AP ซื้อ, BEC ซื้อ, CK ซื้อ, ESSO ขาย, MCOT ขาย, PS ซื้อ, TUF ถือ, IRPC ซื้อ, PTTGC ซื้อ
AP ซื้อ ราคาพื้นฐาน 7.70 บาท
AP : บริษัทรายงานกำไรสุทธิไตรมาสที่ 1/58 ที่ 559.6 ล้านบาท ลดลง 8%qoq แต่เพิ่มขึ้น 115.5%yoy ผลักดันโดยการพุ่งขึ้นของรายได้ และอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้น รวมทั้งการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้ดี ทั้งนี้ผลประกอบการเป็นไปตามที่เราและตลาดคาดไว้ เราคาดว่า AP จะสามารถรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิที่ 33.4% และ 11.3% ตามลำดับในปี 2558 ปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น ซื้อ จากแนวโน้มการทรงตัวของกำไรขั้นต้นและยอดขายพรีเซลล์ที่แข็งแกร่ง ราคาพื้นฐานอยู่ที่ 7.70 บาท มีส่วนต่างจากราคาตลาดที่ 12.4% และอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ 4.7% (รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)
BEC ซื้อ ราคาพื้นฐาน 49.25 บาท
BEC : บริษัทรายงานกำไรสุทธิไตรมาสที่ 1/58 ที่ 744 ลดลง 35%yoy และ 26%qoq โดยผลประกอบการต่ำกว่าที่เราและตลาดคาดไว้ จากอัตรากำไรขั้นต้นที่บางลง ยอดขายเพิ่มขึ้น yoy จากรายได้ในการจัดงานคอนเสิร์ตและทีวีโชว์ที่สูงขึ้น เราคาดว่าผลประกอบการในครึ่งหลังของปีจะดีกว่าครึ่งแรกของปี จากการฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจ การปรับตัวลงของราคาหุ้นน่าจะได้สะท้อนผลประกอบการที่แย่ในไตรมาสที่ 1/58 ไปแล้ว เช่นเดียวกับผลประกอบการในปีนี้ที่จะลดลงจากปีก่อน คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาพื้นฐานที่ 49.25 บาท (รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)
CK ซื้อ ราคาพื้นฐาน 30.00 บาท
CK : บริษัทรายงานกำไรสุทธิไตรมาสที่ 1/58 ที่ 437 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.7%yoy โดยการเติบโตมาจากการขายสินทรัพย์ หากไม่รวมรายการดังกล่าว ผลประกอบการหลักนั้นอ่อนแอและลดลง yoy จากรายได้ที่ต่ำลงและกำไรขั้นต้นที่ลดลง อย่างไรก็ดีผลประกอบการคาดว่าจะฟื้นตัวขึ้นในไตรมาสถัดไปจากส่วนแบ่งผลกำไรของบริษัทย่อย และความเป็นเอกลักษณ์ของ CK ที่แตกต่างจากบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างรายอื่นๆ คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาพื้นฐานที่ 30 บาท(รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)
ESSO ขาย ราคาพื้นฐาน 5.00 บาท
ESSO : บริษัทรายงานขาดทุนสุทธิไตรมาสที่ 1/58 ที่ 379 ล้านบาท เป็นการขาดทุนติดต่อกันมา 5 ไตรมาส โดยผลประกอบการนั้นแย่กว่ากลุ่ม อีกทั้งน้อยกว่าที่เราและตลาดคาดไว้ ทั้งนี้พื้นฐานของบริษัทนั้นยังคงอ่อนแอ ขณะที่ราคาหุ้นมีการซื้อขายที่ 11 เท่า 2558PE, 13.4 เท่า EV/EBITDA และ 1.7 เท่า PB ซึ่งสูงสุดท่ามกลางกลุ่มโรงกลั่นในประเทศไทย และมีส่วนเพิ่มจากโรงกลั่นของภูมิภาค คงคำแนะนำ ขาย ราคาพื้นฐานที่ 5.00 บาท (รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)
MCOT ขาย ราคาพื้นฐาน 12.20 บาท
