ขึ้นขาย และรอซื้อคืนบริเวณ 1480 จุด
Market Outlook
คาดดัชนีฯ วันนี้ คาดรายงานตัวเลขเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศถ่วงตลาด คงคำแนะนำ รอซื้อคืนแนวรับ
คาดดัชนีฯ วันนี้ sideway down ลงทดสอบแนวรับ 1500 จุด แนวต้าน 1515/1520 จุด โดยยังมีแรงขายในหุ้นขนาดใหญ่จากนักลงทุนในประเทศ (นักลงทุนสถาบันและพอร์ตโบรกเกอร์) ขณะที่ปริมาณการซื้อขายเบาบาง เนื่องจากขาดปัจจัยหนุนในประเทศ โดยวันนี้จะมีการประกาศตัวเลขการส่งออกไทยเดือน เม.ย. ที่คาดว่าจะยังหดตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4 ของปีนี้ ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศ ยุโรปได้รับแรงกดดันจากปัญหาหนี้กรีซ ที่มีโอกาสการผิดนัดชำระหนี้มากขึ้น และผลการเลือกตั้งในสเปนที่พรรครัฐบาลพ่ายแพ้การเลือกตั้งท้องถิ่น สร้างความกังวลต่อการดำเนินมาตรการรัดเข็มขัดในอนาคต
กลยุทธ์ แนะนำ ขึ้นขาย และรอซื้อคืนบริเวณ 1480 จุด หุ้นที่น่าสนใจสำหรับการซื้อเล่นเก็งกำไร ที่แนวรับ ได้แก่ 1. หุ้นทีมี Upward Revision (-Downward Revision) สูงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้แก่ CHO CFRESH BRR TASCO PLAT 2. หุ้นที่ได้ประโยชน์จากแนวโน้มดอกเบี้ยลดลง หุ้นปันผลสูง BTS TTW QH SPALI หุ้นเช่าซื้อ MTLS SAWAD
ปัจจัยต่างประเทศ
กังวลกรีซผิดนัดชำระหนี้ หลังเจ้าหน้าที่รัฐบาลให้สัมภาษณ์ว่ากรีซไม่สามารถชำระหนี้ IMF ในเดือน มิ.ย. นี้ได้ และอาจยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ทันสิ้นเดือนนี้ โดยการผิดนัดชำระหนี้ของกรีซ คาดจะส่งผลกระทบต่อประเทศอื่นจำกัด เนื่องจากเป็นหนี้ที่ถือโดย IMF แต่คาดผลกระทบจะรุนแรงต่อธนาคารพาณิชย์ของกรีซ เนื่องจากอีซีบีอาจปรับลดอัตราค้ำประกันของพันธบัตรกรีซลงอีก ส่งผลให้ธนาคารพาณิชย์ที่ใช้พันธบัตรกรีซ เป็นหลักทรัพย์ขาดแคลนเงินทุนเพิ่มหนักขึ้น ซึ่งปัจจุบันประสบปัญหาเงินฝากไหลออกมากอยู่แล้ว
ความกังวลเพิ่มมากขึ้นว่าประเทศอื่นจะดำเนินรอยตามกรีซ จากผลการเลือกตั้งท้องถิ่นในสเปนวานนี้ พรรครัฐบาลพ่ายแพ้ต่อพรรคโพดิมอส ซึ่งเป็นพรรคที่ต่อต้านนโยบายรัดเข็มขัด ซึ่งนักลงทุนกังวลว่าจะสร้างปัญหาต่อการดำเนินนโยบาย รวมถึงกังวลว่าจะเป็นเหมือนกรีซที่มีปัญหาในการใช้มาตรการรัดเข็มขัดต่างๆ
ปัจจัยในประเทศ
จับตาวันนี้รายงานการส่งออกไทยเดือน เม.ย. โดย consensus คาดส่งออกจะติดลบ 3.3%YoY (ติดลบติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4 ในปีนี้) การนำเข้าคาดติดลบ 6.8% และดุลการค้าขาดดุล 780 ล้านดอลลาร์ ซึ่งภาพรวมการส่งออกไทยในเดือน เม.ย. ยังคงไม่ฟื้นตัวมากนัก เนื่องจากค่าเงินบาทยังแข็งค่า (ค่าเงินบาทเริ่มอ่อนค่าหลังกนง. ลดดอกเบี้ยปลายเดือน เม.ย.)
ผลสำรวจนักวิเคราะห์ปรับเป้าหมายดัชนีปีนี้ลงเหลือ 1612 จุด จากคาดการณ์ครั้งก่อนเมื่อเดือน ม.ค. ที่ 1670 จุด ขณะที่คาดในช่วง 3 เดือนข้างหน้า (พ.ค. - ก.ค. 58) ส่วนใหญ่คาดทิศทางทรงตัวถึงปรับตัวลง (ร้อยละ 54) โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 1519 จุด ขณะที่คาดจุดต่ำสุด-สุดสุดของปีนี้ที่เฉลี่ย 1423-1662 จุด ทั้งนี้ ผลสำรวจคาดสิ้นปี 59 ดัชนีตลาดหุ้นเฉลี่ยที่ 1707 จุด ลดลงจากคาดการณ์ที่ผ่านมาที่ 1804 จุด โดยปัจจัยบวกคาดมาจากโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐ และทิศทางดอกเบี้ยในประเทศ ส่วนปัจจัยลบคาดมาจากปัจจัยทาง
การเมืองเป็นหลัก รองลงมาคือผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน (ดูตารางประกอบในเล่ม)
ทั้งนี้ KTZ คาดเป้าหมายดัชนีปลายปีนี้ที่ 1480 จุด และคาดกรอบการเคลื่อนไหวในช่วง 3 เดือนข้างหน้าว่าจะปรับตัวลงในกรอบ 1520-1380 จุด และดัชนีได้ผ่านพ้นจุดสูงสุดของปีนี้ไปแล้วที่ 1620 จุด เมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา โดยปัจจัยลบ ในระยะสั้นให้น้ำหนักการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด ระยะกลาง-ยาว ให้น้ำหนักปัญหาเศรษฐกิจและการเมืองในประเทศ
สัญญาณทางเทคนิค ดัชนีกลับมาส่งสัญญาณเป็นลบอีกครั้ง โดยมีแนวรับสำคัญบริเวณ 1500/1480 จุด หากต่ำกว่าแนวรับนี้ จะบ่งชี้ถึงโอกาสของการปรับฐานต่อเนื่องแนวรับหลักถัดไป 1460/1420 จุด









