วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน

ราคาน้ำมันดิบพุ่ง หลังคาดการณ์ว่าอิหร่านจะไม่สามารถเพิ่มการส่งออกได้ก่อนปี 59



+ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ และเวสต์เท็กซัสปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังจากมีการประกาศออกมาว่าการยกเลิกการคว่ำบาตรอิหร่านนั้นไม่สามารถยกเลิกได้ในทันที แต่จะเป็นอย่างค่อยเป็นค่อยไปทีละขั้นตอน โดยการคว่ำบาตรจะยุติลงก็ต่อเมื่ออิหร่านได้บรรลุข้อตกลงทั้งหมด ซึ่งร่างข้อตกลงนั้นเป็นแค่ขั้นตอนหนึ่งที่จะนำพาไปถึงข้อตกลงที่สมบูรณ์ โดยยังไม่ได้มีการกำหนดระยะเวลา และหัวข้อในการยกเลิกคว่ำบาตรอิหร่าน นอกจากนี้นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าอิหร่านไม่น่าจะสามารถเพิ่มปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบได้ก่อนปี 2559

+ จากการประเมินปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ที่จุดส่งมอบน้ำมันดิบคุชชิ่ง โอกลาโฮมา ของนักวิเคราะห์พบว่า ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังแทบจะไม่ปรับเพิ่มขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา และน่าจะเป็นการปรับเพิ่มขึ้นน้อยที่สุดตั้งแต่เดือน พ.ย. ปีที่ผ่านมา

+ ราคาน้ำมันดิบถูกสนับสนุนจากการที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลงหลังจากการประกาศตัวเลขการว่างงานสหรัฐ ซึ่งปรับลดลงมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ประกอบกับซาอุดิอาระเบียซึ่งเป็นผู้ส่งออกน้ำมันดิบรายใหญ่ที่สุดในโลกได้ปรับเพิ่มราคาน้ำมันดิบขึ้นทุกชนิดเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน จึงส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้น

+ การสู้รบในเยเมนระหว่างซาอุดิอาระเบีย และสมาชิกกลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับกับกองกำลังติดอาวุธฮูติ ยังคงดำเนินอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลา 12 วัน โดยวันจันทร์ที่ผ่านมา ได้มีการยิงระเบิดไปที่แถบชานเมืองของ Aden และซาอุดิอาระเบียได้ทำการปิดท่าเรือส่งออกพร้อมกับปิดถนนเพื่อไม่ให้กลุ่มกบฎสามารถติดต่อกับภายนอกประเทศได้

+ ดัชนีภาคการผลิตสหรัฐ (Markit PMI) เดือน มี.ค. ปรับเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้ามาอยู่ที่ระดับ 59.2 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่เดือน ส.ค. ปีที่ผ่านมา และมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 58.6 ตัวเลขดัชนีภาคการผลิตที่มากกว่า 50 นั้นเป็นการส่งสัญญาณว่าเศรษฐกิจของสหรัฐ มีการขยายตัวเพิ่มมากขึ้น

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากอุปสงค์ทั้งฝั่งตะวันออก และตะวันตกยังคงซบเซา และปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังในภูมิภาคยังคงปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในสัปดาห์ที่ผ่านมา

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากอุปสงค์จากอินโดนีเซียลดน้อยลง ถึงแม้จะมีอุปทานลดลงจากการที่โรงกลั่นต่างๆ ปิดซ่อมบำรุงก็ตาม ก็ไม่สามารถผลักดันให้ราคาน้ำมันดีเซลปรับเพิ่มขึ้นได้

ทิศทางราคาน้ำมันดิบ

ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 47-52 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 55-60 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

- จับตาปัญหาการสู้รบในเยเมนที่ส่อเค้าทวีความรุนแรงขึ้นหลังซาอุดิอาระเบียได้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อกลุ่มกบฎฮูติเพื่อช่วยเหลือนายอาเบด รับโบ มานซูร์ ฮาดี ประธานาธิบดีเยเมน ในการต่อสู้กับกลุ่มกบฎดังกล่าว ทำให้หลายฝ่ายวิตกว่าการสู้รบนี้จะขยายวงกว้าง และอาจกระทบต่อการผลิตน้ำมันดิบในภูมิภาคได้ และล่าสุดได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐ ในด้านการขนส่งและข่าวกรองทางทหาร

- จับตาเศรษฐกิจกรีซ และยูโรโซนว่าจะเป็นไปในทิศทางใด หลังจากมีการคาดการณ์ว่าการขาดแคลนสภาพคล่องของรัฐบาลกรีซอาจจะนำไปสู่ การผิดนัดชำระหนี้มูลค่า 460 ล้านยูโร หรือ 502.5 ล้าน ให้กับกองทุนระหว่างประเทศ (IMF) ในช่วงต้นเม.ย. นี้ โดยรัฐบาลกรีซจะต้องเสนอแผนปฏิรูปเศรษฐกิจภายในวันจันทร์ที่ 30 มี.ค.นี้

- จับตาการเจรจาระหว่างอิหร่านกับชาติมหาอำนาจทั้งหก ว่าจะสามารถบรรลุกรอบข้อตกลงได้หรือไม่ โดยทุกฝ่ายจะต้องบรรลุข้อตกลงขั้นแรกภายในวันที่ 31 มี.ค.นี้ และต้องได้ข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ในวันที่ 1 ก.ค. 58 โดยการเจรจามีจุดมุ่งหมายเพื่อจำกัดศักยภาพด้านนิวเคลียร์ของอิหร่าน เพื่อแลกกับการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรการนำเข้าน้ำมันดิบของอิหร่าน ซึ่งล่าสุดส่งผลให้อิหร่านยังไม่สามารถส่งออกน้ำมันดิบอีกราว 1 ล้านบาร์เรลต่อวันได้ ดังนั้นหากข้อตกลงดังกล่าวบรรลุผล ก็อาจส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง

- อุปสงค์น้ำมันดิบมีแนวโน้มปรับตัวลดลงในเดือนเม.ย. และ พ.ค. นี้ หลังโรงกลั่นน้ำมันทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเอเชีย เริ่มเข้าสู่ฤดูกาลปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่น ในช่วงไตรมาส 2 ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันราคาน้ำมันดิบในช่วงนี้