ความผันผวนทางลงเกิดขึ้นทั่ว
SET View
เรามองตลาดเป็นลบในวันนี้ คาดมีแรงขายต่อเนื่องเข้ามากดดัน SET ให้ปรับตัวลดลงต่อ หลังจากหลุดแนวรับเชิงจิตวิทยา 1500 จุดวานนี้ แต่คาดการปรับฐานจะลดความรุนแรงลง เพราะ 1) ตลาดหุ้นยุโรปและสหรัฐฯ วานนี้ ฟื้นตัวเล็กน้อย 2) ยอดขายสุทธิของนักลงทุนต่างชาติใน SET ชะลอตัว ในช่วง 2 วันทำการหลังสุด ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของ SET วันนี้บริเวณ 1490-1505 จุด
การปรับฐานไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแต่ในตลาดหุ้นไทย แต่ในเดือนนี้ การเทขายเกิดขึ้นทั่วโลกกระจายตัวในหลายประเภทสินทรัพย์ ทั้ง พันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ผลตอบแทนดีดตัวขึ้นเป็น 2.2% สูงสุดตั้งแต่ พ.ย.54 เช่นเดียวกับ พันธบัตรเยอรมันอายุ 10 ปี ผลตอบแทนเด้งจาก 0.08% เมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา เป็น 0.59% ในปัจจุบัน, ทองคำแกว่งตัวบริเวณ 1,180 เหรียญฯ, ดัชนี VIX (วัดความเสี่ยงของตลาดหุ้น S&P500 ในสหรัฐฯ) เพิ่มขึ้นราว 19% จากสัปดาห์ก่อน
เช้านี้ จีนจะรายงานตัวเลขการค้าระหว่างประเทศที่สำคัญ คือ ยอดส่งออกเดือน เม.ย. Bloomberg survey คาดขยายตัว 2.6%YoY เร่งตัวจากเดือนก่อนหน้าที่หดตัว 15%YoY แต่ยอดนำเข้า ตลาดคาดหดตัวแรง 10.3%YoY
ค่ำคืนนี้ สหรัฐฯ จะรายงานดัชนีชี้นำตลาดแรงงานที่สำคัญ คือ การจ้างงานนอกภาคการเกษตร เดือน เม.ย.58 Bloomberg survey คาดจะเพิ่มขึ้น 2.3 แสนตำแหน่ง เร่งตัวจาก +1.26 แสนตำแหน่งจากเดือนก่อนหน้า และอัตราว่างงาน Bloomberg survey คาดลดลงจาก 5.5% เหลือ 5.4%
วันนี้ มีหุ้น IPO คือ TVT (บมจ. ทีวี ธันเดอร์) เริ่มซื้อขายวันแรกในตลาด mai ราคา IPO 2 บาท ราคาพาร์ 0.25 บาท
- กลยุทธ์การลงทุน ความเสี่ยงโดยรวมของ SET มีมากขึ้น แนะนำชะลอการลงทุน หรือ switch ไปหุ้นที่มีความเสี่ยงต่ำ โดยเฉพาะหุ้นที่มีความเสี่ยงของผลประกอบการต่ำ และกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากแนวโน้มเงินบาทอ่อนค่า
Top Daily Pick : SVI (มูลค่าเหมาะสม 5.70 บาท)
Technical Pick : SCB KBANK VGI MILL ARROW (โปรดอ่านบทวิเคราะห์ Technical เพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน)
Theme Play : กลุ่มหุ้นที่คาดผลประกอบการฟื้นตัวเด่นใน 1Q58 และยังมี Upside จากมูลค่าที่เหมาะสม (ICHI SST THCOM WORK BANPU KAMART) / กลุ่มโรงแรม (MINT ERW) การท่องเที่ยวในไตรมาสแรกฟื้นตัวสูง 23% YoY /กลุ่มพัฒนาอสังหาฯ ได้แรงหนุนจากการปรับลดดอกเบี้ยของ กนง. เราแนะนำ (AP) คาดกำไร 1Q58 เติบโตเด่นกว่าเท่าตัว เด่นที่สุดในกลุ่มอสังหาฯ
Strategy Talk
เงินบาทอ่อนค่าอย่างมากสู่ระดับ 33.5 บาท/เหรียญฯ ต่ำสุดตั้งแต่ ก.ย.52 ถือเป็นแรงจูงใจให้นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 6 วันติดต่อกันรวม 9.2 พันล้านบาท ส่งผลให้ตั้งแต่ต้นปีนี้ นักลงทุนต่างชาติมียอดขายสุทธิสะสม 8.4 พันล้านบาท
แม้การอ่อนค่าของเงินบาท จะเป็นปัจจัยลบต่อบรรยากาศการลงทุนโดยรวม แต่กลับเป็นบวกต่อกลุ่มหุ้นส่งออก ซึ่งเราเลือกเป็น Top Daily Pick คือ
SVI (ซื้อ/มูลค่าเหมาะสม 5.70 บาท)
• คาดผลประกอบการพลิกกลับมาเป็นกำไรตั้งแต่ 1Q58 (คาดประกาศวันที่ 13 พ.ค.) เทียบกับการขาดทุน 1.2 พันล้านบาทใน 4Q57 หลังประสบเหตุเพลิงไหม้ โดย SVI สามารถดำเนินการติดตั้งเครื่องจักรในโรงงานใหม่ได้อย่างรวดเร็ว ทำให้มีกำลังการผลิตใหม่เข้ามาทดแทนส่วนเดิมที่ถูกเพลิงไหม้ได้ราวครึ่งหนึ่ง
• การอ่อนค่าของเงินบาทเป็นบวกต่อ SVI ซึ่งมีโครงสร้างยอดขายเป็นสกุลดอลล่าร์สหรัฐฯ 100% ขณะที่ฝั่งต้นทุนอยู่ในรูปดอลล่าร์สหรัฐฯ 80%
• จากการทำ Sensitivity analysis พบว่า การอ่อนค่าของเงินบาททุก 1 บาท จะส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross profit margin) ของ SVI เพิ่มขึ้นราว 2%









