ปตท.เดินหน้าแผนลงทุนปิโตรเลียมขั้นปลายทั้งสายโรงกลั่นน้ำมันและปิโตรเคมี ภายใต้แผนลงทุน 5 ปี เน้นในประเทศ เชื่อราคาน้ำมันยังต่ำ
นายสรัญ รังคสิริ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย บมจ.ปตท.(PTT) กล่าวว่า การลงทุนธุรกิจขั้นปลายของกลุ่ม ปตท.ช่วง 5 ปีนี้ยังอยู่ในกรอบวงเงินเดิมที่ 2.5 แสนล้านบาท แม้ช่วงที่ผ่านมาราคาน้ำมันดิบตลาดโลกที่ลดลงจะกระทบต่อผลประกอบการของกลุ่ม ปตท.ก็ตาม ทำให้ต้องพิจารณาถึงความคุ้มค่าในการลงทุนแต่ละโครงการด้วย
การลงทุนของกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลายยังคงมีวงเงินลงทุนในระดับเดิม แต่อาจจะมีการยืดระยะเวลาการลงทุนออกไปจากในช่วงปีแรกๆบ้างตามความเหมาะสม โดยเฉพาะการปรับปรุงกระบวนการต่างๆของโรงกลั่นน้ำมัน เพราะต้องพิจารณาจากความพร้อมของฐานะการเงินของแต่ละบริษัทด้วย ขณะที่วงเงินลงทุนดังกล่าวยังไม่นับรวมการลงทุนขนาดใหญ่ในโครงการปิโตรเคมีคอมเพล็กซ์ในอินโดนีเซียและเวียดนาม
"การลงทุนของกลุ่มดาวน์สตรีมใน 5 ปีนี้อยู่ที่ 2.5 แสนล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในกลุ่มปิโตรเคมีและการกลั่น เป็นเรื่องของไทยออยล์ ไออาร์พีซี พีทีทีจีซี ทั้งกลุ่มตัวเลขก็อยู่ประมาณนี้ โครงการพวก upgrading ในกระบวนการต่างๆของโรงกลั่น อาจจะมีเรื่องกระแสเงินสดบ้างก็ให้ไปดูฐานะการเงินว่าพร้อมจะทำหรือไม่ ถ้าไม่ได้ก็เลื่อนเวลาออกไป แผนก็ยังคงเป็นแผน"นายสรัญ กล่าว
นายสรัญ กล่าวว่า ราคาน้ำมันตลาดโลกที่ปรับลดลงมากในช่วงไตรมาส 4/57 ส่งผลกระทบต่อทั้งกลุ่มให้มีผลขาดทุนจากสต็อกราว 6.8 หมื่นล้านบาท แต่ในส่วนของผลประกอบการจริงของกลุ่มโรงกลั่นยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี หากไม่พิจารณาผลกระทบจากสต็อกดังกล่าว อย่างไรก็ตาม การที่ราคาน้ำมันช่วงนี้ที่ขยับขึ้นจากระดับต่ำในปลายปีที่แล้ว ทำให้คาดว่าธุรกิจของกลุ่มจะกลับมามีกำไรจากสต็อกได้ในช่วงไตรมาส 1/58 และมองว่าราคาน้ำมันดิบตลาดโลกน่าจะยังทรงตัวระดับกว่า 50 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลในปัจจุบันไปจนถึงช่วงสิ้นปีนี้ก็จะทำให้ทั้งปีนี้น่าจะทำกำไรจากสต็อกได้ด้วยเช่นกัน
ส่วนในช่วง 5 ปีจากนี้ก็มีความเป็นไปได้ที่ราคาน้ำมันดิบจะเป็นขาขึ้น แต่คงไม่สูงมาก โดยมองว่าราคาน้ำมันคงไม่กลับไปเคลื่อนไหวช่วงกว่า 100 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลในเร็ว ๆ นี้ เนื่องจากกำลังการผลิตยังสูงกว่าความต้องการใช้น้ำมันตามภาวะเศรษฐกิจโลก เช่นเดียวกับกราคาน้ำมันสำเร็จรูปที่คาดว่าจะปรับขึ้นได้ไม่มากนัก เพราะจะมีกำลังการกลั่นน้ำมันมากขึ้นจากผลการปรับปรุงประสิทธิภาพของโรงกลั่น และราคาน้ำมันดิบที่ถูกลง รวมถึงทิศทางราคาปิโตรเคมีด้วยเช่นกัน ซึ่งจะเคลื่อนไหวตามราคาน้ำมันดิบ แต่ส่วนต่างผลิตภัณฑ์(สเปรด)ปิโตรเคมีเชื่อว่าจะยังอยู่ระดับที่ดี เพราะราคาขายปรับลดลงไม่มากเหมือนราคาวัตถุดิบที่อิงราคาน้ำมัน









