาลท่องเที่ยวในหน้าร้อน

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับเพิ่มขึ้นน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากอุปทานในภูมิภาคปรับเพิ่มขึ้น หลังจากโรงกลั่นน้ำมันกลับมาดำเนินการผลิตหลังปิดซ่อมบำรุง ประกอบกับประเทศจีนเพิ่มการส่งออกน้ำมันดีเซล อย่างไรก็ดี ตลาดในภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงแข็งแกร่ง หลังมีอุปสงค์เพิ่มขึ้นต่อเนื่องสำหรับช่วงฤดูร้อน

ทิศทางราคาน้ำมันดิบ

ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 56-61 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 61-66 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

- ติดตามรายงานสถานการณ์น้ำมันดิบประจำเดือน มิ.ย. ของสำนักงานสารสนเทศน์ด้านพลังงานสหรัฐ หรือ EIA (9 มิ.ย.) โอเปค (10 มิ.ย.) และสำนักงานพลังงานสากล หรือ IEA (11 มิ.ย.) ว่าจะมีการปรับเพิ่มหรือลดคาดการณ์อุปสงค์-อุปทานน้ำมันในตลาดโลกอย่างไร

- ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ที่ปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง หลังโรงกลั่นกลับมาจากการปิดซ่อมบำรุง ประกอบกับโรงกลั่นหลายแห่งปรับเพิ่มกำลังผลิตขึ้นเพื่อรองรับความต้องการใช้ที่คาดว่าจะเพิ่มมากขึ้น ในช่วงฤดูการท่องเที่ยวหน้าร้อนของสหรัฐ ซึ่งจะอยู่ระหว่างเดือน มิ.ย. – ส.ค. ของทุกปี

- นอกจากนี้จับตาปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ ที่สัปดาห์ล่าสุดมีการปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย หลังการผลิตมีแนวโน้มคงที่มาตั้งแต่เดือน เม.ย. ทั้งนี้ หลายฝ่ายมองว่าราคาน้ำมันดิบที่ฟื้นตัวเหนือระดับ 60-65 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล อาจเพิ่มความจูงใจให้ผู้ผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐ กลับมาเพิ่มอัตราการผลิตน้ำมันดิบอีกครั้ง

- ติดตามทิศทางของเศรษฐกิจของยูโรโซนและทิศทางการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจเพื่อแก้ไขภาวะเศรษฐกิจซบเซาและเงินฝืด หลังล่าสุดธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับต่ำที่ 0.05% ทั้งยังพร้อมเดินหน้าซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) มูลค่า 6 หมื่นล้านยูโรต่อเดือน คิดเป็นวงเงินรวม 1.1 ล้านล้านยูโร จนกว่าจะเสร็จสิ้นโครงการใน เดือน ก.ย. ด้วย

- การเจรจาแก้ไขปัญหาวิกฤติหนี้กรีซว่าจะเป็นไปในทิศทางใดต่อไป หลังล่าสุดกรีซขอเลื่อนการชำระหนี้งวดแรกของเดือน จำนวน 300 ล้านยูโรแก่ IMF ที่มีกำหนดจ่ายเมื่อวันที่ 5 มิ.ย. ออกไป โดยขอทบหนี้ที่ต้องจ่ายทั้งหมด 4 งวดมูลค่ารวม1,600 ล้านยูโร ไปจ่ายรวมกันครั้งเดียวภายในวันที่ 30 มิ.ย.แทน

                                                          -----------------------------------------------------

ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999