แนวโน้มสถิติการจราจรทางอากาศเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ; แนะซื้อสะสมช่วงโลว์ซีซั่น
ประเด็นการลงทุน
เนื่องจากทุกไตรมาส 2 ของทุกปีเป็นช่วงโลว์ซีซั่นของการเที่ยวไทย ดังนั้นเราคาดกำไรของ AOT น่าจะอ่อนตัวลง QoQ และไม่มีปัจจัยกระตุ้นราคาหุ้นในระยะสั้น อย่างไรก็ตามอัตราการเติบโตของสถิติการจราจรทางอากาศอย่างมีนัยยะกอปรกับอัตราการเติบโตเฉลี่ยของกำไรหลักตั้งแต่ปี 2558-2560 ที่ 20% น่าจะช่วนหนุนราคาหุ้นในระยะยาวได้ ปัจจุบันราคาหุ้นของบริษัทค่อนข้างน่าสนใจ โดยซื้อขายอยู่ที่ค่า PER ณ สิ้นเดือน ก.ย. 2558 ที่ 27.1 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคที่ 31.7 เท่า และค่า PBV/ROE ที่ 0.26 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคที่ 0.32 เท่า เราจึงปรับคำแนะนำ จาก ถือ เป็น ซื้อ ด้วยราคาเป้าหมายใหม่ ณ สิ้นสุดเดือนกันยายน (คิดด้วยวิธี DCF) ที่ 330 บาทและแนะนักลงทุนเข้าซื้อสะสมในช่วงโลว์ซีซั่น
อัตราการเติบโตของสถิติการจราจรทางอากาศยังมีแนวโน้มแข็งแกร่งต่อเนื่องถึงเดือนพ.ค
อุปสงค์ต่อการท่องเที่ยวของประเทศไทยกลับมาฟื้นตัวและหนุนให้สถิติการจราจรทางอากาศเติบโตต่อเนื่องหลังเหตุความวุ่นวายทางการเมืองเมื่อปี 2557 โดยสถิติดังกล่าวของ AOT ในช่วงแปดเดือนที่ผ่านมา (ต.ค. 2557- พ.ค. 2558) เติบโตขึ้นอย่างมาก YoY โดยมีจำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 20% YoY เป็น 72 ล้านคน ในขณะที่จำนวนเที่ยวบินเพิ่มขึ้น 12% YoY มาอยู่ที่ 471,501 เที่ยว จากทั้งการเดินทางในประเทศและต่างประเทศ (รูปที่1) ทั้งนี้อัตราการเติบโตของจำนวนผู้โดยสารของ AOT ในเดือน พ.ค. อยู่ที่ 29% YoY และอัตราการการเติบโตของจำนวนเที่ยวบินอยู่ที่ 18% YoY
แนวโน้มการเติบโตดังกล่าวคาดว่าจะแข็งแกร่งต่อเนื่องไปจนสิ้นสุดปีงบประมาณในเดือน ก.ย. นี้ ดังนั้นเราจึงปรับสมมติฐานอัตราการเติบโตของสถิติการจราจรทางอากาศปี 2558 ใหม่ โดยปรับเพิ่มอัตราการเติบโตของผู้โดยสารเป็น 19% (จาก 10%) และอัตราการเติบโตของจำนวนเที่ยวบินเป็น 18% (จาก 10%) และกำไรสุทธิปี 2558 เพิ่มขึ้น 15% ที่ 15,976 ล้านบาท และปรับประมาณการกำไรในระยะยาวเพิ่มขึ้น 15% โดยเฉลี่ย (รูปที่ 2)
…แต่สถิติการจราจรทางอากาศและกำไรมีแนวโน้มอ่อนตัวลงในระยะสั้น
เนื่องจากในช่วงนี้จนถึงปลายไตรมาสสามเป็นช่วงโลว์ซีซันของการท่องเที่ยวไทยซึ่งเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีและตัวเลขสถิติการจราจรทางอากาศก็มักจะอ่อนตัวลง QoQ ในระยะสั้น จากข้อมูลในอดีต พบว่า ทุกไตรมาสสองของทุกปีจำนวนผู้โดยสารของบริษัทลดลงประมาณ 11% QoQ และจำนวนเที่ยวบินลดลงประมาณ 4% QoQ (รูปที่ 3) ดังนั้นเราคาดบริษัทน่าจะรายงานกำไรหลักอ่อนตัวลงในช่วง เม.ย.-มิ.ย. (ไตรมาส 3/ปีงบประมาณ 2558)
แนะซื้อสะสมช่วงโลว์ซีซั่นของการท่องเที่ยว
จากการศึกษาของเราพบว่าราคาหุ้นของ AOT มีความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งและไปในทิศทางเดียวกันกับจำนวนผู้โดยสาร(+86%สำหรับระยะเวลา 10 ปี และ +92% สำหรับระยะเวลา 1 ปี ) ดังนั้นเราคาดราคาหุ้นน่าจะอ่อนตัวลงในระยะสั้นและแนะนักลงทุนเข้าซื้อสะสมในช่วงโลว์ซีซั่น ก่อนที่ราคาหุ้นจะปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้งในไตรมาส 4/58 ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่น









