วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

BDMS - ถือ

ผลประกอบการไตรมาส 1/58 ดีเกินคาด; เริ่มเข้าสู่กำไรช่วงโลว์ซีซั่นในไตรมาส 2/58

กำไรหลักตามที่เราและตลาดคาด

BDMS รายงานผลกำไรหลักทำสถิติสูงสุดใหม่ในไตรมาส 1/58ที่ 2.3 พันล้านบาทเพิ่มขึ้น 10%YoY และ 24%QoQ ตัวเลขดังกล่าวเป็นไปตามที่ตลาดคาดแต่สูงกว่า 9% เนื่องจากรายได้อื่นที่เพิ่มมากว่าที่คาด (ภาษีคืนของรพ.พญาไท1 57 ล้านบาท) และส่วนแบ่งกำไรจาก BH ที่มากกว่าคาด ทั้งนี้บริษัทับรู้กำไรพิเศษ 196 ล้านบาทจากการเข้าซื้อรพ.ภูเก็ตในไตรมาส 4/57 แต่ไม่มีรายได้พิเศษในลักษณะเดียวกันอีกในไตรมาส 1/58

ประเด็นหลักผลประกอบการ

กำไรที่เพิ่มขึ้นหนุนจากรายได้ค่ารักษาพยาบาลที่สูงขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่อยู่ที่ 14.8พันล้านบาท (เพิ่ม 10%YoY และ 3%QoQ) ,การเพิ่มขึ้นของรายได้อื่นๆ ( 55%YoY และ 78%QoQ จากรายได้ของ Save Drug และภาษีคืน 57 ล้านบาท) และส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม (เพิ่ม 31%YoY และ 41%QoQ จากกำไรของ BH) เมื่อเทียบรายปีรายได้ค่ารักษาพยาบาลสูงขึ้นจากยอดผู้ป่วยต่างชาติเพิ่มขึ้น 16% และผู้ป่วยไทย 5% ยอดผู้ใช้บริการเติบโตแข็งแกร่งจากผู้ป่วยนอกคนไทย 7%YoY และ ผู้ป่วยในคนไทย 4% ผู้ใช้บริการชาวต่างชาติเพิ่มขึ้น 10%YoY สำหรับผู้ป่วยนอกและ 9% สำหรับผู้ป่วยใน ค่าใช้บริการต่อหัวเพิ่มขึ้น 9%YoY (5%จากผู้ป่วยไทยและ16%จากผู้ป่วยต่างชาติ) กำไรเมื่อเทียบรายไตรมาสสูงขึ้นจากส่วนต่างรายได้ค่ารักษาพยาบาลสูงขึ้น 1.1% อยู่ที่ 32.7% อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อยอดขายเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.2%YoY และ 0.3%QoQ ที่ 19.8% อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนสุทธิทรงตัวที่ 0.5 เท่า ณ สิ้นเดือนมี.ค.

แนวโน้ม

ช่วงเม.ย.-มิ.ย. เป็นช่วงโลว์ซีซั่น(ไตรมาสที่มีกำไรต่ำสุดของปี) ดังนั้น เราคาดรายได้ไตรมาส 2/58 น่าจะโตเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบ YoY และต่ำลง QoQ โดยรายได้จากค่ารักษาพยาบาลในไตรมาส 2/58 คาดเพิ่มขึ้นYoY อย่างไรก็ตามอัตรากำไรสุทธิน่าจะยังคงอยู่ภายใต้แรงกดดันจากค่าเสื่อมราคาจากโรงพยาบาลแห่งใหม่-บริษัทได้เปิดตัวเฟสแรกของโรงพยาบาลเจ็ดแห่งไปเมื่อครึ่งหลังของปี 2557 (กรุงเทพฯ,เชียงใหม่,สนามจันท์,เทพากรณ์,ขอนแก่น,รอยัลนมเปญ,ช่าทาวน์และอินเตอร์เนชั่นเนลภูเก็ต) และโรงพยาบาลใหม่อีกสามแห่งในไตรมาส 1/58 (รพ.ศรีระยอง,รพ.เมืองเพชร,และรพ.ดีบุก)



สิ่งที่เปลี่ยนแปลง

กำไรไตรมาส1/58 คิดเป็น 27% ของการประมาณการปี 2558ของเราและตลาด ทำให้เรายังคงประมาณการทั้งปีไม่เปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตามอาจมีอัพไซด์การประมาณการหากบริษัทมีการประกาศซื้อกิจการเพิ่ม-บริษัทมีเป้าหมายซื้ออีก 7 โรงพยาบาลเพื่อให้มีโรงพยาบาลในเครือครบ 50 แห่ง ภายในต้นปี 2559

คำแนะนำ

แม้ว่าจะอยู่ในช่วงไฮซีซั่นและรายได้ไตรมาส 1/58 เติบโต 10% แต่ยังคงต่ำกว่าที่บริษัทตั้งเป้าไว้ที่ 13-14% สำหรับปี 2558 เราแนะนำนักลงทุนกลับเข้าลงทุนอีกครั้งเมื่อราคาต่ำกว่า 20 บาท/หุ้น ปัจจุบันราคาหุ้นซื้อขายกันอยู่ที่ PER ปี 58ที่ 36 เท่า-มากกว่าค่าเฉลี่ยปี 2549-2557 ที่ 1.5 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และคิดด้วยวิธี DCF ราคาเป้าหมายปี 58 อยู่ที่ 21บาท/หุ้น ( WACC= 8.9% และ Terminal growth rate ที่ 2%)