วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

STEC - ซื้อ

กำไรดีกว่าคาดจากอัตรากำไรขั้นต้น

1Q58 กำไรปรับลดจากรายได้

STEC มีกำไรสุทธิใน 4Q57 ทำได้ 320 ล้านบาท ลดลง 23% YoY และ 14% QoQ ดีกว่าคาด 17% เกิดจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ 11.5% สูงกว่าที่เราคาดไว้ที่ระดับ 10% สาเหตุจากบริษัทสามารถควบคุมต้นทุนได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะเดียวกันมีการรับรู้รายได้ของโครงการที่มีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำที่จากโครงการรัฐสภาน้อย สาเหตุจากความล่าช้าของการดำเนินงานก่อสร้างของโครงการ เป็นส่วนหนึ่งที่มีผลกระทบต่อการบันทึกรายได้ของไตรมาสนี้ที่ทำได้เพียง 4.2 พันล้านบาท ลดลง 20% YoY และ 30%QoQ

งานภาครัฐไม่มาตามนัดส่งผลต่อรายได้

เราได้ปรับสมมุติฐานทั้งปี STEC มีโอกาสรับงานเป็น 2 หมื่นล้านบาท จากเดิม 3หมื่นล้านบาท เราคาดว่าการรับงานจริงจะเกิดขึ้นในท้ายของปี 2558 จากความล่าช้าของงบประมาณภาครัฐ เห็นได้จากต้นปีSTEC ยังไม่ได้รับงานใหม่อื่นๆที่มีมูลค่าสูงเข้ามานอกจากรถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม สอดคล้องกับงานในมือปัจจุบันมีเพียง 4.7 หมื่นล้านบาท (รวมรถไฟฟ้าสายสีเขียวหมอชิต-สะพานใหม่ สัญญาที่ 3 และ 4 ) ขณะที่การก่อสร้างของโครงการรัฐสภาทีทำได้น้อยกว่าคาด ส่งผลกระทบต่อรายได้ปี58 ของ STEC ปรับลดลง โดยเราปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2558 และปี 2559 ลดลง 21% และ 22% เป็น 1.24 พันล้านบาทและ 1.26 พันล้านบาทตามลำดับ โดยมีราคาเหมาะสมใหม่ 25 บาท และปรับคำแนะนำ เป็น “ซื้อ”จาก เก็งกำไร หลังระดับราคาที่อ่อนตัว ทำให้มีผลตอบแทนรวมเพิ่มขึ้นเป็น 25 %

รอการเติบโตในระยะยาว

เรามองว่า STEC ยังมีโอกาสที่ดีต่อการเติบโตของรายได้ในอนาคต แม้ว่าระยะสั้นในปี 2558 อาจเห็นผลกระทบของรายได้ที่ลดลง อันเนื่องมาจากความล่าช้าของการประมูลงานภาครัฐ อย่างไรก็ดี STEC ยังคงเป็น 1 ใน 3 ผู้รับเหมารายใหญ่ ที่มีโอกาสรับงานโครงการต่างๆของภาครัฐ ในอนาคตระยะยาว จากรถไฟฟ้าสายสีต่างๆ (ส้ม ชมพู เหลือง) มูลค่าโดยรวมราว 2แสนล้านบาท งานรถไฟทางคู่ คาดเห็นการประมูลของโครงการรถไฟทางคู่สายแรก(ชุมชนจิระ –ขอนแก่น มูลค่าโครงการ 2.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งรัฐบาลอนุมัติแล้วและการประมูลเกิดขึ้นภายในปี 2558 รวมถึงงานโครงการมอเตอร์เวย์ และ งานก่อสร้างอาคารต่างๆของภาครัฐ ซึ่งเราคาดว่าจะเห็นความคืบหน้าภายใน 2H58 และมีความชัดเจนของงานมากขึ้นในปี 2559