วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Sideway down ทดสอบ 1500 จุด

ขึ้นขาย และรอซื้อคืนบริเวณ 1480 จุด

Market Outlook

คาดดัชนีฯ วันนี้ คาดรายงานตัวเลขเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศถ่วงตลาด คงคำแนะนำ รอซื้อคืนแนวรับ

คาดดัชนีฯ วันนี้ sideway down ลงทดสอบแนวรับ 1500 จุด แนวต้าน 1515/1520 จุด โดยยังมีแรงขายในหุ้นขนาดใหญ่จากนักลงทุนในประเทศ (นักลงทุนสถาบันและพอร์ตโบรกเกอร์) ขณะที่ปริมาณการซื้อขายเบาบาง เนื่องจากขาดปัจจัยหนุนในประเทศ โดยวันนี้จะมีการประกาศตัวเลขการส่งออกไทยเดือน เม.ย. ที่คาดว่าจะยังหดตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4 ของปีนี้ ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศ ยุโรปได้รับแรงกดดันจากปัญหาหนี้กรีซ ที่มีโอกาสการผิดนัดชำระหนี้มากขึ้น และผลการเลือกตั้งในสเปนที่พรรครัฐบาลพ่ายแพ้การเลือกตั้งท้องถิ่น สร้างความกังวลต่อการดำเนินมาตรการรัดเข็มขัดในอนาคต

กลยุทธ์ แนะนำ ขึ้นขาย และรอซื้อคืนบริเวณ 1480 จุด หุ้นที่น่าสนใจสำหรับการซื้อเล่นเก็งกำไร ที่แนวรับ ได้แก่ 1. หุ้นทีมี Upward Revision (-Downward Revision) สูงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้แก่ CHO CFRESH BRR TASCO PLAT 2. หุ้นที่ได้ประโยชน์จากแนวโน้มดอกเบี้ยลดลง หุ้นปันผลสูง BTS TTW QH SPALI หุ้นเช่าซื้อ MTLS SAWAD


ปัจจัยต่างประเทศ

กังวลกรีซผิดนัดชำระหนี้ หลังเจ้าหน้าที่รัฐบาลให้สัมภาษณ์ว่ากรีซไม่สามารถชำระหนี้ IMF ในเดือน มิ.ย. นี้ได้ และอาจยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ทันสิ้นเดือนนี้ โดยการผิดนัดชำระหนี้ของกรีซ คาดจะส่งผลกระทบต่อประเทศอื่นจำกัด เนื่องจากเป็นหนี้ที่ถือโดย IMF แต่คาดผลกระทบจะรุนแรงต่อธนาคารพาณิชย์ของกรีซ เนื่องจากอีซีบีอาจปรับลดอัตราค้ำประกันของพันธบัตรกรีซลงอีก ส่งผลให้ธนาคารพาณิชย์ที่ใช้พันธบัตรกรีซ เป็นหลักทรัพย์ขาดแคลนเงินทุนเพิ่มหนักขึ้น ซึ่งปัจจุบันประสบปัญหาเงินฝากไหลออกมากอยู่แล้ว 


ความกังวลเพิ่มมากขึ้นว่าประเทศอื่นจะดำเนินรอยตามกรีซ จากผลการเลือกตั้งท้องถิ่นในสเปนวานนี้ พรรครัฐบาลพ่ายแพ้ต่อพรรคโพดิมอส ซึ่งเป็นพรรคที่ต่อต้านนโยบายรัดเข็มขัด ซึ่งนักลงทุนกังวลว่าจะสร้างปัญหาต่อการดำเนินนโยบาย รวมถึงกังวลว่าจะเป็นเหมือนกรีซที่มีปัญหาในการใช้มาตรการรัดเข็มขัดต่างๆ


ปัจจัยในประเทศ

จับตาวันนี้รายงานการส่งออกไทยเดือน เม.ย. โดย consensus คาดส่งออกจะติดลบ 3.3%YoY (ติดลบติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4 ในปีนี้) การนำเข้าคาดติดลบ 6.8% และดุลการค้าขาดดุล 780 ล้านดอลลาร์ ซึ่งภาพรวมการส่งออกไทยในเดือน เม.ย. ยังคงไม่ฟื้นตัวมากนัก เนื่องจากค่าเงินบาทยังแข็งค่า (ค่าเงินบาทเริ่มอ่อนค่าหลังกนง. ลดดอกเบี้ยปลายเดือน เม.ย.)

ผลสำรวจนักวิเคราะห์ปรับเป้าหมายดัชนีปีนี้ลงเหลือ 1612 จุด จากคาดการณ์ครั้งก่อนเมื่อเดือน ม.ค. ที่ 1670 จุด ขณะที่คาดในช่วง 3 เดือนข้างหน้า (พ.ค. - ก.ค. 58) ส่วนใหญ่คาดทิศทางทรงตัวถึงปรับตัวลง (ร้อยละ 54) โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 1519 จุด ขณะที่คาดจุดต่ำสุด-สุดสุดของปีนี้ที่เฉลี่ย 1423-1662 จุด ทั้งนี้ ผลสำรวจคาดสิ้นปี 59 ดัชนีตลาดหุ้นเฉลี่ยที่ 1707 จุด ลดลงจากคาดการณ์ที่ผ่านมาที่ 1804 จุด โดยปัจจัยบวกคาดมาจากโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐ และทิศทางดอกเบี้ยในประเทศ ส่วนปัจจัยลบคาดมาจากปัจจัยทาง
การเมืองเป็นหลัก รองลงมาคือผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน (ดูตารางประกอบในเล่ม)

ทั้งนี้ KTZ คาดเป้าหมายดัชนีปลายปีนี้ที่ 1480 จุด และคาดกรอบการเคลื่อนไหวในช่วง 3 เดือนข้างหน้าว่าจะปรับตัวลงในกรอบ 1520-1380 จุด และดัชนีได้ผ่านพ้นจุดสูงสุดของปีนี้ไปแล้วที่ 1620 จุด เมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา โดยปัจจัยลบ ในระยะสั้นให้น้ำหนักการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด ระยะกลาง-ยาว ให้น้ำหนักปัญหาเศรษฐกิจและการเมืองในประเทศ


สัญญาณทางเทคนิค ดัชนีกลับมาส่งสัญญาณเป็นลบอีกครั้ง โดยมีแนวรับสำคัญบริเวณ 1500/1480 จุด หากต่ำกว่าแนวรับนี้ จะบ่งชี้ถึงโอกาสของการปรับฐานต่อเนื่องแนวรับหลักถัดไป 1460/1420 จุด