วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

Property Sector - เท่ากับตลาด

ยอดที่อยู่อาศัยจดทะเบียนเดือนม.ค.เทียบกับรายปีทำได้ดี

ยอดเดือน ม.ค. เติบโต 21%YoY

REIC รายงานตัวเลขที่อยู่อาศัยจดทะเบียนประจำเดือนของเดือนม.ค.อยู่ที่ 5.6 พันหน่วย เพิ่มขึ้น 21%YoY ส่วนหนึ่งเกิดจากช่วงเดียวกันของปีก่อนมีแรงกดดันจากความไม่สงบทางการเมือง อย่างไรก็ดีเมื่อเทียบกับรายเดือนตัวเลขจดทะเบียนอ่อนตัวลงสาเหตุจากโดยปรกติในช่วงไตรมาสปลายปี จะมีการโอนกรรมสิทธิ์ในจำนวนที่สูงกว่าไตรมาสอื่นๆ โดยคาดว่า ณ สิ้นปี จะเห็นที่อยู่อาศัยจดทะเบียนเพิ่มขึ้นราว10% หรือประมาณ1.4 แสนหน่วย โดยคาดว่าประเภทที่อยู่อาศัยที่จะยังคงได้รับการตอบรับดีต่อเนื่องจากปีก่อนคือประเภทแนวราบ

ที่อยู่อาศัยประเภทแนวราบมาแรง

สำหรับประเภทที่อยู่อาศัยที่มียอดจดทะเบียนสูงสุดในเดือน ม.ค.58 คือบ้านเดียวที่มีสัดส่วนสูงถึง 50% รองลงมาคือ ทาวน์เฮาส์ที่สัดส่วน 34% โดยรวมประเภทแนวราบมีสัดส่วน 88% สูงกว่าปีก่อนที่มีสัดส่วน 65% เมื่อเราเปรียบเทียบเฉพาะประเภทที่อยู่แนวราบจาก บ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์เฮาส์ จะเติบโตจากปีก่อน 63% โดยเฉพาะสินค้าทาวน์เฮาส์ที่เพิ่มขึ้นถึง 148% แสดงให้เห็นถึงความต้องการของตลาดบ้านสินค้าทาวน์เฮาส์ที่เริ่มดีขึ้น ส่งผลดีต่อยอดขายของผู้ประกอบการเช่น AP และ PS

กลุ่มลูกค้าหลักยังอยู่ในสินค้าระดับกลาง-ล่าง

แม้ว่าประเภทที่อยู่อาศัยคอนโดมีเนียมจะมีตัวเลขที่อ่อนตัวลง อย่างไรก็ดีเราเชื่อว่าในระยะถัดจะเห็นตัวเลขที่เติบโตขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากประเด็นการเมืองคลี่คลายลง ขณะที่โครงการคอนโดมีเนียมใกล้รถไฟฟ้ายังคงได้รับความนิยม สอดคล้องกับผลจากการสำรวจจากการจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโดครั้งที่ 32 ในช่วงกลางเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา สถิติผู้เข้าร่วมงานสนใจ ที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมีเนียมถึง 75% โดยมีระดับราคาที่กลุ่มลูกค้าให้ความสนใจมากสุดช่วง 1-2 ล้านบาท มีสัดส่วน 36% และ 2-3 ล้านบาทมีสัดส่วน 26% โดยผู้เข้าร่วมงานมีรายได้ไม่เกิน 3 หมื่นบาท มีสัดส่วน 44% จากข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงประเภทที่อยู่อาศัยคอนโดมีเนียมและมีสินค้าระดับ 1-3 ล้านบาท ยังคงเป็นที่ต้องการของตลาด

คงน้ำหนักการลงทุน “เท่ากับตลาด”

จากข้อมูลข้างต้น เราคาดว่าที่อยู่อาศัยในระดับกลางล่าง รวมถึงสินค้าประเภทคอนโดมีเนียม ยังคงอยู่ในความต้องการของตลาดโดยรวม ส่งผลต่อยอดขายที่ฟื้นตัวขึ้นในระยะถัดไป จากยอดขายในงวด 2M58 (ม.ค.-ก.พ.) จากผู้ประกอบการ 7 รายใหญ่ในตลาด สะท้อนการเติบโต 56%YoY ดังนั้นเราคาดว่าการเติบโตของยอดขายทั้งปีของกลุ่มมีแนวโน้มที่ระดับ 10-20% อนุรักษ์นิยมกว่าผู้ประกอบการที่ตั้งเป้ายอดขายเฉลี่ยเติบโต 30% ระยะสั้นเราคงแนะนำ AP ขณะที่ยอดขายที่ทำได้ดีโดดเด่นและมีแนวโน้มการฟื้นตัวจากสินค้าระดับ1-3 ล้านบาทและประเภททาวน์เฮาส์ที่ได้รับการตอบรับดีทำให้ PS มีความน่าสนใจมากขึ้น และ สำหรับหุ้นภายในปี เรายังคงแนะนำ SPALI และ LPN จากงานในมือรองรับรายได้มากว่า 80% ซึ่งจะรองรับความเสี่ยงจากการหดตัวลงของยอดขายได้ โดยให้ผลตอบแทนเงินปันผล 5%ต่อปี โดยปัจจัยเสี่ยงที่ยังคงต้องติดตามคือหนี้ภาคครัวเรือนที่สูงอาจส่งผลต่อยอดยกเลิกสินค้า รวมถึงการขออนุมัติสินเชื่อ