ราคาหุ้นปรับตัวลดลงมากเกินไปจากการก้าวออกจากกลุ่มธุรกิจสื่อโมเดิร์นเทรด
ประเด็นการลงทุน
ในมุมมองของเรา การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ของ VGI ที่จะก้าวออกจากธุรกิจสื่อโฆษณาโมเดิร์นเทรดซึ่งเป็นธุรกิจที่มีอัตรากำไรต่ำนั้นจะหนุนความสามารถในการทำกำไรในอนาคตของบริษัทให้ปรับตัวสูงขึ้น ถึงแม้ว่าจะมีผลกระทบเชิงลบต่อกำไรระยะสั้นจากการตั้งรายการสำรองค่าใช้จ่ายเพียงครั้งเดียวสำหรับการยกเลิกสัญญาของธุรกิจโมเดิร์นเทรดและรายได้ที่ขาดหายไปหลังจากยกเลิกสัญญาดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตามเราคิดว่าบริษัทจะยังคงมีศักยภาพการเติบโตกำไรในระยะยาวทั้งจากสื่อที่เกี่ยวกับ BTS (ส่วนต่อขยาย) รวมถึงสื่อในตึกสำนักงานและธุรกิจสื่ออื่นๆ
การปรับตัวลดลลงของราคาในช่วงที่ผ่านมากถึง 23% นั้นสูงกว่าผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจริงจากการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ ซึ่งเราเชื่อว่าจะส่งผลกระทบเชิงลบต่อกำไรระยะยาวของบริษัทจะอยู่ที่เพียง 6% เท่านั้น นอกจากนี้ยังมีอัพไซด์ต่อการจ่ายเงินปันผลในอนาคตหากบริษัทนำงบลงทุนที่ไม่ได้ใช้มาจ่ายเงินปันผล ดังนั้นเราจึงปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น ถือ จาก ขาย ที่ราคาเป้าหมายใหม่ ณ สิ้นเดือนมี.ค 2559 ที่ 5.20 บาท (จาก 5.50 บาท)
ยกเลิกสัญญากับ BIGC
ผู้บริหารกล่าวในที่ประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวานนี้ว่า VGI จะยกเลิกสัญญาสัมปทานโฆษณา (ADCA, บริเวณที่มีการวางขายสินค้าและบริเวณนอกพื้นที่ที่มีการวางขายสินค้า) กับ BIGC และการยกเลิกสัญญาดังกล่าวจะมีผลตั้งแต่วันที่ 30 เม.ย.เป็นต้นไป โดยในปัจจุบันบริษัทจัดการดูแลพื้นที่โฆษณาให้กับ BIGC ทั้งหมดจำนวน 160 สาขา พร้อมกันนี้ผู้บริหารยังได้กล่าวว่าการยกเลิกสัญญากับ BIGC ในครั้งนี้สืบเนื่องมาจาก BIGC ไม่ปฏิบัติตามข้อสัญญา
ถอนตัวออกจากธุรกิจสื่อโฆษณาในโมเดิร์นเทรด
ผู้บริหารกล่าวว่าการหมดสัญญา ADCA กับเทสโก้ โลตัสในเดือนก.พ.ที่ผ่านมาและการยกเลิกสัญญา ADCA กับ BIGC นั้นในที่สุดแล้วจะส่งผลให้บริษัทตัดสินใจก้าวออกมาจากกลุ่มธุรกิจโฆษณาในโมเดิร์นเทรด อ้างอิงจากการการบัญชีเชิงระมัดระวัง บริษัทจะตั้งรายการสำรองค่าใช้จ่ายเพียงครั้งเดียวสำหรับการยกเลิกสัญญา (215 ล้านบาท) ลงในงบการเงินในไตรมาส 4/57-58 (ม.ค.-มี.ค.)
ส่งผลกระทบเพียงเล็กน้อยต่อกำไรระยะยาว
เรามีมุมมองเชิงบวกต่อการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ดังกล่าวเนื่องจากปกติแล้วธุรกิจโฆษณาในโมเดิร์นเทรดนั้นมีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำที่สุดในกลุ่มธุรกิจของ VGI โดยในไตรมาส 2/57-58 (ต.ค.-ธ.ค. 2557) อัตรากำไรขั้นต้นของสื่อที่เกี่ยวข้องกับ BTS เป็น 75% ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นของสื่อในตึกสำนักงานและสื่ออื่นๆเป็น 65% ในขณะเดียวกัน อัตรากำไรของสื่อโมเดิร์นเทรดอยู่ที่เพียง 8% เท่านั้น ดังนั้นความสามารถในการทำกำไรของ VGI ในอนาคตจะปรับตัวดีขึ้น เนื่องจาก VGI จะไม่ทำธุรกิจสื่อในโมเดิร์นเทรดอีกต่อไป เราจึงปรับลดประมาณการรายได้ระยะยาวของเราลงเฉลี่ย 28%
อย่างไรก็ตามเราได้ทำการปรับลดประมาณการกำไรระยะยาวของเราลงเพียง 6% เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นของสื่อโมเดิร์นเทรดนั้นต่ำและจะมีการลดต้นทุนในการดำเนินงาน นอกจากนี้จะมีงบลงทุนที่ไม่ได้ใช้จำนวน 165 ล้านบาทสำหรับปี 2558-2559 อีกด้วย








