SET ผันผวนไร้ทิศทาง
SET View
- แนวโน้มวันนี้เป็นกลาง มองกรอบเคลื่อนไหว 1525 – 1550 จุด
SET มีโอกาสแกว่งตัวไร้ทิศทาง ด้วยปริมาณซื้อขายที่ลดลงเหลือ 3.8 หมื่นล้านบาทต่ำกว่าระดับปกติที่ 5 หมื่นล้านบ่งบอกการปรับขึ้น-ลงของ SET จะจำกัด จนกว่าจะมีปัจจัยใหม่เข้าในตลาด ขณะที่การกลับมาซื้อสุทธิของนักลงทุนสถาบันรวม 2 วันทำการราว 2.8 พันล้านบาท หลังจากต้นสัปดาห์ขายสุทธิออกมาถึง 4.1 พันล้านบาท และนักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิ 790 ล้านบาท กอรปกับความวิตกต่อกรณีเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยได้ผ่อนคลายลงไปเมื่อวาน จะสนับสนุนจิตวิทยาการลงทุนช่วงสั้น อย่างไรก็ตามการรีบาวน์จะไม่ไกลและมีโอกาสพลิกผันจากปัจจัยกดดันในประเทศต่อแนวโน้มการปรับลดประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจและกำไรบริษัทจดทะเบียนของนักวิเคราะห์ โดยเรามองว่าการแถลงข่าวรายงานนโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทยในวันนี้ จะมีการปรับลดคาดการณ์อัตราการเติบโตเศรษฐกิจลงมาต่ำกว่า 4% และจะเป็นปัจจัยกดดันตลาดในช่วงบ่าย ขณะที่การประกาศตัวเลขส่งออกเดือนก.พ.ในสัปดาห์หน้าที่จะยังคงติดลบจะเป็นปัจจัยกดดันจิตวิทยาการลงทุนระดับสัปดาห์ ทางเทคนิค SET อยู่ระหว่างการรีบาวน์ขึ้นทดสอบเส้นค่าเฉลี่ย 10 วันบริเวณ 1540 จุด หากไม่ผ่านจะมีโอกาสปรับลดมาทดสอบจุดต่ำสุดเดิมบริเวณ 1511 จุด
- กลยุทธ์การลงทุน ระยะ 1-2 วัน ชะลอการลงทุน หรือหากรักความเสี่ยงตรง SET ปรับลงมาแถว 1525 หรือต่ำกว่า เป็นจุดเสี่ยงซื้อลุ้นรีบาวน์ แต่หากปิดเหนือ 1525 จุดไม่ได้ให้กลับมาถือครองเงินสด
Top Daily Pick: CPF (ราคาหุ้นสะท้อนความวิตกต่อภาวะอุปทานส่วนเกินในไก่ และการขาดทุนในธุรกิจกุ้งไปแล้ว ขณะที่เงินบาทมีทิศทางอ่อนค่าจะเป็นปัจจัยบวกด้านจิตวิทยา) /DTAC (ราคาหุ้น laggard กลุ่มผู้ให้บริการมือถือ และสะท้อนความวิตกต่อความสามารถในการแข่งขันไปแล้ว)
Technical Pick : AP SIMAT DTAC CPF SPA
Theme Play: กลุ่มสื่อสาร (ADVANC INTUCH) ผลประกอบการฟื้นตัวต่อเนื่องปี 58 ปันผลจูงใจราว 5-6% ต่อปี /กลุ่มนำตลาด Laggard Play (PTT PTTEP TUF CPF PTTGC DTAC CPALL CPN) /กลุ่มธนาคาร (BBL KBANK KTB SCB) และพัฒนาที่อยู่อาศัย (AP) จิตวิทยาเชิงบวกจากการปรับลดดอกเบี้ยของกนง. /หุ้นแนะนำเดือนมี.ค. (AP BANPU ICHI SNC THCOM)
- รายงานวันนี้
Reinitiate : SAMART (ซื้อ / มูลค่าเหมาะสม 38.50 บาท) คาดธุรกิจเดิมฟื้น พร้อมโอกาสขยายตัวสูงจากธุรกิจใหม่
