วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ADVANC - ซื้อ

อัพไซต์จากโอกาสชนะประมูลใบอนุญาตคลื่นความถี่ 1800 และ 900เมกะเฮิร์ซ

ประเด็นการลงทุน

ADVANC ยังคงเป็นหุ้นที่เราชอบมากที่สุดในกลุ่มไอซีที เนื่องจากอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิในปี 2558 ที่ยังคงแข็งแกร่งจากการบริโภคในประเทศที่มีแนวโน้มฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปี 2558 รวมถึงการขยายการทำตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่ไปสู่ตลาดล่างมากขึ้น อัพไซด์ในอนาคตที่จะมาจากการขยายตัวของจำนวนผู้ใช้บริการบรอดแบนด์ผ่านสายโทรศัพท์และบริการดิจิตอลไลฟ์ที่จะเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงการที่มีโอกาสเป็นผู้ชนะการประมูลใบอนุญาต 4 จีที่จะมาถึงในช่วงครึ่งหลังของปี 2558

สรุปผลประกอบการไตรมาส 1/58 - กำไรหลักเป็นไปตามคาด

ADVANC รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/58 ที่ 9.89 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% YoYและ 9% QoQ หากไม่รวมรายการพิเศษในไตรมาส 1/58 ซึ่งได้แก่ กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 137 ล้านบาทและรายการสำรองด้อยค่าอุปกรณ์ล้าสมัย 227 ล้านบาทก กำไรหลักอยู่ที่ 9.99 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% YoY และ 1% QoQ กำไรสุทธิและกำไรหลักถือว่าเป็นไปตามคาด รายได้บริการ (ไม่รวมไอซี) เพิ่มขึ้น 5% YoY และ 1% QoQ หนุนโดยรายได้บริการข้อมูลซึ่งเติบโต 34% YoY และ 6% QoQ ซึ่งกลบผลกระทบของการลดลงของรายได้บริการเสียง (ซึ่งลดลง 14% YoY และ 4% QoQ) รายได้บริการ (ไม่รวมไอซี) ในไตรมาสนี้ถือว่าเพิ่มขึ้น YoY ติดต่อกันเป็นไตรมาสที่สี่และเติบโตสูงกว่าเป้าหมายของบริษัทในปี 2558 ที่ 3-4% (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมในหน้าที่ 4)

ตั้งเป้าจำนวนผู้ใช้บริการบรอดแบนด์ผ่านสายโทรศัพท์ 8 หมื่นรายในปีแรก

บริษัทยังคงเป้าหมายสำหรับผลประกอบการโดยรวมสำหรับปี 2558 ไว้เหมือนเดิม ซึ่งได้แก่ รายได้บริการ (ไม่รวมไอซี) เติบโต 3-4% รายได้จากการขายเครื่องโทรศัพท์เติบโต 10% และอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายเครื่องที่ 0% อัตราการเข้าถึงอุปกรณ์ที่รองรับ 3 จีที่ 70% อัตราส่วนมาร์จิ้น EBITDA เพิ่มขึ้น100-200bps งบลงทุนจำนวน 4 หมื่นล้านบาท (ซึ่งไม่รวมงบลงทุน 4 จี) ซึ่งรวมการติดตั้งสถานีฐาน 3 จีจำนวน 29,000 สถานี (ซึ่งรวมการติดตั้งเซลล์ย่อย) และจุดที่เข้าถึงบริการ “เอไอเอสซุปเปอร์ไวไฟ” จำนวน 12,000 แห่งซึ่งเป็นบริการที่มีความเร็ว 650 เมกะบิตต่อวินาที (ซึ่งเร็วกว่าบริการ 4 จี) ณ สิ้นปี 2558 และเงินลงทุน 1 พันล้านบาทสำหรับบริการบรอดแบนด์ผ่านสายโทรศัพท์ (จากจำนวนทั้งหมด 4.6 พันล้านบาทสำหรับเฟสแรก) บริษัทตั้งเป้าที่จะเพิ่มจำนวนผู้ใช้บริการบรอดแบนด์ผ่านสายโทรศัพท์จากปัจจุบันที่ 5,200 รายไปเป็น 80,000 รายภายในปีแรกหลังจากการเปิดตัวบริการ “เอไอเอส ไฟเบอร์” ผ่านเทคโนโลยี FTTx ซึ่งเริ่มให้บริการไปเมื่อวันที่ 27 เม.ย.ที่ผ่านมาในเขตกทม.และ 6 จังหวัด


เจาะกลุ่มตลาดล่างของผู้ใช้เครื่องโทรศัพท์รุ่นเดิมมากขึ้น

เราไม่คาดว่าการลงทุนในโครงข่าย 4 จีจะรวดเร็วมากในช่วง 1-2 ปีแรกหลังจากที่ ADVANC ชนะการประมูลใบอนุญาตคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิร์ซหรือ 900 เมกะเฮิร์ซ ซึ่งไม่ได้เร็วเหมือนรูปแบบเดียวกับการลงทุนขยายโครงข่าย 3 จีบนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิร์ซ เราเข้าใจว่ากลยุทธ์การทำตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่ของบริษัทจะเจาะไปสู่ตลาดโทรศัพท์รุ่นเดิมที่รองรับ 3 จีมากขึ้น (เช่น รุ่น “AIS OLA POP” ราคา 799 บาท) และตลาดสมาร์ทโฟนราคาถูกลง (เช่น รุ่น “LAVA 5.0” ราคา 3,290 บาทและ “LAVA 5.0 PRO” ราคา 4,790 บาท) และไปสู่ตลาดล่างมากขึ้น รวมถึงการบันเดิ้ลเครื่องโทรศัพท์รุ่นราคาถูกเข้ากับบริการบรอดแบนด์ผ่านสายโทรศัพท์และบริการไวไฟ

แนวคิดการจัดตั้งบริษัททาวเวอร์โคของภาครัฐไม่ใช่เรื่องง่ายในทางปฎิบัติ

ซีเอฟโอเชื่อว่าการจัดตั้งทาวเวอร์โคโดยการนำเอาสินทรัพย์โทรคมนาคมของหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนมารวมกันและจัดตั้งขึ้นเป็นบริษัทไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะดำเนินการในทางปฎิบัติเนื่องจากเสาโทรคมนาคมบางส่วนยังอยู่ในคดีข้อพิพาทในชั้นอนุญาโตตุลาการ รวมถึงขั้นตอนของการเจรจาสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัททาวเวอร์โคดังกล่าวด้วย กสทช.ยังคงไม่ได้มีมาตรการอะไรออกมาแต่อย่างใดจนถึงปัจจุบันสำหรับการจัดการกับผู้ใช้บริการ 2 จีที่เหลือบนสัมปทานของคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิร์ซซึ่งจะหมดอายุลงในเดือนก.ย. 2558 และก่อนที่จะมีการประมูลคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิร์ซ ซีเอฟโอเชื่อว่ากสทช.จะออกมาตรการเยียวยาและอนุญาตให้ ADVANC เข้าใช้คลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิร์ซสำหรับการให้บริการ 2 จีต่อไปอีก 1 ปี