วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Market Focus

SET ถูกกดดันจากความกังวลต่อผลประกอบการ

SET View

- แนวโน้มวันนี้มอง Sideway กรอบ 1,540 – 1,565 จุด

แนวโน้ม SET วันนี้มีโอกาส Sideway ผันผวน เรามองว่าประเด็นกดดันหลักจะเป็นการประกาศผลประกอบการ 1Q58 ซึ่งตลาดไม่เพียงแต่ผิดหวังกับผลประกอบการกลุ่มธนาคารทำให้มีแรงขายจากทั้งกลุ่มสถาบันและนักลงทุนต่างประเทศ ทำให้ดัชนีของกลุ่มธนาคารปรับตัวลง 4% หลังจากประกาศงบออกมา นอกจากนี้เรายังมองว่ามีโอกาสที่จะเห็นผลประกอบการกลุ่ม Non-bank ที่จะประกาศหลังจากนี้จะออกมาไม่สดใสด้วยเช่นกัน โดยเป็นผลจากเศรษฐกิจโดยรวมที่ฟื้นตัวช้า ล่าสุดฝ่ายวิจัยภัทรได้ปรับลดคาดการณ์ GDP growth ปี 58 ลงเหลือ 3.3% จาก 3.7% จากการส่งออก การบริโภค และการลงทุนภาครัฐที่ทำได้แย่กว่าคาด ดังนั้นจึงต้องจับตาผลการประชุม กนง. วันที่ 29 เม.ย.นี้ โดยอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลไทยระยะ 10 ปีล่าสุดก็ปรับลงแรงต่อเนื่องจากวันก่อนและทำจุดต่ำสุดในประวัติการเหลือ 2.5% เรามองสะท้อนความคาดหวังการปรับลดดอกเบี้ย

สำหรับการประกาศตัวเลขสหรัฐเมื่อคืนนี้ บ่งชี้ถึงสัญญาณการชะลอตัวของเศรษฐกิจตามคาด หนุนน้ำหนักที่ FOMC จะเลื่อนการปรับขึ้นดอกเบี้ย ถือเป็นปัจจัยบวกอ่อนๆต่อตลาดหุ้นไทย ส่วนตลาดหุ้นสหรัฐรับข่าวดังกล่าว กลับดีดตัวขึ้นทดสอบจุดสูงสุดเดิม แล้วยังมีปัจจัยการดีดตัวขึ้นของราคาน้ำมันดิบอีกราว 4%

ในทางเทคนิค สัญญาณบอกแนวโน้มไม่ค่อยดีนัก โดย SET เมื่อวานนี้ปิดต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้น (10วัน ที่ 1555 จุด) ระยะยาว (200 วัน ที่ 1550 จุด) พร้อมกันชี้แนวโน้มขาลง โดยมีแนวรับต่อไปบริเวณ Gap ที่ 1540 จุด

- กลยุทธ์การลงทุน แนะนำชะลอการลงทุนถือเงินสด หรือเลือก Selective Buy ในกลุ่มอุตสาหกรรมหรือหุ้นที่มีปัจจัยหนุนเฉพาะตัว เราคาดว่า SET 0tแกว่งผันผวนในช่วง Earnings Season โดยหุ้นที่ปัจจัยพื้นฐานดี และกำไร 1Q58 มีแนวโน้มเติบโต ราคาหุ้นยังพอประคองตัวได้ (เช่น กลุ่มอาหาร ค้าปลีกและกลุ่มพลังงานบางตัว) สวนการกับการปรับตัวลงของตลาดซึ่งนำโดยหุ้นที่กำไรมีทิศทางอ่อนแอ

   Top Daily Pick : PTTEP (มูลค่าเหมาะสม 132 บาท) เห็นสัญญาณฟื้นตัวของราคาน้ำมันดิบ คาด 1Q58 พลิกกลับมาเป็นกำไรและไม่ต้องรับรู้ผลด้อยค่าสินทรัพย์แบบใน 4Q57 อีกแล้ว / WORK (มูลค่าเหมาะสม 47 บาท) เราคาดว่าบริษัทผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในปี 57 ในระยะสั้นมีปัจจัยบวกจากผลประกอบการ 1Q58 จะพลิกจากที่ขาดทุนมามีกำไรราว 20 ล้านบาท

   Technical Pick : CPALL SMT NUSA AJP PCA (โปรดอ่านบทวิเคราะห์ Technical เพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน)

   Theme Play : หุ้นเด่นน่าลงทุนเดือน เม.ย. (PTTGC BANPU BCP WORK) / กลุ่มสื่อสิ่งพิมพ์ (RS WORK MONO) ปัจจัยบวกจากที่ กสทช. ให้เลื่อนจ่ายเงินค่าประมูลช่องดิจิทัลงวดที่ 2 ที่จะครบกำหนดจ่ายในวันที่ 24 พ.ค. นี้ ออกไปอีก 1 ปี / กลุ่มโรงแรม (MINT ERW) การท่องเที่ยวในไตรมาสแรกฟื้นตัวสูง 23% YoY