Strategy Talk
- SET จะปรับฐานเสร็จเมื่อใด
• เรามองว่า SET ยังคงมีความเสี่ยงต่อการปรับฐานลงไปต่ำกว่าระดับ 1500 จุด ซึ่งจะใช้เวลาปรับฐานไปจนถึงเดือนพ.ค.เป็นอย่างน้อย ด้วยปัจจัยสนับสนุน (1) ในเชิงประเมินมูลค่า SET ณ ระดับปัจจุบัน ณ 1532 จุด ซื้อขายที่ 15.8xP/E’58 ยังไม่ถูก สูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 และ 10 ปีที่ 14x ไม่สนับสนุนการเพิ่มพอร์ตของนักลงทุนระยะกลาง (2) ประมาณการผลประกอบการของบริษัทจะทะเบียนยังไม่นิ่งและมีโอกาสถูกปรับลงช่วงก่อน/หลังประกาศงบ 1Q58 ตั้งแต่กลางเดือนเม.ย. (กลุ่มธนาคาร) ไปจนถึงกลางเดือนพ.ค. (กลุ่มไม่ใช่ธนาคาร) (3) ผลประกอบการกลุ่มพลังงาน (18% ของมูลค่าตลาด) ยังคงถูกกดดันจากราคาน้ำมันดิบทรงตัวในระดับต่ำ แม้ล่าสุด Brent ปรับลงมาต่ำกว่า US$60 ต่อบาร์เรล (ค่าเฉลี่ยสมมติฐานของนักวิเคราะห์ เทียบเท่า WTI ที่ US$ 50) ในช่วงเกือบ 3 เดือนที่ผ่านมา แต่รายงานของ IEA วันที่ 13 มี.ค. ระบุว่าอุปทานของสหรัฐยังคงอยู่ในระดับสูงกว่าคาดบ่งบอกว่าระดับราคาดังกล่าวยังไม่มีนัยต่อการปรับลดกำลังการผลิตของสหรัฐลง และจะเป็นปัจจัยกดดันให้ราคาน้ำมันดิบยังคงทรงตัวระดับต่ำต่อไปอีกสักระยะ (4) ผลประกอบการของกลุ่มธนาคาร (18% ของมูลค่าตลาด) ยังคงถูกกดดันจากภาคการส่งออกชะลอตัว และหนี้ภาคครัวเรือนทรงตัวในระดับสูง ส่งผลให้เศรษฐกิจมีแนวโน้มฟื้นตัวช้ากว่าคาดและมีโอกาสถูกปรับลดลงในระยะต่อไป นอกจากนี้การปรับลดดอกเบี้ยนโยบายของกนง.ลง 0.25% มาที่ 1.75% เมื่อ 11 มี.ค. จะส่งผลกระทบเชิงลบต่อประมาณการกำไรของธนาคารขนาดใหญ่ทั้ง BBL KTB และ SCB ซึ่งมีปริมาณสินเชื่อลอยตัวสูงกว่าปริมาณเงินฝากลอยตัวทำให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) ได้รับผลกระทบเชิงลบหากมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงตามดอกเบี้ยนโยบาย (5) เทศกาลจ่ายปันผลเดือนเม.ย.จะมีหุ้นขึ้น XD ราว 160 ตัวกระทบมูลค่าตลาดราว 1-2%
สรุปเราเชื่อว่าเดือนพ.ค.ที่มีการประกาศผลประกอบการ 1Q58 เสร็จสิ้น นักลงทุนจะเริ่มได้ภาพการเติบโตปี 58 ที่ชัดเจนและราคาหุ้นจะเริ่มสะท้อนภาพดังกล่าว เราประเมินจุดเข้าซื้อสะสมที่SET ระดับ 1445 จุดลงมา (อิงกับ 15x P/E’58 เป็นเป้าหมายค่ากลางของ kktrade) นักลงทุนระยะกลางควรเผื่อความเสี่ยงต่อการปรับลดประมาณการ ด้วยการรอเข้าสะสมหุ้นช่วงการประกาศงบ 1Q58 ซึ่งราคาหุ้นจะเริ่มลดความคาดหวังต่อผลประกอบการปี 58 ลงมาสะท้อนความเป็นจริงมากขึ้น









