ภาคเอกชนชี้เหตุระเบิดหลายจุดเมืองยะลา เป้าหมายสร้างความหวาดกลัว-โชว์ศักยภาพแนวร่วม หลังจากทิ้งช่วงเหตุรุนแรงกว่า 13 เดือน
ดร.ณพพงศ์ ธีระวร ประธานกลุ่มหอการค้าจังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดเผย “ผู้สื่อข่าว” ว่า จากเหตุระเบิดที่จ.ยะลาเมื่อวันที่ 14-15 พ.ค.ว่า เป้าหมายคือการสร้างความวิตกกังวลให้กับคนในพื้นที่เพิ่มขึ้นจริงๆจังหวัดยะลาเป็นจังหวัดที่มีการดูแลความปลอดภัยได้ดีจังหวัดหนึ่ง เพระว่าเป็นเวลากว่า 1 ปี หรือประมาณ 13 เดือนกว่าๆที่ไม่เกิดเหตุในเขตเทศบาลนครยะลาเลย
ในขณะที่สองเดือนหลังเหตุการณ์ไปเกิดในพื้นที่สองจังหวัดคือ จังหวัดปัตตานีกับจังหวัดนราธิวาสสลับกันไปมา ทำให้จังหวัดยะลาเหมือนกับเกร็งกันมานานแล้ว เพราะเหตุจะเกิดขึ้นวนเวียนกันในสามจังหวัด แต่รอบนี้มีการสลับแค่สองจังหวัดคือจังหวัดปัตตานีกับจังหวัดนราธิวาส แต่ไม่เกิดที่จังหวัดยะลา จึงเป็นแรงกดดันให้กลุ่มที่ก่อเหตุในจังหวัดยะลาต้องแสดงศักยภาพอะไรออกมา เพื่อตอบโจทย์เครือข่ายของเขา เพราะต่างกลุ่มต่างทำงานในพื้นที่ของตัววเอง โดยต้องมีการแข่งขันกันสร้างผลงานในการก่อเหตุในพื้นที่ตัวเองรับผิดชอบ มันก็เลยจำเป็นต้องก่อเหตุในจังหวัดยะลาให้ได้
“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่จังหวัดยะลาครั้งนี้โชคดีที่ไม่มีใครเสียชีวิต โดยภาพรวมของการก่อเหตุจะเน้นเรื่องปริมาณมากกว่าความรุนแรงในแต่ละจุดที่เกิดขึ้น ทำเพื่อให้เป็นสัญญาลักษณ์ว่าแนวร่วมในพื้นที่จังหวัดยะลาก็ยังมีศักยภาพอยู่”
ประธานกลุ่มหอการค้าจังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวและว่า ผลกระทบในระยะสั้นมีแน่นอน จากความหวาดผวาเพราะการก่อเหตุที่ต่อเนื่องจากช่วงค่ำของวันที่ 14 พ.ค.กระทั่งถึงตอนเช้าของวันที่ 15 พ.ค.ก็ยังมีเหตุการณ์ แต่เชื่อว่าคนในพื้นที่คุ้นชินกับเหตุการณ์พวกนี้ และปรับตัวได้ เนื่องจากเหตุการณ์ผ่านมา 11 ปีแล้ว
นายเชษฐ์ชาณัฎฐ์ ลิ่มกาญจนา ประธานหอการค้าจังหวัดยะลา กล่าวว่า เหตุระเบิดที่เกิดขึ้นเป็นอีกเหตุการณ์ในรอบ 11 ปี ถามว่าเป็นเหตุการณ์ที่รุนแรงมั๊ย โดยเทียบกับหลายๆครั้งที่ผ่านมา ครั้งนี้อาจจะมีจำนวนระเบิดที่มากที่สุด แต่ความรุนแรงไม่มากเท่ากับที่ผ่านมา
ส่วนความเชื่อมั่นในวันนี้ สำหรับผู้ประกอบการในพื้นที่ก็อาจจะหวากผวาบ้าง เนื่องจากมันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนักในช่วงนี้ ความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการก็ยังเชื่อมั่นในภาครัฐอยู่ว่าภาครัฐ หรือเจ้าหน้าที่ สามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว ทำงานได้ดีมาก
“การทำงานของเจ้าหนี่ผมว่าทำได้ดีมาก หลังจากเกิดเหตุก็เข้าพื้นที่รวดเร็ว เป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าภาครัฐไม่ได้ทอดทิ้งผู้ประกอบการ และอยากให้ภาครัฐสร้างความมั่นใจให้กับผู้ประกอบการในพื้นที่”
สำหรับบรรยากาศของการทำมาค้าขายในพื้นที่นั้น ในช่วงที่เกิดเหตุผู้ประกอบการ หรือประชาชนที่ที่จะออกมาจับจ่ายใช้สอยก็อาจจะต้องมีผลกระทบบ้าง แต่มันเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องระมัดระวัง ก็ต้องหาช่วงเวลาในออกไปจับจ่าย หาซื้อสินค้า ซึ่งอาจจะทำให้เงียบเหงาไปบ้างสักระยะหนึ่งแต่หลังจากเวลาผ่านพ้นไปสักระยะก็น่าจะดีขึ้น สำหรับบรรยากาศการทำธุรกิจในพื้นที่
ขณะเดียวกันทางหอการค้าจังหวัดยะลาโดยคณะกรรมการฯ ผู้ว่าราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปเยี่ยมผู้ที่ได้รับบาดเจ็บที่โรงพยาบาล หลังจากนั้นจะไปเยี่ยมผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการที่ประสบเหตุ และยังเป็นการแสดงให้เห็นว่าทั้งภาครัฐและเอกชนไม่ได้ทอดทิ้งผู้ประกอบการ ทุกคนยังให้กำลังใจซึ่งยืนหยัดที่จะไม่ย้ายหนีออกจากพื้นที่ไป