Strategy Talk

- กลุ่มมือถือ...แนวโน้มกำไรคนละทาง
ในระยะ 1-2 เดือนที่ผ่านมาราคาหุ้นกลุ่ม Mobile Operator เคลื่อนไหว Underperform เมื่อเทียบกับ SET เล็กน้อย แม้ว่าจะมีการประกาศข่าวดีจากที่นายกรัฐมนตรีจะเร่งให้มีการประมูลใบอนุญาตใช้คลื่นความถี่เพื่อให้บริการ 4G ได้ภายในเดือน ส.ค. แต่ไม่สามารถหนุนราคาหุ้นได้มากนัก เราคาดว่าปัจจัยกดดันราคาหุ้นทั้ง 2 ตัวในช่วงที่ผ่านมาน่าจะเป็นเรื่องผลประกอบการ 1Q58

• ADVANC (ซื้อ / มูลค่าเหมาะสม 309 บาท) เราคาดจะมีกำไรสุทธิ 1Q58 ราว 9.8 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% YoY และ 8% QoQ โดยรายได้การให้บริการทรงตัวที่ 3.2 หมื่นล้านบาท ส่วนรายได้จากการขายมือถือทำสถิติสูงสุดที่ 8.8 พันล้านบาทจากความสำเร็จของ House Brand (LAVA) ที่ได้รับความนิยมมาก ขณะที่คาดอัตรากำไรขั้นเหลือ 42% เนื่องจากต้นทุนค่าใช้คลื่นเพิ่มขึ้นหลังปรับส่วนลดที่ได้รับจากปริมาณการโรมมิ่ง ส่วนต้นทุนบริการเพิ่มขึ้นยัง 3% QoQ ตามการขยายโครงข่ายเพิ่มขึ้น แต่เชื่อว่าจะสามารถชดเชยได้ด้วยดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลง รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลง 9% QoQ เพราะใช้งบการตลาดน้อยกว่าในช่วงส่งท้ายปี (ADVANC จะประกาศผลประกอบการ 1Q58 ในวันที่ 8 พ.ค.)

• DTAC (เก็งกำไร / มูลค่าเหมาะสม 99 บาท) เราคาดกำไรสุทธิใน 1Q58 ราว 1.7 พันล้านบาท ลดลง 48% YoY และ 9% QoQ แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการขายและบริการจะลดลงมากจาก 4Q57 ที่ใช้งบการตลาดสูงกว่าปกติ รวมทั้งจ่ายโบนัสพนักงาน แต่ปัจจัยดังกล่าวไม่ได้ช่วยผลประกอบการของบริษัทมากนัก เนื่องจากรายได้หดตัว 8% QoQ เพราะการขายเครื่องมือถือลดลงมาก ส่วนในด้านอัตรากำไรขั้นต้นลดเหลือ 24.8% จากการขยายโครงข่าย 3G เพิ่มอีก 4.5 พันเสา บวกกับผลขาดทุนจากการแจกมือถือในบางพื้นที่เพื่อเพิ่มฐานลูกค้า 3G นอกจากนี้ยังมีดอกเบี้ยจ่ายสูงขึ้นจากการกู้ยืมเพื่อขยายโครงข่าย 3G (DTAC จะประกาศผลประกอบการ 1Q58 วันนี้)

• TRUE (ทบทวนมูลค่าเหมาะสม) เบื้องต้นคาดว่ากำไรสุทธิ 1Q58 จะหดตัว QoQ จากการที่มียอดบันทึกการโอนเสาให้ TRUEIF น้อยแค่ราว 1 ใน 4 จาก 4Q57 (DTAC จะประกาศผลประกอบการ 1Q58 ในวันที่ 13 พ.ค.)
ในเชิงกลยุทธ์ เปรียบเทียบในมุมต่างๆ ADVANC ยังคงน่านใจที่สุดโดยเฉพาะในช่วงประกาศงบนี้

• Earnings momentum – แม้ไม่โดดเด่นแต่ถือว่ากำไร ADVANC มีแนวโน้มเติบโตเป็นรายเดียวในอุตสาหกรรมใน 1Q58

• Dividend yield – เป็นจุดเด่นของ DTAC จะจ่ายปันผลในอัตราสูงกว่า 100% ของกำไรสุทธิ โดยคาดว่าเงินปันผลสำหรับ 1Q58 ในอัตราหุ้นละ 1.10 บาท (Dividend Yield 1.3%)

• Valuation – DTAC ซื้อขายที่ P/E 18.4 เท่า ถือว่าแพงเมื่อเทียบกับ ADVANC ที่มีแนวโน้มการฟื้นตัวที่ดีกว่าแต่ยังซื้อขายด้วย P/E ต่ำกว่าที่ 17.4 เท่า แล้ว ADVANC ปัจจุบันก็ยังมี Upside จากราคาที่เหมาะสมสูงกว่า DTAC แม้ ราคาหุ้นปรับตัวลงมามากในช่วงก่อนหน้า