ปรับประมาณการกำไรปี 58ลดลง 14%
ประเด็นสำคัญในการลงทุน:
- ไตรมาสแรกมีกำไรลดลง 5%YoY : แจ้งกำไรสุทธิ 1Q58 เท่ากับ 7,864 ล้านบาทลดลง 5%YoYต่ำกว่าคาด 2.8% โดยยังมีการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยและรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย แต่มีค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวซึ่งเกิดจากสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL) ที่เพิ่มขึ้น 18% จากปลายปี 57 ซึ่งเกิดจากสินเชื่อ SME ขนาดเล็กและสินเชื่อรายย่อยเพื่อที่อยู่อาศัย อัตราผลตอบแทนสุทธิ (NIM) ลดลงเหลือ 2.8% จากระดับ 3.06% ใน 1Q57 อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (Cost to Income Ratio) อยู่ที่ 48.7% เพิ่มขึ้นจาก 48.4% ใน 1Q57 ทั้งนี้ธนาคารจัดทำงบการเงินรวมกับบมจ.บัตรกรุงไทย (KTC) เป็นครั้งแรกใน 1Q58 ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามมาตรฐานบัญชี ฉบับที่ 10 เรื่องงบการเงินรวมที่เริ่มใช้ในปีนี้แม้ว่าสัดส่วนการถือหุ้นจะต่ำกว่า 50% (ถือหุ้น 49%) เนื่องจากพิจารณาจากอำนาจควบคุม
- สินเชื่อมีแนวโน้มต่ำกว่าเป้า ขณะที่ NPL อาจมีแนวโน้มสูงขึ้นได้ : สินเชื่อ ณ ปลายไตรมาสแรกค่อนข้างทรงตัวจากปลายปี 57 จากที่เติบโตเพียง 0.05%YTD ทั้งนี้เป้าการเติบโตของสินเชื่อที่ระดับ 6-7% อิงกับตัวเลข GDP ที่ 4-4.5% บนสมมติฐานอัตราการเติบโตของสินเชื่อที่ระดับ 1.5 เท่าของ GDP ขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจยังฟื้นตัวล่าช้าทำให้ GDP มีแนวโน้มต่ำกว่าประมาณการด้านคุณภาพสินทรัพย์แย่ลงจากปลายปี 57 โดยมีNPL เพิ่มขึ้น 18%จากปลายปีซึ่งมาจากลูกค้า SME ขนาดเล็กและลูกค้ารายย่อย และคาดว่าจะยังสูงขึ้นได้อีกเนื่องจากการแก้ไข NPL ต้องใช้เวลาทำให้ฝ่ายวิจัยคาดว่าจะเห็นการตั้งสำรองหนี้สูญส่วนเพิ่มในช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้
- ปรับประมาณการกำไรปี 58– 59 ลดลง 14% และ 13% ตามลำดับ : ฝ่ายวิจัยได้ปรับประมาณการโดยรวมถึงการควบรวมงบการเงินกับ KTC ทั้งนี้ได้ปรับลดสมมติฐานอัตราการเติบโตของสินเชื่อจากเดิม 6.5% เหลือ 5% ในปี 58-59 และปรับเพิ่มประมาณการสำรองหนี้สูญ 14% เป็น 1.6 หมื่นล้านบาทในปี 58-59 ซึ่งทำให้ประมาณการกำไรปี 58 ลดลง 14% เหลือ 3 หมื่นล้านบาทหดตัว 9%YoY และปรับประมาณการกำไรปี 59 ลดลง 13% ซึ่งทำให้ประมาณการกำไรอยู่ที่ราว 3.2 หมื่นล้านบาทซึ่งพลิกมาเติบโต 6% ทั้งนี้แนวโน้มกำไรใน 2Q57 น่าจะลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน
- คงคำแนะนำ “ซื้อ”โดยปรับลดราคาเหมาะสมเหลือ 25.40บาท จากเดิม 26.60 บาท : KTB ยังมีฐานะการเงินแข็งแกร่งโดยมีอัตราส่วนเงินกองทุนรวม14.15% และอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 เท่ากับ 10.77%และมีอัตราผลตอบแทนเงินปันผลสูงที่สุดในกลุ่มธนาคาร ตามประมาณการใหม่ทำให้ราคาเหมาะสมซึ่งอิง ProspectP/BVที่ระดับ1.4เท่าและ Keที่ 11% เท่าลดลงเหลือ 25.40 บาทจากเดิม26.60บาทยังสูงกว่าราคาปิดล่าสุดที่ปรับลงแรงเกือบ 10% จากสัปดาห์ก่อนหน้าโดยยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”







