กำไร 1Q58 เพิ่มขึ้น 80%YoY คาดจะเติบโตต่อเนื่องใน 2Q58
ประเด็นสำคัญในการลงทุน :
- กำไรไตรมาสแรกแผ่วลงจากจุดสูงสุดรายไตรมาสในไตรมาสก่อนหน้า : Q1/58 มีกำไรสุทธิ 160 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 80%yoy แต่ลดลง 74%qoq จากที่สถิติสูงสุดรายไตรมาสใน Q4/57 ทั้งนี้ อัตรากำไรขั้นต้นรวมเท่ากับ 37.7% ดีขึ้นจาก 36.4% ใน Q4/57 แต่ลดลงจาก 38.7% ใน Q1/57 โดยอัตรากำไรขั้นต้นโครงการทำได้ตามค่าเฉลี่ย 34-35% และอัตรากำไรขั้นต้นของโครงการเช่าเฉลี่ย 65% ซึ่งน่าจะยืนที่ระดับนี้ได้ทั้งปี สำหรับอัตราส่วนค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อรายได้รวมอยู่ที่ 25% สูงขึ้นจากระดับ 19% ใน Q4/57 แต่ต่ำกว่าใน Q1/57 ที่สูงถึง 30% เนื่องจากฐานรายได้ที่ยังต่ำในไตรมาสแรกทำให้มักมีสัดส่วนค่าใช้จ่ายสูง ขณะที่อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 7.7% ดีขึ้นจาก 5.7% ใน Q1/57
- คงประมาณการกำไรปี 58 ตามเดิมซึ่งเติบโต 14% : กำไรใน Q1/58 ต่ำเพียง 9% ของประมาณการทั้งปีที่ 1,774 ล้านบาท อย่างไรก็ดี ฝ่ายวิจัยยังคงประมาณการกำไรตามเดิมที่ 1.8 พันล้านบาท ซึ่งเติบโต 14% โดยยังคาดการณ์รายได้รวมสำหรับปี 59 ใกล้เคียงกับเป้าของผู้บริหารที่ราว 1.39 หมื่นล้านบาท ปลายไตรมาสแรกปี 58 มียอดขายรอโอน (backlog) อยู่ที่เกือบ 10,000 ล้านบาท ซึ่งจะรับรู้รายได้ในปีนี้กว่า 30% ส่วนที่เหลือจะทยอยรับรู้ถึงปี 2560 เท่ากับว่าประมาณการรายได้มี backlog รองรับแล้ว 45% ของเป้าทั้งปี ส่วนที่ต้องขายเพิ่มอีก 7,600 ล้านบาทจะได้จากโครงการแนวราบที่จะเปิดขายใหม่มีมูลค่าเกือบ 4 พันล้านบาท และคอนโดมิเนียมพร้อมขายมีมูลค่า 1,100 ล้านบาท ทั้งนี้ คาดกำไร 2Q58 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากไตรมาสแรกเนื่องจากมี backlog สูงว่ารายได้ในไตรมาสแรกซึ่งเป็นการโอนโครงการต่อเนื่องและได้แรงหนุนจากแคมเปญ “SC Morning Call” ในช่วงต้นเดือนมิ.ย.
- ยอดจองปี 58 มีแนวโน้มทำได้ตามเป้า : ยอดจองใน Q1/58 อยู่ที่ 2,700 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11%qoq และ 132%yoy มีการเปิดตัวบ้านเดี่ยว “กรานาด้า”โครงการเดียวมูลค่ารวม 2,150 ล้านบาท ในช่วง Q2 เปิดตัวคอนโดมิเนียมหรูโครงการเดียวชื่อ "ศาลาแดงวัน" มูลค่า 4,700 ล้านบาท ปัจจุบันมียอดจองแล้วราว 28% โครงการใหม่ที่เหลืออีก 5 โครงการแบ่งเป็นแนวราบ 3 โครงการและคอนโดมิเนียม 2 โครงการมูลค่ารวม 8,150 ล้านบาทจะเปิดขายในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งจะมีแบรนด์ใหม่ทั้งบ้านและคอนโดมิเนียม ผู้บริหารคาดว่ายอดจองในช่วงครึ่งแรกของปีจะมีสัดส่วนราว 40% ของเป้าทั้งปีที่ 13,000 ล้านบาท กล่าวคือตั้งเป้ายอดจองใน Q2/58 ราว 2,500 ล้านบาทซึ่งมีโอกาสเป็นไปได้ไม่ยาก
- คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 4.20 บาท : ปัจจัยพื้นฐานของ SC ยังดีจากศักยภาพในการเติบโตของรายได้และกำไรที่น่าจะทำสถิติสูงสุดใหม่อีกในปีนี้ นอกจากนี้การจัดอันดับเครดิตโดยทริสเรทติ้งได้ปรับเพิ่มเป็น “BBB+/Stable" จากเดิม “BBB/Stable" สะท้อนถึงฐานะการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น ทั้งนี้ ราคาเหมาะสมซึ่งอิง Prospect PER ที่ระดับ 10 เท่าได้เท่ากับ 4.20 บาทยังมี upside จากราคาปิดล่าสุด เมื่อพิจารณาประกอบกับ yield เฉลี่ย 5 – 6% ทำให้ฝ่ายวิจัยยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”









