วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กกพ.ปรับแผนเพิ่มค่าไฟจูงใจเอกชน

กกพ. ปรับแผนเพิ่มค่าไฟฟ้าเพื่อจูงใจให้ผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนทั้งไอพีพี –เอสพีพี เลื่อนการก่อสร้างโรงไฟฟ้า หวังเกลี่ยสำรองไฟฟ้าให้ลดลง

นายไกรสีห์ กรรณสูต คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า จากที่ กกพ.หารือกับเอกชนและและการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)ในการเลื่อนการจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเพื่อจัดทำแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าหรือPDP 2015 (ปี2558-2578) โดยตามแผนเดิมจะไม่มีค่าไฟฟ้าส่วนเพิ่มให้ แต่พบว่าเอกชนลดชะลอการก่อสร้างน้อยมาก ดังนั้น จึงกำลังพิจารณามาตรการจูงใจให้เอกชนและกฟผ.เลื่อนโรงไฟฟ้าออกไปโดยการให้อัตราค่าไฟฟ้ารับซื้อเพิ่มขึ้นเพื่อลดปริมาณสำรองไฟฟ้าในช่วงปี 2566-2568 ที่จะสูงถึงร้อยละ 40-42 อย่างไรก็ตาม ค่าไฟฟ้าส่วนเพิ่มจะไม่กระทบต่อค่าไฟฟ้าในปลายแผนที่เดิมจะอยู่ที่ 5.60 บาท/หน่วย

“สำรองที่พุ่งสูงขึ้นถึงร้อยละ40-42 ซึ่งเกิดจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวต่อเนื่องและการบรรจุแผนพัฒนาและอนุรักษ์พลังงานเข้ามาเพิ่ม ในขณะที่สำรองไม่ควรเกินร้อยละ 15-20 ดังนั้น จึงต้องปรับแผนเพื่อจูงใจให้ชะลอการลงทุนเพื่อไม่เป็นภาระค่าไฟฟ้ามากขึ้น”ประธาน กกพ.กล่าว

อย่างไรก็ตามการเจรจาเพื่อเลื่อนโรงไฟฟ้าในการลดสำรองที่สูงดังกล่าวอยู่ระหว่างการเจรจาและในวันที่ 19 มี.ค.นี้จะหารือกันอีกครั้งหนึ่ง โดยยอมรับว่าการเจรจายังไม่ได้ข้อยุติในปัจจุบัน ดังนั้นจึงไม่มั่นใจว่าจะสามารถทำประชาพิจารณ์ PDP ได้ภายในมี.ค.นี้หรือไม่ โดยการเจรจายอมรับว่าเป้าหมายหลักจะอยู่ที่โครงการขนาดกำลังผลิตมากๆ เช่นโรงไฟฟ้าของกฟผ. และโรงไฟฟ้าเอกชนโดยเฉพาะโครงการผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ (IPP) ของกลุ่มบริษัทกัลฟ์ จำนวน 5,000เมกะวัตต์ ซึ่งจะทยอยเข้าระบบตั้งแต่ปี 2564-2567 ซึ่งทางกัลฟ์ฯขอให้หารือกับผู้ร่วมทุนก่อนคาดว่าจะสรุปได้เร็วๆ นี้ ส่วนกฟผ.นั้นหลักๆ ได้ขอเจรจาให้เลื่อนโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา จ.สงขลาหน่วยที่ 2 ออกไปก่อน รวมถึงโรงไฟฟ้าทดแทนวังน้อยหน่วยที่ 1 และ 2 เป็นต้น ซึ่งภาพรวมแล้วกำลังผลิตที่ต้องการให้ชะลอจะไม่ต่ำกว่า 2,000 เมกะวัตต์