คาดกำไรหลักไตรมาส 1/58 แข็งแกร่ง พร้อมแนวโน้มอัพไซด์ต่อประมาณการกำไร
ประเด็นการลงทุน
ถึงแม้ว่าเรามีมุมมองเชิงบวกมากขึ้นต่อกลุ่มปิโตรเคมีเนื่องจากภาวะอุปทานตึงตัวได้หนุนให้ส่วนต่างราคาปิโตรเคมีโดยเฉพาะโอเลฟินส์ปรับตัวขึ้นสูงจนน่าประหลาดใจ แต่เราคิดว่าราคาหุ้นได้สะท้อนประเด็นดังกล่าวไปแล้วบางส่วน เราคิดว่าน่าจะรอสะสมหุ้นในช่วงที่ส่วนต่างราคาปิโตรเคมีอ่อนตัวลงในช่วงปลายไตรมาส 2/58 หลังจากที่โรงงานโอเลฟินส์กลับมาดำเนินงาน (หลังการหยุดซ่อมบำรุง) และโรงงาน PX ใหม่เริ่มดำเนินการผลิต
คาดกำไรหลักไตรมาส 1/58 เติบโต
เราคาด PTTGC จะรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/58 ที่ 5,690 ล้านบาท ลดลง 10% YoY แต่พลิกฟื้นจากขาดทุนสุทธิในไตรมาส 4/57 หากไม่รวมขาดทุนสต๊อกน้ำมัน, ขาดทุนจากธุรกรรมป้องกันความเสี่ยงด้านราคาน้ำมันและการกลับรายการ NRV จำนวน 2 พันล้านบาท และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 482 ล้านบาท กำไรหลักไตรมาส 1/58 คาดจะอยู่ที่ 7,128 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% YoY และ 6% QoQ ปัจจัยหลักช่วยหนุนคาดการณ์กำไรหลักเติบโตได้แก่: 1) ปริมาณขายโอเลฟินส์ที่เพิ่มขึ้น YoY (จากอีเทนจาก PTT ที่มากขึ้น), 2) ปริมาณขายอะโรเมติกส์ที่เพิ่มขึ้น QoQ (ไม่มีการปิดซ่อมบำรุงโรงงาน). 3) ส่วนต่างราคาโอเลฟินส์ (เทียบกับแนฟทา)ที่ปรับตัวขึ้น YoY, 4) ค่าการกลั่นตลาดที่สูงขึ้น (YoY และ QoQ) และ 5) ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์และวัตถุดิบอะโรเมติกส์ที่มากขึ้น (YoY และ QoQ) (จากส่วนลดต้นทุนวัตถุดิบที่มากขึ้นและต้นทุนเชื้อเพลงที่ลดลง) (ดูรูปภาพที่ 2)
กำไรหลักไตรมาส 2/58 คาดอ่อนตัว QoQ จากปัจจัยทางฤดูกาล
เรามองว่ากำไรหลักไตรมาส 2/58 จะอ่อนตัว QoQ จากปริมาณขายโอเลฟินส์ที่ลดลง (จากการปิดซ่อมบำรุงโรงงาน I4-1), ส่วนต่างราคาปิโตรเคมีที่อ่อนตัวลง (จากอุปสงค์ต่ำตามฤดูกาล) และค่าการกลั่นตลาดที่ต่ำลง (จากปัจจัยทางฤดูกาล) ส่วนต่างราคา HDPE ฟื้นตัวแข็งแกร่งหลังสิ้นสุดช่วงเทศกาลตรุษจีนเนื่องจากเป็นช่วงปิดซ่อมบำรุงโรงงาน แม้ส่วนต่างราคา HDPE มีแนวโน้มจะอ่อนตัวลงในไตรมาส 2/58 หลังโรงงานกลับมาดำเนินการผลิตอีกครั้ง แต่เราไม่คิดว่าส่วนต่างราคาดังกล่าวจะหดตัวแรงเนื่องจากภาวะอุปสงค์-อุปทานปรับตัวดีขึ้น นอกจากนี้ ภาวะอุปทานล้นตลาดในตลาดพาราไซลีนที่บรรเทาลงหลังเกิดเหตุการณ์โรงงาน Dragon Aromatics’ PX ในประเทศจีนตอนใต้ระเบิดยังจะช่วยหนุนให้ส่วนต่าง
พาราไซลีนฟื้นตัวขึ้นได้ในระยะสั้น
ทั้งนี้ เราคาดว่ากำไรหลักของ PTTGC ในไตรมาส 2/58 จะขยายตัว YoY หนุนจากปริมาณขายโอเลฟินส์, ส่วนต่างราคาโอเลฟินส์, ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์และวัตถุดิบอะโรเมติกส์ และค่าการกลั่นตลาดที่ปรับตัวขึ้น
อุปทานปิโตรเคมีตึงตัวหนุนอัพไซด์ต่อประมาณการกำไร
ส่วนต่างราคา HDPE-แนฟทาเฉลี่ยตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันอยู่ที่ 752 เหรียญต่อตันสูงกว่าค่าเฉลี่ยปี 2557 ที่ 682 เหรียญต่อตันอยู่ 10% และสูงกว่าค่าเฉลี่ยห้าปีที่ 549 เหรียญต่อตันถึง 37% โดยมีปัจจัยหนุนจากอุปสงค์ที่ปรับตัวดีขึ้นและอุปทานใหม่ที่ลดลง หากส่วนต่างราคายังทรงตัวอยู่ในระดับสูงเช่นนี้ต่อไปได้ก็จะส่งผลให้ตลาดมีมมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มของ HDPE ในปีนี้มากขึ้น และจะส่งผลให้มีอัพไซด์ต่อประมาณการกำไร