MCOT : บริษัทรายงานกำไรสุทธิไตรมาสที่ 1/58 ที่ 27 ล้านบาท ต่ำลง 86%yoy และ 49%yoy ซึ่งน้อยกว่าที่เราและตลาดคาดไว้มาก จากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว รายได้ค่าโฆษณาลดลง และรายได้จากกิจการร่วมดำเนินงานต่ำลง ทั้งนี้แม้คาดว่าผลประกอบการจะค่อยๆฟื้นตัวขึ้นตั้งแต่ไตรมาสที่ 2/58 เป็นต้นไป แต่กำไรในปี 2558 จะหดตัว 57%yoy คงคำแนะนำ ขาย เนื่องจากไม่มีปัจจัยบวกในระยะสั้น ราคาพื้นฐานที่ 12.20 บาท(รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)
PS ซื้อ ราคาพื้นฐาน 32.00 บาท
PS : บริษัทรายงานกำไรสุทธิไตรมาสที่ 1/58 ที่ 891.1 ล้านบาท ลดลง 52.7%qoq และ 16.3%yoy โดยผลประกอบการที่ปรับตัวลงจากปีก่อนนั้นมาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่อ่อนแอและการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายด้านการตลาดจากการเปิดโครงการใหม่ ทั้งนี้ผลประกอบการนั้นเป็นไปตามที่เราคาดไว้ แต่ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ 12.8% PS ยังคงมุ่งเน้นที่จะพัฒนาการหมุนเวียนของสินทรัพย์ด้วยการใช้เทคโนโลยีพรีแคส เพื่อที่จะลดระยะเวลาการทำธุรกิจลง คงคำแนะนำ ซื้อ ด้วยราคาพื้นฐานที่ 32.00 บาท (รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)
TUF ถือ ราคาพื้นฐาน 21.50 บาท
TUF : บริษัทรายงานกำไรสุทธิไตรมาสที่ 1/58 ที่ 1,507 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59%yoy และ 116%qoq โดยผลประกอบการนั้นสูงกว่าที่เราและตลาดคาดไว้ จากกำไรจากเงินลงทุนเป็นจำนวนมหาศาลที่ 1,118 ล้านบาท ในระยะเวลาถัดไป ผลประกอบการหลักมีแนวโน้มดีขึ้นจากการเข้าสู่ช่วงฤดูกาลในการขายปลาทูน่าและกุ้ง แต่คาดว่ากำไรสุทธิในไตรมาสที่ 2-3/58 จะไม่สามารถอยู่ในระดับเดียวกับในไตรมาสที่ 1/58 ได้ ปรับลดคำแนะนำเป็น ถือ เพื่อรอความสำเร็จของการควบรวมกิจการ Bumble Bee ในไตรมาสที่ 4/58 ราคาพื้นฐาน 21.50 บาท ราคาเหมาะสมที่ควรเข้าซื้อคือ 18.25 บาท (รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)
IRPC ซื้อ ราคาพื้นฐาน 6.50 บาท
IRPC : การเข้าประชุมนักวิเคราะห์กับผู้บริหารบริษัท ทำให้เราคงมุมมองด้านบวกต่อบริษัท เราเชื่อมั่นว่า IRPC นั้นกำลังดำเนินไปในทางที่จะรายงานตัวเลขที่ดีในช่วงที่เหลือของปี ซึ่งจะทำให้บริษัทบรรลุเป้าหมายทั้งปีของกำไรสุทธิที่ตั้งไว้ที่ 10,000 ล้านบาท ได้ คงคำแนะนำ ซื้อ ด้วยราคาพื้นฐานที่ 6.50 บาท (รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)
PTTGC ซื้อ ราคาพื้นฐาน 76.00 บาท
PTTGC : เราเข้าประชุมนักวิเคราะห์กับผู้บริหารบริษัท และได้เน้นถึงประเด็นสำคัญต่างๆดังนี้ เราคาดว่าผลประกอบการไตรมาสที่ 1/58 จะเป็นจุดต่ำสุดของปี ธุรกิจโอเลฟินจะยังคงมีบทบาทสำคัญในปี 2558 และการปรับตัวขึ้นล่าสุดของราคา HDPE จะเป็นปัจจัยบวกต่ออัตรากำไรของ EBITDA ทั้งนี้ PTTGC มีความตั้งใจที่จะลงทุนในการทำปิโตรเคมีคอมเพล็กซ์ แห่งใหม่ในประเทศสหรัฐ อินโดนีเซีย และประเทศไทย กับพันธมิตร คงคำแนะนำ ซื้อ ด้วยราคาพื้นฐานที่ 76.00 บาท (รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)








