กำไร 1Q58 เติบโต 12%QoQ และ 7%YoY
ประเด็นสำคัญในการลงทุน :
1Q58 กำไรสุทธิเติบโตอย่างต่อเนื่อง : 1Q58 บริษัทมีรายได้เท่ากับ 3,118 ล้านบาท เติบโต 38%QoQ และ 17%YoY จากรายได้กลุ่มเอไอเอสเติบโต 11% จาก 1Q57 ตามความต้องการใช้บริการข้อมูลที่เพิ่มมากขึ้น รวมถึงการเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้งานที่หันมาใช้โทรศัพท์ Smart Phone มากขึ้น ซึ่งเป็นแรงผลักดันให้รายได้จากการขาย Sim Card อุปกรณ์เพิ่มขึ้น 47% อีกทั้งรายได้จากกลุ่มไทยคมเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน โดยเป็นผลจากการรับรู้รายได้ดาวเทียมไทยคม 7 ที่เริ่มรับรู้ตั้งแต่เดือน พ.ย.57 นอกจากนี้การควบคุมค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวขึ้นเป็น 47.35% ดีขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 33.5% ส่งผลให้กำไรสุทธิ 1Q58 เท่ากับ 4,101 ล้านบาท เติบโต 12%QoQ และ 7%YoY ซึ่งคิดเป็น 25% ของประมาณการทั้งปี
คงประมาณการปี 58 ตามเดิม : แม้ไตรมาสที่แล้วจะเป็นช่วง High season ของธุรกิจแต่ผลประกอบการ ADVANC ยังเพิ่มขึ้น 4% จากไตรมาสที่แล้วเนื่องจากจำนวนเลขหมายที่เพิ่มขึ้น และต้นทุนค่าธรรมเนียมต่อรายได้ (ไม่รวมค่าเชื่อมโยงโครงข่าย) มีแนวโน้มลดลงหลังจากผู้ใช้งานระบบ 2G เปลี่ยนมาใช้งานระบบ 3G มากขึ้น นอกจากนี้รายได้จาก THCOM มีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นกว่าช่วงไตรมาส 1 เนื่องจากปัจจุบันดาวเทียมไทยคม 7 มีอัตราการใช้งานอยู่ที่ประมาณ 50% และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 100% ในไตรมาส 3 ทำให้ฝ่ายวิจัยคงประมาณกำไรสุทธิปี 58 ตามเดิมที่ 16,148 ล้านบาท เติบโต 8.6%YoY ส่วนใน 2Q58 นั้นฝ่ายวิจัยมีมุมมองว่าผลประกอบการจะยังคงเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนแต่ต่ำกว่าไตรมาสแรกเล็กน้อย
พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนช่วยหนุนให้บริษัทเติบโตในระยะยาว: ปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภคหันมาใช้ Smart Phone มากขึ้นเป็นตัวผลักดันให้ความต้องการใช้งานข้อมูลมากขึ้น ส่งผลดีต่อ ADVANC โดยเฉพาะเทคโนโลยี 4K (Ultra High Definition) และ High Definition (HD) ที่เข้ามาทดแทนความชัดระบบปกติ ทำให้ผู้บริโภคต้องใช้บริการด้านข้อมูลมากขึ้นเนื่องจากขนาดไฟล์ที่ใหญ่ขึ้น ส่งผลให้รายได้ของ ADVANC มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ส่วนรายได้ของ THCOM มีแนวโน้มเติบโตตามความต้องการใช้ดาวเทียม ทำให้รายได้ของ INTUCH ซึ่งเป็นบริษัทแม่ที่ถือหุ้น ADVANC และ THCOM ยังสามารถเติบโตได้ในระยะยาว
คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 88 บาท : จากคาดการณ์การเติบโตของผลประกอบการกลุ่มเอไอเอสและกลุ่มไทยคมซึ่งจะหนุนให้ผลประกอบการของINTUCH เติบโตจากปีที่ผ่านมา และได้ประโยชน์จากเทคโนโลยีใหม่ๆที่เข้ามาเช่นเทคโนโลยี 4K ทำให้ INTUCH เป็นหุ้นที่น่าสนใจลงทุน ทั้งนี้ ราคาเหมาะสมซึ่งประเมินจากวิธี FCF (WACC ที่ 12% และ Terminal Growth ที่ 2%) ได้เท่ากับ 88 บาท ซึ่งยังคงสูงกว่าราคาปัจจุบันจึงคงคำแนะนำ “ซื้อ”









